วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569
27 ธ.ค.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ กฤษฏีกาออกมาแนะนำ กกต.ว่าให้เลื่อนเลือกตั้งเฉพาะเขตที่มีความวุ่นวาย ว่า หากดูข้อกฎหมายอาจเป็นปัยหาที่เกิดขึ้นเฉพาะพื้นที่ แต่ กกต.สะท้อนผ่านแถลงการในแง่ปัญหาภาพรวมและคิดว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่หาทางออกให้บ้านเมือง อะไรที่เดินไปแล้วจะมีปัญหาก็น่าหลีกเลี่ยง ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน้าสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา เห็นเหตุการณ์ที่ทุกคนก็เสียใจเพราะไม่ควรเกิดขึ้น และ กกต.ก็เคยเตือนรัฐบาลไปแล้ว ซึ่งในขณะนี้ กกต.ก็พยายามบอกรัฐบาลอีกว่าถ้าเดินหน้าต่อไปอาจจะวุ่นวายมากกว่านี้เพราะมีอีกหลายขั้นตอน ตนเห็นว่า กกต.อยากทำหน้าที่ของตนเอง แต่หน้าที่ กกต.ไม่ใช่เพียงแค่จัดการเลือกตั้งเท่านั้น แต่ต้องการจัดการเลือกตั้งให้สุจริต เที่ยงธรรม เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญด้วย โดย กกต.ก็ได้ระบุในแถลงการณ์ว่าในสถานการณ์ปัจจุบันเป็นความยากลำบากมากที่จะจัดการเลือกตั้งในสุจริต เที่ยงธรรม ดังนั้น รัฐบาล หรือ ศอ.รส.ควรจะพิจารณาไม่ใช่ยืนยันว่าจะเดินหน้าแบบเดิม เพราะไม่สามารถช่วยแก้ไขสถานการณ์ได้
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากรัฐบาลยังดึงดันที่จะให้มีการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ก็น่าเป็นห่วงว่าสถานการณ์จะวุ่นวาย แต่พรรคเพื่อไทยก็มีเป้าหมายว่าต้องทำให้ได้ เพราะกังวลถึงสถานะของตนเองเป็นหลัก ซึ่งตนแปลกใจว่าเหตุใด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จึงไม่ทุกข์ร้อนกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ยังเดินแบบเดิม ทั้งที่เห็นชัดว่าเกิดปัญหา
"ผมแปลกใจที่นายกฯ ทำเหมือนทองไม่รู้ร้อน เพราะคนที่มีความรับผิดชอบกลับไม่มีความพยายามแก้ไขอะไรเลย นอกจากมีแถลงการณ์จาก กกต.แล้ว ยังมีของหอการค้าที่ชี้ด้วยว่า สภาปฎิรูปที่นายกฯ กำลังจะทำไม่ได้ตอบโจทย์ของสังคม ทำไมนายกฯ จึงไม่รับฟัง ผมหวังว่าสถานการณ์จะไม่ลุกลามไปถึงขั้นมีสงครามการเมือง แต่รัฐบาลต้องทบทวนหลายอย่างเพือหาคำตอบให้กับประเทศ มากกว่าที่จะเดินตามความต้องการ เพราะคิดว่ามีอำนาจและรักษาอำนาจไว้ใตัวเองโดยไม่สนใจความเสียหายที่จะเกิดขึ้น" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ ยังเชื่อด้วยว่า สภาปฏิรูปที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เตรียมออกเป็นระเบียบสำนักนายกฯ จะไม่ประสบความสำเร็จ ซ้ำรอยกับที่เคยตั้ง นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูป เพราะนายกฯ ไม่ได้มีความจริงใจที่จะทำงานปฏิรูปอย่างแท้จริง แต่จะเลือกข้อเสนอเฉพาะสิ่งที่ตัวเองรับได้และเป็นประโยชน์กับตัวเองเท่านั้น การที่ฝ่ายบริหารไม่คิดที่จะทำอะไรทำให้ตนเป็นห่วง เพราะนายกฯ ไม่สนใจใยดีกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น ทำให้ กกต.จึงต้องหาทางออกเท่าที่ทำได้ ซึ่งคงต้องปฏิบัติตามแถลงการณ์ที่ออกมาว่าถ้าไม่มีใครช่วยจัดวิธีการให้เกิดควาร่วมมือได้ ก็จะทำในอำนาจหน้าที่ของตน ส่วน กกต.จะลาออกหรือไม่นั้นตนไม่ทราบว่า กกต.จะตัดสินใจอย่างไร แต่คิดว่าให้เวลา กกต.ทำงาน เพราะเป็นผู้พิจรณาว่าจะมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ระหว่างมีเลือกตั้งกับไม่มีการเลือกตั้ง อย่างไหนจะเป็นประโยชน์กับประเทศมากกว่ากัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องหาจุดร่วมเพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้า และนำไปสู่การปฏิรูปอย่างแท้จริง เป็นเป้าหมายสำคัญที่ต้องยึดไว้ ซึ่งพรรคยืนยันว่าอยากเห็นการปฏิรุปภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ส่วนข้อเรียกร้องของ กปปส.ที่ต้องการให้นายกฯ ลาออกเพื่อตั้งนายกฯ ของประชาชน รัฐบาลของประชาชน และสภาของปรชาชนนั้น รัฐบาลก็ไม่ได้สนใจ แต่ กปปส.ก็ยังเรียกร้องเหมือนเดิม เมื่อเงื่อนไขเป็นแบบนี้ จึงมองไม่เห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะจบลงได้อย่างไร แต่คิดว่าต้องพยายามแสวงหาแนวทางที่ไม่ใช่ย่ำอยู่กับที่ การเลื่อนการเลือกตั้งจะทำให้มีเวลาในการแลกเปลี่ยนว่าแต่ละฝ่ายคิดอย่างไร เพราะในขณะนี้ต่างฝ่ายก็แสดงจุดยืนจะอ้างว่าเมื่อเป็นอย่างนี้แล้วไม่ต้องทำอะไร ทั้งนี้ เห็นว่า กกต.อยู่ในฐานะที่จะเป็นคนกลางให้มีการเจรจาได้ในระดับหนึ่ง อย่างน้อยก็ขอความร่วมมือจากพรรคการเมืองในฐานะเป็นผู้จัดการเลือกตั้ง และเป็นนายทะเบียนพรรคการเมือง และตนขอเตือนไปยังพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาขู่ กกต.ว่า หากไม่จัดกรเลือกตั้งจะโดนข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ว่า ทั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยต้องคิดให้ดีว่าที่ทำผิด 157 นั้นเป็นใครกันแน่
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี