คอลัมน์การเมือง

ของปลอม


คงจะไม่ใช่เป็นการกล่าวเกินจริงหรือพูดเวอร์เกินไป ถ้าจะระบุว่า “คนไทยชอบใช้ของปลอม”

เห็นได้จากเทปผีซีดีเถื่อนซึ่งเป็น “ของปลอม” มีขายอยู่ทุกแผงเทปและเห็นได้จากสินค้าแบรนด์เนมทั้งหลายที่มี “ของปลอม” ก๊อบขายทั่วประเทศไม่ว่ารองเท้า กระเป๋และเสื้อผ้าทุกยี่ห้อ ใครได้ใช้ “ของปลอมราคาถูก” จะภาคภูมิใจยิ่ง

แน่นอนครับ “ลัทธิประชาธิปไตย” ซึ่งฝรั่งบอกว่า “ของจริง” นั้น เป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุดเท่าที่มนุษย์ได้รู้จักในขณะนี้ ก็ยังถูกพี่ไทย “ปลอมแปลง” ให้เป็น “ประชาธิปไตยแบบศรีธนญชัย” มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2475 จนถึงปัจจุบัน โดยยังไม่เคยมี “ของจริง” เกิดขึ้นแม้แตครั้งเดียว เพราะทุกครั้งล้วนเป็นการไล่ล่าอำนาจเพื่อผลประโยชน์ของคนหมู่เดียวเท่านั้น

ในระบอบการปกครองแบบ “ประชาธิปไตยพี่ไทยปลอมแปลงได้”นั้น แต่ละยุคแต่ละสมัยอาจมีการ “ปลอมมาก” และ “ปลอมน้อย”แตกต่างกันไป และยังขึ้นอยู่กับมุมมองของคนมองว่า จะเข้าใจประชาธิปไตยได้ลึกซึ้งเพียงไหน

กรณีคนเสื้อแดงรวมตัวกันที่ถนนราชดำเนินเพื่อรำลึก 80 ปีเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้น แกนนำคนเสื้อแดงได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีโดยกล่าวว่าพวกตนนี่แหละคือผู้โหยหา “ประชาธิปไตยของแท้”

แต่โฆษกพรรคการเมืองฝ่ายค้านได้ออกมาสวนหมัดทันควันว่า ที่ชุมนุมไปนั้นเป็น “ประชาธิปไตยของปลอม” โดยได้ชี้ให้เห็นรอยตำหนิของปลอม 6 จุดคือ

1.การชุมนุมครั้งนี้ ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับคนกทม.ที่ใช้ถนน

2.เป็นการชุมนุมเพื่อประโยชน์ของบุคคลบางกลุ่มที่เคยทำผิดกฎหมาย

3.เป็นการชุมนุมเพื่อข่มขู่ และคุกคามฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับคนเสื้อแดง โดยการโชว์รูปบุคคลเหล่านั้น เพื่อให้คนเสื้อแดงที่ชอบใช้ความรุนแรงไปจัดการให้เรียบร้อย

4.มีการปราศรัยละเมิดอำนาจศาล ซึ่งเป็นหนึ่งในสามของอำนาจทางระบอบประชาธิปไตย

5.มีการปราศรัยบิดเบือนข้อเท็จจริง และมีการหลอกลวงผู้ฟัง และ

6.เป็นการสร้างความขัดแย้งในสังคมไทยให้เพิ่มมากขึ้น

เรื่อง “ประชาธิปไตยของแท้” และ “ประชาธิปไตยของปลอม” นี้ เรื่องนี้นอกจากต้องถึงครูอังคณาแล้ว เป็นไปได้ว่าแกนนำเสื้อแดงจะต้องออกมาตอบโต้ฝ่ายค้านอย่างเข้มข้น โดยคุณผู้อ่านจะเชื่อฝ่ายไหน ก็แล้วแต่สติปัญญาและประสบการณ์ของปัจเจกบุคคล

ที่แน่ๆ “ประชาธิปไตยของแท้” ตามความหมายของลินคอล์นได้เคยกล่าวไว้ว่า “ต้องเป็นการปกครองที่มาจากประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชนทั้งประเทศ” ไม่ใช่ เพื่อประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือเพื่อคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ

นอกจากนั้น “ประชาธิปไตยของแท้” นั้น “จะต้องแก้ปัญหาด้วยสติปัญญา ใช้การเจรจาหาข้อยุติความขัดแย้ง” ในขณะที่ “ประชาธิปไตยของปลอม” จะแก้ปัญหาด้วยการข่มขู่ คุกคามและใช้กำลังแบบ “พวกกูดุดันกว่าต้องชนะ”

อีหรอบเดียวกับการพิจารณาออกกฎหมายในสภานิติบัญญัติ “ประชาธิปไตยของแท้” จะต้องออกกฎหมาย “เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ” ในขณะที่ “ประชาธิปไตยของปลอม” จะเร่งรีบออกกฎหมาย “เพื่อช่วยบุคคลผู้เดียวให้พ้นผิด”

ก่อนที่คุณผู้อ่านจะตัดสินใจสรุป “อะไรแท้” และ “อะไรปลอม” ก็อยากแถมท้ายด้วยวจีของนโปเลียนไว้ตรงนี้ว่า “ประเทศชาติที่จะอยู่รอดโดยไม่ล่มสลาย ประชาชนต้องไม่หลงรักผู้นำคนหนึ่งคนใดอย่างงมงาย แต่ประชาชนจะต้องรักชาติและผลประโยชน์ของชาติเป็นเป้าหมายสูงสุด”


กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี