คอลัมน์การเมือง

สองพี่น้องตระกูลไล (Lie) : เสาชิงช้า หน้าโบสถ์พราหมณ์

ประวัติศาสตร์การบินได้บันทึกว่า สองพี่น้องตระกูลไรต์(Wright brothers) คือ ออวิลไรต์ และวิลเบอร์ไรต์ เป็นสองพี่น้องตระกูลแรกของโลก ที่ประสบความสำเร็จสร้างเครื่องบินที่มีเครื่องยนต์สามารถบินขึ้นสู่อากาศได้ ที่มลรัฐนอร์ท คาโรไลน่า สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2446 เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนักในยุคสมัยนั้น

หลังจากนั้นอีก 100 ปีต่อมา ในคริสศัตวรรษที่ 21 นี้ ประเทศไทยก็มีสองพี่น้องตระกูลไล คือ สามารถพูดโป้ปดโกหกพกลมได้ระดับโลกเป็นที่น่าอัศจรรย์เช่นกัน พี่ชื่อแม้ว น้องชื่อปู

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมา มีการจัดฉากให้นิตยสารฟอร์บได้สัมภาษณ์ น.ช.ทักษิณที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมาเรตส์ เป็นการยึดพื้นที่ข่าว ใช้ความโกหกตอแหลเพื่อฟอกตัวเองให้ดูดี รำรวย มีอำนาจ บารมี มีความรอบรู้ทางเศษฐกิจ แต่ผู้ที่มีสติปัญญาที่อ่านบทสัมภาษณ์ของ น.ช. ทักษิณ แล้วต่างมีความเห็นตรงกันว่า น.ช. ทักษิณ “ขว้างงู ไม่พ้นคอ”

ประเด็นแรก เรื่องหนังสือเดินทางและความต้องการที่จะกลับประเทศไทย น.ช. ทักษิณ เบี่ยงเบนประเด็น ปิดบังความจริง โดยกล่าวหารัฐบาลอภิสิทธิ์ว่ามีความแค้นทางการเมืองจึงเพิกถอนหนังสือเดินทางของต้น พร้อมกับติดต่อรัฐบาลประเทศต่างๆ ไม่ให้การต้อนรับ แต่ในความเป็นจริง น.ช.ทักษิณกระทำความผิดกฎหมายต่างกรรมต่างวาระและไม่ยอมรับอำนาจศาลไทย หนีคุก หนีคดี และหนีหมายศาลในคดีต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อหาคอร์รัปชั่น และ คดีก่อการร้าย เป็นต้น

ประเด็นที่สอง เรื่องการแทรกแซงการบริหารงานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ น.ช.ทักษิณยอมรับว่าได้มีการหารือในเรื่องการบริหารบ้านเมืองกับ น.ส. ยิ่งลักษณ์ฯ สัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง และ ตนเองได้ร่วมกำหนดยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย แม้แต่นโยบายจำนำข้าวตนเองก็เป็นต้นคิด ตามที่ได้ประกาศไว้กับประชาชนว่า “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” ตรงกันข้ามกับน้องสาวน.ส.  ยิ่งลักษณ์ฯ ที่โกหกต่อสาธารณชนมาโดยตลอดว่า พี่ชายไม่เคยให้คำปรึกษา หรือ เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการบริหารบ้านเมืองเลย การให้สัมภาษณ์ของพี่ชายเท่ากับฉีกหน้าน้องสาวชัดๆ

ประเด็นที่สาม เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ น.ช.ทักษิณ อ้างว่าประชาชนต้องการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ  โดยให้เหตุผลว่า “รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่เคารพอำนาจประชาชนซึ่งโลกใบนี้ไม่เข้าใจ คิดว่าอำนาจศาลเหมาะสมแล้ว แต่ความจริงเป็นอำนาจการตัดสินของศาล ที่มาจากรัฐประหาร เราจึงต้องแก้ไขมัน”  จากข้อเท็จจริง น.ช. ทักษิณ ยอมรับคำตัดสินของศาลเฉพาะที่ตนได้ประโยชน์เท่านั้น แต่จะไม่ยอมรับคำพิพากษาของศาลว่าตนมีความผิด คำสัมภาษณ์ดังกล่าวแสดงถึงความเห็นแก่ตัวและนิสัยโกหกของ น.ช. ทักษิณ โดยนำประชาชนมาเป็นข้ออ้างในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะนายกฯ ยิ่งลักษณ์ กลับเล่นบท “หนูไม่รู้อ้างว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของสภา ทั้งพี่ชายและน้องสาวกำลังเล่นละครโกหกหลอกคนดู

ประเด็นที่สี่ เรื่องการทำธุรกิจ น.ช.ทักษิณให้สัมภาษณ์ว่าได้สัมปทานทำธุรกิจเหมืองทอง และไทเทเนียม ในอูกันดา แทนซาเนีย และ ซิมบับเว ส่วนธุรกิจกีฬา ได้รับข้อเสนอจากสโมสรฟุตบอลล์ต่างๆมากมาย แต่ในหัวใจยังรักแมนเชสเตอร์ ซิตี อยู่ แต่จำใจต้องขายเพราะไม่มีเงิน ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง“พวกเขา(หมายถึงรัฐบาลอภิสิทธิ์) เอาเงินผมไป” เรื่องนี้คนที่ติดตามข่าวธุรกิจของสโมสรฟุตบอลล์ต่างๆ ในอังกฤษจะทราบดีว่าทักษิณบริหารสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี อย่างไร? และ มีปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ อย่างไรบ้าง?  การให้สัมภาษณ์ในประเด็นเรื่องการทำธุรกิจ จึงเป็นการคุยโวถึงความร่ำรวย โอ้อวดว่านักธุรกิจชาติต่างๆ ยังให้ความเชื่อถือ และเรียกร้องความเห็นใจว่าถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองแต่แก่นแท้เป็นการทำธุรกิจโรงน้ำแข็ง “ปั้นน้ำเป็นตัว” ตามนิสัยสันดานนั่นเอง

ประเด็นสุดท้าย น.ช.ทักษิณ กล่าวหาว่าหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษในประเทศไทย  2 ฉบับมีอคติต่อตน ทั้งคู่ต่อต้านตน ไม่มีความเป็นกลาง และ กล่าวว่า “ผู้อ่านหนังสือพิมพ์ 2 ฉบับนี้ จะไม่มีวันรู้จักตัวตนที่แท้จริงของทักษิณ”...

หนังสือพมพ์ “ The Nation” กับ “Bangkok Post” ควรจะขอบคุณ น.ช.ทักษิณ เพราะยอดขายจะต้องเพิ่มกระฉูดแน่ๆ เพราะ น.ช. ทักษิณ พูดในสิ่งที่เป็นเท็จเสมอ อย่างที่รู้ๆ กันอยู่


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี