คอลัมน์การเมือง

การออกพรบ.นิรโทษกรรม

 

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย กำลังเร่งดำเนินการอยู่นอกจากหาหนทางที่จะช่วยเหลือพี่ชายคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีให้พ้นจากความผิดที่ได้ก่อขึ้นด้วยการพยายามขอแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 แล้วความเคลื่อนไหวอีกส่วนหนึ่งก็คือความพยายามในการออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมเพื่อให้คนเสื้อแดงพ้นจากความผิดคดีอาญาที่ได้ก่อขึ้นในระหว่างปี 2552 – 2553

ประเทศไทยของเรามีกฎหมายในลักษณะนี้มาแล้วหลายฉบับซึ่งมีรูปแบบที่เรียกชื่อแตกต่างกันออกไปอาจจะใช้ชื่อว่าพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมพระราชบัญญัติล้างมลทินและการขออภัยโทษคดีอาญา เป็นต้น

นักกฎหมายระดับปรมาจารย์หลายๆ ท่านได้ให้อรรถาธิบายคำจำกัดความของพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมว่าคือให้การกระทำที่ผิดไม่ผิดไม่นำไปสู่การลงโทษเหมือนการล้างไพ่ใหม่ส่วนการขออภัยโทษทางคดีอาญานั้นโดยหลักใช้กับผู้ที่ต้องโทษทางคดีด้วยการลดโทษซึ่งหมายความว่าผู้กระทำความผิดต้องได้รับโทษแล้ว เพื่อให้ได้รับการปล่อยตัวเร็วขึ้นแต่ไม่ใช่การล้างความผิดที่เกิดขึ้น

ส่วนพ.ร.บ.ล้างมลทิน มักเกิดขึ้นในโอกาสต่างๆ กฎหมายล้างมลทินไม่ใช่กฎหมายล้างความผิด แต่เป็นกฎหมายที่ลดโทษออกไม่ใช่การล้างความผิดทั้งหมดดังนั้นต้องแยกระหว่างโทษและความผิดขณะเดียวกันมองว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้มีทั้งข้อดีข้อเสียที่เอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทั้งการเพิ่มโทษและลดโทษเพราะอาจจะทำให้ผู้ที่กระทำผิดไม่หลาบจำและไปกระทำผิดซ้ำขึ้นอีกได้

ในขณะนี้มีกระแสเรียกร้องออกมาจากพลังมวลชนคนเสื้อแดงต้องการให้รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้แก่คนเสื้อแดงที่กระทำผิดคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งนอกจากจะให้คนเสื้อแดงที่ต้องคดีอาญาได้รับประโยชน์ถูกปล่อยตัวออกมาจากเรือนจำในที่ต่างๆ แล้ว ก็จะเป็นการช่วยเหลือคนเสื้อเหลืองที่ต้องคดีอาญาเพราะกระทำผิดทางการเมืองที่เกิดขึ้นด้วย

โดยมีข้ออ้างว่าเป็นนโยบายปรองดองและสมานฉันท์ให้สภาพสังคมไทยที่ขณะนี้เกิดความแตกแยกกันอย่างรุนแรงให้คืนมาสู่สภาวะปกติก่อนรัฐประหารวันที่ 19 กันยายน 2549 ซึ่งคนที่จะได้ประโยชน์ในการออกพระราชบัญญัติดังกล่าวคงไม่ได้มีเฉพาะคนเสื้อแดง คนเสื้อเหลืองเท่านั้น แต่อาจจะมีการออกพระราชบัญญัติครอบคลุมไปถึงนักการเมืองที่กระทำผิดทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงด้วย

ดังนั้นการที่รัฐจะออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมให้ประชาชนที่ได้กระทำผิดทางอาญาเพราะเหตุผลทางด้านการเมืองและลดความขัดแย้งในบ้านเมืองและสังคมนั้นรัฐจะต้องคิดทบทวนให้ดีเพราะอาจจะนำประเทศไปสู่สภาพไร้ระเบียบและกฎหมายได้โดยง่ายและอาจจะนำไปสู่รัฐที่ล้มเหลว หรือ Falling State ได้เพราะกฎหมายขาดความศักดิ์สิทธิ์เนื่องจากมีการนิรโทษกรรมกันด้วยอำนาจทางการเมืองง่ายๆ และบ่อยครั้งนั่นเอง
 


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี