คอลัมน์การเมือง

การเมืองเรื่องบันเทิง

ใจจริงอยากจะเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการบ้านการเมือง ที่ดูเหมือนจะเพิ่มดีกรีความร้อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกางปฏิทินการเมืองดูแล้ว สิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ มองดูกี่ที ก็ต้องบอกได้คำเดียวว่า น่าหวาดเสียวเหลือเกิน

                หากแต่นี่ถือเป็นครั้งแรกของผมในการทำหน้าที่แทนพี่ปอง-อัญชะลี ไพรีรัก เจ้าของคอลัมน์ประจำ ที่ติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ ครั้งแรกครั้งนี้ จึงอยากจะขออนุญาตเขียนระบายสิ่งที่ค้างคาใจมานานแล้วดีกว่า

                สัปดาห์ที่ผ่านมา หน้าข่าวทุกสื่อ นำเสนอวนเวียนอยู่ที่เรื่องการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และอีกไม่กี่วันข้างหน้า ประธานาธิบดีคนใหม่หน้าเก่า ก็จะเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ที่ต้องเกริ่นถึงเรื่องนี้เพราะทุกครั้งที่ช่วงเวลาของการเลือกตั้งประธานาธิบดีของประเทศยักษ์ใหญ่แห่งนี้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกครั้งหนึ่ง นอกเหนือจาก “วงการการเมือง” จะเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคักแล้ว อีกหนึ่งวงการที่ดูข่าวแล้วสนุกสนานไม่แพ้กันคือ “วงการบันเทิง

                ดูข่าวบันเทิงฮอลลีวู๊ดในช่วงเลือกตั้งแล้ว บอกตามตรงว่า น้อยเนื้อต่ำใจในวงการบันเทิงไทยยิ่งนัก

                เพราะการเมืองไทย กับ บันเทิงไทย ถูกแยกออกจากกันไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้

                ในขณะที่ดาราฮอลลีวู๊ดชื่อดังคนแล้วคนเล่า ให้สัมภาษณ์ออกสื่อกันอย่างโจ่งแจ้งว่าสนับสนุนพรรคนั้น ไม่ชอบพรรคนี้ มากกว่านั้นบางคนถึงขนาดเดินทางไปขึ้นเวทีปราศรัยร่วมกับผู้หาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี แสดงออกกันอย่างชัดเจนในฐานะ “ผู้นำทางความคิดและผู้มีอิทธิพลต่อสังคม” ว่ากันไปเป็นฉากๆ แถมบางครั้งบางครายังแอบโจมตีคู่แข่งของคนที่ตนสนับสนุนด้วยซ้ำ

                และที่สำคัญที่สุด เมื่อจบฤดูกาลเลือกตั้ง ดาราทั้งที่ดังและไม่ดังเหล่านั้นก็สามารถกลับมาทำงานร่วมกันได้

                แต่ในทางกลับกันลองจินตนาการถึงดาราไทยสักคน อะไรจะเกิดขึ้นหากเธอหรือเขาทำอย่างเดียวกับที่เกิดขึ้นกับเพื่อนร่วมอาชีพในสหรัฐอเมริกา

                จากประสบการณ์ที่ผ่านมา บอกได้เลยว่า ดาราคนนั้นอาจไม่สามารถอยู่ในวงการได้อีกต่อไป

                ดาราที่เป็นเสื้อเหลืองจะไม่มีทางถูกเชิญให้ไปเล่นละครของผู้จัดที่เป็นเสื้อแดง ผู้กำกับเสื้อแดงก็ยากที่จะจ้างดาราที่ประกาศตัวชัดเจนว่าเป็นเสื้อฟ้า ผลิตภัณฑ์ต่างๆจะไม่เลือกดาราที่ “เลือกข้าง” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เนื่องจากจะเป็นการตัดลูกค้ากลุ่มที่สนับสนุนฝั่งตรงกันข้ามออกไป นักร้องเสื้อแดงจะไม่มีทัวร์คอนเสิร์ตที่จังหวัดภาคใต้ ในขณะที่นักร้องเสิ้อฟ้าหรือเสื้อเหลืองหรือเสื้อหลากสีจะไม่ถูกจ้างไปเล่นคอนเสิร์ตที่พื้นที่ภาคเหนือหรืออีสาน จะโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเชียร์ฝั่งหนึ่งฝั่งใดเป็นพิเศษ ก็อาจจะโดนกองเชียร์อีกฝั่งโจมตี หรือตามรังความให้ได้ยุ่งยากใจ โดยมีข้ออ้างคลาสสิกที่ว่า การเป็นคนสาธารณะไม่ควรเลือกข้าง ควรจะยืนอยู่ตรงกลาง เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเยาวชนและคนในสังคม บลา บลา บลา...

                เหล่านี้คือปรากฏการณ์ที่น่าเศร้า...

                น่าเศร้าในที่นี้ไม่ได้หมายความถึงวงการบันเทิงเพียงวงการเดียว แต่กินความหมายขยายความได้อย่างลึกซึ้งลงไปถึงทุกสาระบบในสังคมไทย สังคมที่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำได้แล้วหรือไม่ว่า ไปไม่ถึงไหนในด้านการยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง และอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ ท่ามกลางการเลือกข้าง และการมีอยู่ของอุดมการณ์ทางการเมืองต่างขั้ว

                นอกจากนั้น เมื่อมองให้ลึกลงไป สังคมไทยยังเป็นสังคมที่เสียโอกาสในด้านการปลูกฝังให้พลเมืองสามารถแสดงความคิดเห็นทางการเมืองได้อย่างอิสระ คนไทยหลายคนคิดว่าการเมืองเป็นเรื่องห่างไกลและเป็นเรื่องที่อันตรายเกินไปต่อการพูดถึง หรือต่อการแสดงทัศนะว่าสนับสนุนข้างใดเป็นพิเศษ ลามเลยไปถึงการเสียโอกาสในการปลูกฝังให้คนในสังคมกล้าที่จะวิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ นโยบายต่างๆของรัฐบาลในเชิงลึก รวมถึงคาดการณ์ผลกระทบในระยะยาวที่จะเกิดขึ้นจากการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆเหล่านั้นของผู้ที่ตัวเองเลือกตั้งให้เข้าไปทำหน้าที่แทน

                ถึงเวลาแล้วหรือยังที่การเมืองสมควรที่จะเป็นเรื่องของทุกคน ทุกชนชั้น ทุกเพศ ทุกวัย และทุกสาขาอาชีพ ทุกคนควรกล้าที่จะพูดเรื่องการเมืองกันได้ โดยไม่ต้องหวั่นใจว่าจะกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ในด้านใดด้านหนึ่ง

เลือกตั้งครั้งหน้า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีโอกาสได้เห็น ณเดช ญาญ่า หรือว่า รุ่นใหญ่อย่างพี่เบิร์ด ออกมาส่งเสียงดังๆสนับสนุนพรรคการการเมืองต่างๆได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ตกงานหรือโดนตามรังควานนะครับ

จั๊ด ธีมะ กาญจนไพริน


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี