คอลัมน์การเมือง

มุสาวาท พาชาติล่มสลาย

พุทธศาสนิกชนรู้จักกันดีว่า “มุสาวาทา เวรมณี” เป็นข้อห้ามของศีลข้อที่สี่ในเบญจศีล

คำว่า“มุสา”หมายถึงการแสดงความเท็จเพื่อประโยชน์ตนและพรรคพวก เป็นหนทางนำไปสู่การคอร์รัปชั่น ลักษณะของการมุสา มีอยู่หลายลักษณะด้วยกัน เช่น

1.การพูดปด ได้แก่การโกหกกันซึ่งๆหน้า เช่น นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีต่างประเทศ อัยการสูงสุด และผบ.ตร.“รู้ว่า” น.ช.ทักษิณ หนีคุกหนีคดีไปอยู่ดูไบ แล้วบินไปฉลองวันเกิดที่ฮ่องกง หรือบินไปเจรจาธุรกิจในประเทศต่างๆ ไม่ว่าที่ประเทศญี่ปุ่น เขมร สหรัฐอเมริกา เกาหลี และที่นครปักกิ่ง ประเทศจีน แต่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบเหล่านี้กลับบอกว่า “ไม่รู้”

2.พูดอวดอุตริมนุสสธรรม ได้แก่การพูดส่อแสดงว่าได้ฌานสมาบัติ เพื่อหวังประโยชน์ให้คนอื่นศรัทธาเลื่อมใสตน เช่น พระวัดธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี เทศน์ถึงชีวิตหลังความตายของ สตีฟ จ๊อบส์  ว่าได้เกิดเป็น “เทพบุตรอุมะเทวา ระดับกลางสายวิทยาธร กึ่งยักษ์ อาศัยซ้อนอยู่บนโลกมนุษย์ใกล้ๆ ที่ทำงานเดิม” ซึ่งไม่มีอยู่จริงมีโทษถึงอาบัติปาราชิก

3.พูดมีเล่ห์ ได้แก่การพูดเชิงกลอุบายทำให้ผู้อื่นหลงผิดหรือ เข้าใจผิดเช่น ทักษิณถูกศาลฎีกาพิพากษาว่ากระทำความผิดจริงในคดีที่ดินรัชดา แต่ร.ต.อ.เฉลิมฯรองนายกรัฐมนตรี กลับกล่าวว่า “ทักษิณไม่ได้ทำผิดกฎหมาย  แต่ทำในสิ่งที่กฎหมายห้าม” ซึ่งทางพระพุทธศาสนาถือว่าเป็นกริยาที่พูดมุสาแบบเล่นสำนวน

4.ทนปฎิญาณ ได้แก่การจำทนต้องให้คำสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าศาลว่าจะพูดความจริง แต่กลับให้การเท็จ หรือ กล่าวคำสัตย์ปฏิญาณต่อองค์พระประมุขว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ดังเช่น นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. และ ส.ว. หลายๆ คน จำทนปฏิญาณตนไปตามพิธีการ แล้วปฏิบัติตรงกันข้าม เป็นต้น

5.มารยา ได้แก่การพูดมุสา หรือ แสดงตนให้ผู้อื่นเห็นผิดจากที่เป็นจริง ดังเช่น ทักษิณ ถูกศาลฎีกากพิพากษาว่ามีความผิดทางอาญา หรือ เป็นผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย  กลับพูดมุสาว่า ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง เป็นเรื่องทางการเมืองไม่ใช่เรื่องทางอาญาแผ่นดิน หรือแกล้งแสดงตนว่าเป็นคนมีศีลมีสัตย์แต่กลับคอร์รัปชั่นและโกหกหลอกลวงประชาชนในเรื่องต่างๆ ต่างกรรม ต่างวาระ  เป็นต้น

6.พูดไม่หมดเปลือก ได้แก่การพูดตัดทอนเฉพาะในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ตน ส่วนที่เป็นความบกพร่องเสียหายของตนก็ละเว้นเสีย ทำให้ผู้ฟังเข้าใจเป็นอย่างอื่น หรือ สำคัญผิดในข้อเท็จจริง เช่น เมื่อนักข่าวถาม น.ส. ยิ่งลักษณ์ฯ นายกรัฐมนตรี ว่า ทำไมไม่ดำเนินการจับกุมตัว น.ช. ทักษิณ? กลับตอบว่า “ให้เป็นไปตามกฎหมายค่าาาา” หรือ เมื่อถูกถามเกี่ยวกับเรื่อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 หรือ เรื่องร่าง พ.ร.บ. ปรองดองแห่งชาติ ก็จะตอบเป็นแผ่นเสียงตกร่องว่า “เป็นเรื่องของสภาค่าาาา” เป็นต้น

7.พูดเกินความจริง ได้แก่การพูดเพิ่มเติมเสริมแต่งให้ผู้ฟังเกิดความเข้าใจผิด เช่น นายกิตติรัตน์ฯรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ป่าวประกาศต่อสาธรณชนว่าอัตราการส่งออกของประเทศในปีนี้จะเติบโต 15 % ซึ่งเป็นเรื่องเกินจริง จนต้องมาสารภาพภายหลังว่า เป็นการโกหกสีขาว (white lie) หรือ การที่รัฐบาลโฆษณาผลงานเกินความเป็นจริง มุ่งหวังเพื่อหาเสียงกับประชาชน ดังกรณีการโฆษณาโครงการ “ร้านถูกใจ” ของกระทรวงพาณิชย์ ว่าได้ผลเกินเป้า ซึ่งความจริงไม่มีของจำหน่ายเพียงพอ และ ราคาแพงกว่าห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

ลักษณะของการ “มุสา” ดังกล่าวข้างตนทางพระพุทธศาสนาถือว่ามีโทษ เป็นบาปเพราะทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนเป็นทุกข์ แต่ก็มี “มุสาวาท” บางลักษณะที่ไม่มีโทษ คือ คำพูดที่ไม่เป็นความจริงแต่ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน หรือให้โทษแก่ผู้อื่น เป็นคำพูดที่ใช้กันเป็นปกติวิสัยไม่ประสงค์จะให้ผู้ฟังเชื่อตาม เรียกว่า “ยถาสัญญา” คำพูดในลักษณะนี้น่าจะเป็น “โกหกสีขาว หรือ white lie” ไม่ผิดศีล เพราะผู้พูดมีเจตนาบริสุทธิ์ และ มุ่งประโยชน์ต่อผู้ฟัง เช่น การเล่านิทานสุภาษิต การกล่าววาจาด้วยอาการหลงลืม หรือ พลั้งเผลอ รวมถึงการใช้สำนวนโวหาร อาทิเช่น การใช้โวหารกันในสภาเพื่อให้เกียรติแก่ที่ประชุมว่า ท่านประธานที่เคารพหรือท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทั้งๆที่พฤติกรรมของประธานสภา และ สมาชิกบางคนเป็นเช่นไรนั้นก็รู้ๆ กันอยู่

เมื่อบ้านเมืองปกครองด้วยอันธพาล คนมุสา และ หน้าด้าน ไม่รู้จักเกรงกลัวหรือ ละอายต่อบาป เห็นว่าการโกหก และ การคอร์รัปชั่นเพื่อประโยชน์ตนและพรรคพวกเป็นเรื่องปกติที่ยอมรับได้เสียแล้ว บ้านเมืองย่อมเสี่ยงต่อการล่มสลายลงในไม่ช้า

เสาชิงช้า หน้าโบสถ์พราหมณ์


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี