คอลัมน์การเมือง

แก๊งค์โฟร์ซีซั่น

 

ผ่านมา 1 ปี ของเหตุการณ์ว.5 ชั้น 7 โฟร์ซีซั่น เขากลายเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารราชการแผ่นดิน เป็นที่ปรึกษาสำคัญของนายกรัฐมนตรี และ เป็นที่มาของ“ก๊วนโฟร์ซีซั่น” ที่ทักษิณ ชินวัตรเริ่มหงุดหงิด

วันศุกร์ 8 ก.พ.นี้  ครบรอบ 1 ปี คดีเด็ด“ ว.5 ชั้น 7  โฟร์ซีซั่น ”  คดีการเมือง ผสมการมุ้งที่ยุ่งเหยิงอิรุงตุงนังและอื้อฉาวกระฉ่อนมากที่สุด นับแต่เคยมีมาในประวัติศาสตร์การเมืองไทย 

เรื่องราวปริศนาดำมืดบนโรงแรมหรูกลางกรุงเทพ  ที่เกิดขึ้นระหว่างนายกรัฐมนตรีหญิง  กับ เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ “แสนสิริ” ที่ยังคงลี้ลับจับต้นชนปลายไม่ถูก  เป็นข่าวการเมืองที่ผู้คนพูดกันให้แซ่ดทุกเพศทุกวัยกระทั่งเด็กเล็กก็ไม่เว้น และ ผลของความอื้ออึงนี้จึงเกิดวลี ว. 5 ชั้น 7 โฟร์ซีซั่น ที่เป็นยันต์สักกลางหน้าผากของนายกรัฐมนตรีหญิงไปอย่างช่วยไม่ได้

ผ่านไป 1  ปี ดูเหมือนว่าคดีนี้ไม่มีความคืบหน้าอะไร   แต่ตัวละครทุกตัวบนชั้น 7  กลับได้ดิบได้ดีทางการเมืองในรัฐบาลของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ไปตามๆกัน ทั้ง“กิตติรัตน์ ณ ระนอง “ รองนายกฯและรมว.คลังที่ข่าวว่า ทักษิณชังแต่ยิ่งลักษณ์ชอบ   หรือแม้แต่ “เศรษฐา ทวีสิน”  ที่กำลังถูกสำนักข่าวอิศราเจาะหีบสมบัติว่าเชื่อมโยงไปถึงเกาะสวรรค์“บริทิช เวอร์จิ้น” ก็เป็นตัวละครเอกของ ว.5 ชั้น 7 โฟร์ซีซั่น  ที่ผันกายมาเป็นหนึ่งในทีม” ก๊วนโฟร์ซีซั่น ”  ที่สื่อมวลชนรายงานตรงกันว่า ที่ปรึกษาคนนี้” เก่ง” และ “สำคัญ” ดุจลมหายใจของนายกหญิงเลยทีเดียว

ผลผลิตที่เห็นชัดของ  “ก๊วนโฟร์ซีซั่น” คือ  “นพ.ประดิษฐ  สินธุวณรงค์” เพื่อนสนิทเศรษฐา และ กิตติรัตน์ ที่กลายมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในรัฐบาลยิ่งลักษณ์  เมื่อไปศึกษา”สำนักข่าวอิศรา” พบว่าคุณหมอเจ้าของ” เด๊กคอร์ มาร์ท “ ในซอยทองหล่อ มีหุ้นทำธุรกิจกับเศรษฐาทั้งในประเทศและต่างประเทศด้วย ไม่ต่างจากสุรนันทน์ เวชชาชีวะ ที่หุ้นกันพัวพันแม้ไม่มากแต่ก็ไม่น้อย 

เศรษฐา- กิตติรัตน์ และยิ่งลักษณ์ เป็นกลุ่มก๊วนกันมาตั้งแต่ทำมูลนิธิดาวเทียมไทยคม กีฬาฟุตบอลทำให้เขาและเธอมาเจอกัน แต่ไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไรทำให้เธอไปเจอเขาบนชั้น 7 ในบ่ายสองของวันนั้น  

ไม่ว่าอย่างไรก็ตามการรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่นของเพื่อนสนิทก๊วนนี้ เป็นที่มาของฉายา  “แก๊งค์โฟร์ซีซั่น”เธอกับเขาและเราสี่คน …ยิ่งลักษณ์ –เศรษฐา –กิตติรัตน์ และ สุรนันทน์…   แก๊งค์การเมืองที่ทรงพลังมากที่สุดในเวลานี้  และ คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่สำนักข่าวอิศราเปิดขุมทรีพย์แสนสิริของ “เศรษฐา” ในสัปดาห์ของวันครบรอบ 1 ปีกรณีโฟร์ซีซั่นพอดีพอดิบ

จะพูดถึงเรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปในบ่ายสองวันนี้เมื่อปีกลาย ( 8 ก.พ 55)  ที่รร.โฟร์ซีซั่น ถนนราชดำริ  กทม .นายเอกยุทธ อัญชัญบุตร  นักธุรกิจระหว่างประเทศ  ที่ รู้จักกันดีในฐานะคู่กัดของ พ.ต.ท.ดร. ทักษิณ ชินวัตร มีนัดพบปะกับเพื่อนนักธุรกิจที่ล๊อบบี้ของโรงแรมหรูแห่งนี้ 

เขานั่งที่นี่เป็นประจำใช้ที่นี่เป็นที่รับรองแขกเพื่อพูดคุยเจรจาธุรกิจ  ที่นั่นในวันนั้นเขาพบนายกรัฐมนตรีหญิงเดินเข้ามาอย่างเงียบและง่ายตอนบ่ายสอง  ก่อนกลับออกไปในลักษณาการเหมือนตอนเข้ามาในตอนสี่โมงเย็น  

ไล่ๆกันนั้นเขาพบเจ้าพ่อแสนสิริ “เศรษฐา ทวีสิน” ที่หน้าลิฟท์ 

ก่อนหน้านั้นเขาเห็น”กิตติรัตน์ ณ ระนอง” บนชั้นลอยในงานเปิดโครงการเอสเอ็มอีของธนาคารไทยพาณิชย์ ? 

ระหว่างที่คนนั้นเดินมา  คนนี้ออกไป  เอกยุทธก็ยังนั่งรอแขก – รับแขก และคุยงานต่อไปตามปกติ    จนเกืยบๆ 5โมงเย็น  เอกยุทธเริ่มชักชวนแขกของเขาให้ออกไปสังสรรค์กันต่อในสวนของโรงแรม  แล้วจ่อมอยู่ตรงนั้นด้วยความสำราญ จนเวลาล่วงไปถึงหัวค่ำ  

ขณะที่กำลังเพลิดเพลิน ชายผู้มากมิตรและศัตรูพอๆกันก็ล้มครืนอย่างไม่ทันตั้งตัว มารู้สึกอีกทีเมื่อมีชายในชุดซาฟารีกรากเข้ามารัวหมัดใส่เขาไม่ยั้ง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องและเอะอะ  ทีมการ์ดของเอกยุทธเข้ามาช่วยเหลือจนเกืยบปะทะกันด้วยอาวุธ แต่ในที่สุดเสียงโครมคราม หวีดร้อง ก็หยุดลง ทิ้งไว้แต่โต๊ะ– เก้าอี้ที่ล้มระเนนระนาด ขวด–แก้ว จาน ชาม ช้อน หล่น แตก เกลื่อนกระจายเต็มพื้น และเอกยุทธที่ค่อยๆพยุงกายขึ้น…กรณี ว.5 ชั้น 7 โฟร์ซีซั่นเริ่มต้นที่ตรงนี้และนาทีนั้น 

เอกยุทธผู้คลั่งแค้นพุ่งไปร้องขอดูกล้องวงจรปิดในโรงแรม  ในนั้นเขาเห็นชายในชุดซาฟารี  แม้ไม่เห็นหน้าชัดๆ แต่ฟังธงได้เลยว่าเป็นคนของนายใหญ่  ด้วยเคยเห็นสมัยที่เปล่งรัศมีบนเก้าอี้ผู้นำ และเรื่องราวต่างๆถูกเชื่อมโยง

ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรที่ร.ร.โฟร์ซีซั่น  ขณะที่นายกรัฐมนตรีตรงดิ่งกลับไปเซ็นชื่อออกจากรัฐสภาและบ่ายหน้ากลับไปพักผ่อนที่บ้านพัก  ด้านเอกยุทธก็พาหน้าบวมปูดอัพขึ้นเฟส บุ๊ค ส่วนตัวในตอนค่ำ และ เตรียมการเงียบๆคนเดียวเพื่อแถลงข่าวในวันรุ่ง

ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนที่ห้องบิสสิเนส  รูม ร.ร.โฟร์ซีซั่น เอกยุทธปลุกให้คนไทยทั้งโลกตื่นขึ้นมากับข่าว “ว.5 ชั้น 7 โฟร์ซีซั่น” ที่แสนอื้อฉาว คละคลุ้งกลิ่นการเมืองผสมการมุ้ง  ข่าวนี้ดังเปรี้ยงปร้าง และยังถูกพูดถึงตราบเท่าวันนี้  ขณะที่วลี “ว.5 ชั้น 7 โฟร์ซีซั่น”  ไม่ต่างจากชนักปักหลังนายกรัฐมนตรีหญิงและ บิ๊กแสนสิริ ที่ตอบไม่ได้ไปไม่เป็น

จากวันนั้นถึงวันนี้ ยังไม่มีใครออกมาตอบชัดๆเลยว่า  นายกรัฐมนตรีหญิงทิ้งการประชุมรัฐสภาฯ  แต่มาโผล่ที่ ร.ร.โฟร์ซีซั่น โดยออกวิทยุ “ไม่ให้สื่อมวลชนและ เจ้าหน้าที่ ติดตาม (ว.5) “  นั้นเพราะอะไร  มีการงานสำคัญอะไรหนักหนาหรือ ทำไมไม่ไปพบปะหารือกันในห้องประชุมรัฐสภาหรือทำเนียบรัฐบาล เหตุใดต้องปิดลับ  และทำไมต้องมาพบภาคเอกชน ทำไมต้องมีเศรษฐา ทวีสิน  อีกทั้งนักธูรกิจที่เหลือ 6-7 คนที่กิตติรัตน์เอ่ยถึงเป็นใคร อยู่ที่ไหน  ทำอะไรกันบ้าง รวมถึงกิตติรัตน์ที่ไม่อยู่กับร่องกับรอย  เดี๋ยวบอกว่าอยู่บนชั้น 7 ด้วย  แต่อีกเดี๋ยวปฏิเสธปากสั่นว่าไม่ใช่ …เอาไงกันแน่…เอาอยู่กันไหม…จะเอากันยังไงต่อไป

….ทั้งหมดนี้ไม่มีใครออกมาตอบให้ชัดเจน ไม่ตรงไปตรงมา มีแต่อึกอัก และขอไปที  จึงช่วยไม่ได้ที่ผู้คนจะคิดไปในทางอื่นซึ่งหนีไม่พ้นเรื่อง “ชู้สาวคาวสวาท”  และ  “ทุจริตคอรัปชั่นเชิงนโยบาย

น่าสงสัยไม่น้อยเลย เพราะ “ว.5 ชั้น 7 โฟร์ซีซั่น” ยิ่งอื้อฉาวกระฉ่อนมากเท่าไร นายกรัฐมนตรีหญิงยิ่งนิ่งเฉยปิดปากมากขึ้นเท่านั้น สิ่งเดียวที่เธอทำคือเอกสารเวิ้งว้างชี้แจงไปถึงผู้ตรวจการแผ่นดินแค่ครึ่งหน้า 

ขณะที่เศรษฐา ทวีสินไม่ร่วมมือใดๆ จากที่เคยออกมายอมรับสั้นมากว่า “ประชุมกับนายกรัฐมนตรี และ นักธุรกิจอีกหลายคนบนชั้น 7 ร.ร.โฟร์ซีซั่น แต่ไม่มีเรื่องลับลมคมในทางอื่น  มีแต่เรื่องการงานล้วนๆ ” 

บัดนี้ผ่านมา 1 ปี  เขากลายเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารราชการแผ่นดิน  เป็นที่ปรึกษาสำคัญของนายกรัฐมนตรี และ เป็นที่มาของ “ก๊วนโฟร์ซีซั่น”  ที่ทักษิณ ชินวัตรเริ่มหงุดหงิด  ยิ่งวันนี้ที่ “หีบสมบัติ” ของแสนสิริ กับสายสัมพัน์ฉันท์ธุรกิจกับหมอประดิษฐ  รมว.สาธารณสุขถูกเปิดดังพลั้วจาก สำนักข่าวอิศราด้วยแล้ว ความว่าทักษิณยิ่งคลั่ง  เพราะสำรวจคลังแสนสิริแล้วผิดหูผิดตา…น้ำผึ้งจะขมเสียแล้วก็ไม่รู้ เพราะดูทีพี่ชายเอาจริง แม้น้องสาวจะยืนกรานว่าเอาอยู่  งานนี้มีวัดกันระหว่าง”สายเลือดกับสายสัมพันธ์

เวลานี้เท่ากับว่านายกรัฐมนตรีนั่งอยู่ท่ามกลาง  “พี่ชาย และ เพื่อนชาย” …แสนรัก กับ แสนสิริ…ใครจะรู้ว่า เธออยู่มาถึงวันนี้ได้ไม่ใช่เพราะ สไกป์แต่เป็นสมอลล์  

วันนี้ครบรอบวาระ 1 ปี คดีโฟร์ซีซั่นก็ยังคงเป็นปริศนาดำมืด   เป็นความลับที่ปิดประตูใส่ความจริง   เป็นเรื่องร้อนที่รู้จริงกันแค่ “คนรู้จัก”  และ “คนรู้ใจ” ส่วนใครเป็นใคร หาคำตอบได้จากนวนิยาย “น้ำเซาะทราย”


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี