คอลัมน์การเมือง

กลวิธีเอาตัวรอดแบบยิ่งลักษณ์

การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาผู้แทนราษฎร ผ่านมาจนถึงวันนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้พูดในสภามากที่สุดตั้งแต่เป็นนายกรัฐมนตรีมาปีกว่าๆ

ก่อนนี้ มีกระทู้ถามสด ก็ไม่ยอมมาตอบ (มาครั้ง-สองครั้ง)

ประชุมสภา ก็ไม่เข้าร่วมประชุมอภิปราย

แถมเคยแอบ ว.5 ไปโฟร์ซีซั่นเสียอีก

ยิ่งกว่านั้น แม้พฤติกรรมจะไม่เคยให้ความสำคัญกับการตรวจสอบตามกลไกรัฐสภา แต่นายกฯ ยิ่งลักษณ์กลับพูดหน้าตาเฉย อ้างกลไกรัฐสภา ปฏิเสธการชุมนุมของประชาชน เรียกร้องให้ใช้การตรวจสอบตามกลไกรัฐสภา

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ฝ่ายค้านเปิดเผยให้เห็นความบกพร่อง ล้มเหลว ปล่อยปละละเลย เอื้อประโยชน์พวกพ้อง บริหารราชแผ่นดินก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง และเกิดการทุจริตโกงกินบนซากความเสียหายของบ้านเมือง ไม่ว่าจะกรณีข้าว จีทูจีอำพราง ที่มีการตั้งบริษัทผีขึ้นมาหากินจากข้าวในโกดังของรัฐบาล กรณีงบน้ำท่วมที่มีการจัดซื้อจัดจ้างแบบพิเศษ ขุดลอกคูคลองแบบ “ขุดหลอก” หากินบนความทุกข์ของแผ่นดินแบบหน้าด้านๆ ฯลฯ มีคลิป เอกสาร หลักฐาน อัดแน่น

นายกฯ ยิ่งลักษณ์เข้ามาร่วมการประชุมในสภา แต่เล่นบทบาทที่สะท้อนให้เห็นถึงความเพิกเฉย ไม่สนใจเนื้อหาสาระของการตรวจสอบตามกลไกรัฐสภา แต่มุ่งอาศัยสภาเป็นเพียงตรายาง หรือเครื่องมือสร้างความชอบธรรมทางการเมืองให้แก่ตนเอง

  เพื่อเห็นภาพกลวิธีการเอาตัวรอดในสภาของนายก ยิ่งลักษณ์ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ซึ่งตีคู่ไปกับละครฮ็อตฮิต “แรงเงา” เรื่องของผู้หญิงแก้แค้น มารยาร้ายลึกบนฉากหน้าสวยๆ แย่งผัวชาวบ้าน จึงขอจำแนกกลวิธีของยิ่งลักษณ์ว่าได้อาศัย “แรงอะไร” ในการเอาตัวรอดจากการตรวจสอบอย่างไร ดังนี้

 

1) แรงโพย

นายกฯ ยิ่งลักษณ์อาศัย “โพย” หรือบทพูดที่ทีมงานเขียนให้ เตรียมให้ ประกอบแผ่นชาร์ท ช่วยให้นายกฯ ลุกขึ้นพูดตามบทที่เตรียมตัวไว้แล้ว โดยไม่สนใจว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายในประเด็นตรวจสอบเรื่องอะไร อย่างไร

ถามอย่างไร อย่าสนใจ

ตั้งหน้าตั้งตาพูดในสิ่งที่ตนเองเตรียมมา

การลุกขึ้นอภิปรายของนายกฯ ในวันแรก จึงเกือบๆ จะเป็นการฉวยโอกาสแถลงผลงานของรัฐบาลไปกลายๆ เพราะแทบไม่ตอบประเด็นที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเลย กลับพรรณโวหารยกยอตัวเองสารพัดเรื่อง

 

2) แรงเงา(ในหลืบ)

คือ อาศัยแรงของเงาที่ซ่อนอยู่ในหลืบด้านหลังที่นั่งของนายกรัฐมนตรี ในการช่วยเขียนบทด้นสด หรือบทที่นายกฯ ต้องพูดเฉพาะหน้า พยายามจะให้เนียนกับประเด็นที่ถูกซักถาม

แต่น่าอาย... เพราะขนาดมีลายมือเขียนใส่กระดาษมาให้อ่าน แต่ยังปรากฏว่านายกฯ ยิ่งลักษณ์อ่านผิดๆ ถูกๆ สลับคำ เว้นวรรคผิด ความหมายเพี้ยน

วรรคทอง ประโยคเด็ด ที่ทีมงานอุตส่าห์เค้นมันสมอง อยากจะให้ส่งเสียงผ่านปากนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เพื่อจะได้อวดภูมิ เสริมภาพลักษณ์ กลับผิดคิวไปเสียหมด

น่าเสียใจแทน “ธงไชย” เจ้าของลายมือเขียน ที่สื่อแอบจับภาพลายมือจากกระดาษบนโต๊ะนายกฯ แล้วนำออกมาประจานผ่านโซเชียลมีเดียเสียจริงเชียว

 

3) แรงงง

เอาตัวรอดโดยอาศัยกลวิธีพูดไป งงไป

เรียกว่า ไปแบบงงๆ

คือ พูดไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าประเด็น แต่ใช้คำพูดที่คิดว่าดูดีทั้งหลาย ไม่ว่าจะ บูรณาการ ความโปร่งใส นิติรัฐ ฯลฯ นำมาเรียงต่อกันด้วยคำเชื่อม ขับเน้นด้วยจริตมารยาส่วนตัว ก่อนจะจบประโยค และจากไปแบบงงๆ

ถูกฝ่ายค้านอภิปรายว่าเงินที่ใช้ในโครงการรับจำนำข้าวหลายแสนล้าน ตกถึงมือชาวนาไม่เต็มที่ เพราะรั่วไหลไปเป็นการทุจริตเข้ากระเป๋าพ่อค้า โรงสี นักการเมือง โดยฝ่ายค้านย้ำแล้วย้ำอีกว่า ถ้าผลประโยชน์ตกถึงชาวนาทั้งหมด โดยไม่แบ่งให้คนขี้โกง ก็จะไม่ว่าอะไรเลย

แต่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ก็ยังอุตส่าห์หลับหูหลับตาเล่นบทดรามา

พูดอ้อนออเซาะว่า “ให้เถอะคะ ให้ชาวนาเถอะค่ะ พี่น้องชาวนาถือเป็นกระดูกสันหลังของชาติ”

ทั้งๆ ที่ เขาไม่ได้ห้ามรัฐบาลให้ชาวนา แต่เขากล่าวหาว่าแบ่งเงินที่ควรเป็นของชาวนาไปให้คนโกง

น่าจะเป็นภาคต่อของพฤติกรรมแบบ “เหวงๆ”

 

4) แรงเงิน

บ่อยครั้ง นางสาวยิ่งลักษณ์ใช้วิธีอวดอ้างเอาความพอใจของประชาชนที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายประชานิยมของรัฐบาลมากลบเกลื่อนปัญหา ผลกระทบ และความเสียหายของนโยบายดังกล่าว

เสมือนเอาเงินฟาดหัวประชาชน

ใช้เงินของแผ่นดินหว่านลงไปเพื่อซื้อคะแนนนิยมทางการเมืองให้ตัวเอง

ทั้งๆ ที่ คนกลุ่มใดได้ผลประโยชน์จากการใช้เงินแผ่นดินของรัฐบาล ไม่ว่าจะได้มากหรือน้อย ก็ย่อมจะต้องพอใจอยู่แล้ว เข้าทำนอง “โกงก็ได้ แต่ขอให้แบ่งเราบ้าง”

แต่ปัญหาที่นำมาสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือ ความรั่วไหล ผลกระทบต่อการเงินการคลังของประเทศชาติ   

ยกตัวอย่าง นโยบายรับจำนำข้าวราคาแพงกว่าตลาดนั้น รัฐบาลก็ยอมรับเองว่า คงจะไม่สามารถดำเนินการในลักษณะนี้ตลอดไปได้ เพราะจะมีภาระทางการคลัง และมีข้าวในสต็อกของรัฐบาลปีละมหาศาล

 

5) แรงขี้ข้าทักษิณ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ยอมรับกลางสภาว่าเป็น “ขี้ข้าทักษิณ” และในระหว่างการประชุมอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ปรากฏว่ามีการประท้วง ขัดจังหวะการอภิปราย ขัดขวางการตรวจสอบนายกรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยปกป้องนายใหญ่และอุ้มหุ่นเชิด

ซึ่งน่าจะรวมถึงขั้นตอนการลงมติด้วย

แรงสุดท้ายนี่เอง ที่เป็นเสมือนยาวิเศษ

แก้วสารพัดนึก

ช่วยให้นางสาวยิ่งลักษณ์สามารถเอาตัวรอดในการอภิปรายครั้งนี้ได้มากที่สุด

สารส้ม


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี