คอลัมน์การเมือง

ประชาชนคือ ป้อมปราการสุดท้าย

 

จนเมื่อหัวข้อสถาบันพระมหากษัตริย์  ถูกหยิบขึ้นมาพูดในรายการตอบโจทย์ ของ ไทยพีบีเอสโดยนายภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ที่พา สมศักดื เจียมธีรสกุล ขึ้นจากใต้ดินมาสู่โลกสาธารณะครั้งแรก สังคมไทยก็ถึงจุดระเบิดและไม่ยอมอีกต่อไป

มีคนใกล้ชิดทักษิณ ชินวัตรเล่าว่า “ ทักษิณคิดและเชื่อเสมอว่า สถาบันสูงสุดนั้นล้าหลัง เหมือนระบบ อนาล๊อก และเขาคือระบบดิจิตอล”

                เราจะเริ่มกันศุกร์นี้ด้วยเรื่องนี้ เพราะนึกไว้แล้วเชียวว่า กรณีตอบโจทย์ ตอนสถาบันพระมหากษัตริย์ ทางไทยพีบีเอส ต้องสั่นเสทือนสังคมไทยอย่างหนัก จนถึงวันนี้ ไม่มีอะไรที่จะเลวร้ายไปมากกว่านี้อีกแล้ว 

                ผลที่เกิดขึ้นกระทบไปถึงไทยพีบีเอสถูกบุก  ผู้บริหารถูกบีบ พิธีกรลาออก สมศักดิ์ เจียมฯ ถูกถอนหงอก  คนไทยทะเลาะกันแทบจะกินเลือดกินเนื้อกันได้  บ้านเมืองร้อนรุ่มไม่หมด ทหารก็ไล่คนคิดต่างออกไป  ตำรวจก็เลิ่กลั่ก แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์กลับนิ่งเฉยไม่นำพา

                ป่านนี้คนแดนไกลก็หัวเราะเยาะร่วนไปแล้ว ที่เห็นเพื่อนร่วมชาติทะเลาะกัน และสถาบันถูกบั่นทอนครั้งใหญ่เจียนทรุด!!! ซึ่งเวลานี้เกิดปรากฏการณ์วิจารณ์เจ้ากันเมามัน ไม่มีเหตุผล  ไม่รู้เหนือรู้ใต้ ไม่รู้ใครเป็นใคร ไม่สนใจฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ  ไม่นำพาประวัติศาสตร์การต่อสู้สร้างบ้านแปงเมืองของบรรพชน ยินแต่คำว่า ดึงฟ้าต่ำ  ทำหินแตก  แยกสังคม

                เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปสมัยทักษิณ ชินวัตรขึ้นครองเมืองใหม่ๆ เบื้องหลังของเขาล้วนเต็มไปด้วยผู้คนที่มาพร้อมกับความมุ่งมั่น  รอยแค้นและรัฐไทยใหม่  ยุคนั้นพูดกันเบาๆว่า คอมมิวนิสต์หลงยุคอาศัยปีกทุนของทักษิณมาล้างแค้น ล้มเจ้า สถาปนารัฐไทยใหม่ และทักษิณคือพาหนะนำไปสู่เป้าหมาย  ขณะที่ปลายทางคือ ประธานาธิบดี และสมัยแรกคงไม่พ้น  “ทักษิณ”

                ในยุคนั้นระบบคอมพิวเตอร์ยังไม่เจริญเท่าวันนี้และ สังคมออนไลน์ยังไม่มี  กระนั้นก็ยังเกิดเว็บไซต์จาบจ้วงสถาบันจนได้  ซึ่งร้อนแรงพอทำเนา เรื่องที่ไม่เคยเล่า ไม่เคยพูด ก็เกิดเสียงซุบซิบและเร่งให้เซ็งแซ่  ขบวนการล้มเจ้าเกิดขึ้น ณ จุดนี้ ในเวลานั้น

ทั้งเว็บจีโอซิตี หรือ เว็บมนุษยา ดอท คอม  ต่างเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ไม่ต่างจากสิ่งที่สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล พูดในรายการตอบโจทย์ เนื้อหาส่วนใหญ่คับแคบ วนเวียนมาจากหนังสือเล่มเดียวคือ “กงจักรปีศาจ” เล่มนี้ที่ว่า “ต้องห้าม” แต่ไม่ใช่อื่นใด นอกจาก”เหตุผลรองรับ”แทบไม่มี

                ต่อมามีการเปิดเผยว่า สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเยล คลอดหนังสือที่เขียนโดยพอลเฮนรี่  นักข่าวฝรั่งที่เคยประจำอยู่กรุงเทพ  ชื่อ  เดอะคิงเนเวอร์สไมล์  หนังสือต้องห้ามเล่มนี้ก็เอาความตอนหนึ่งมาจาก 13 บทของกงจักรปีศาจ

                ร่ำลือกันว่า “คนหูกระต่าย” ที่ปรึกษาใหญ่คนแดนไกล เลือกผีโม่แป้งฝรั่งคนนี้มาเขียนเพราะหิ้วง่าย สั่งได้จากร้านเหล้าแถวศาลาแดง คนหูกระต่ายกำหนดบทเดินเรื่องให้เสร็จสรรพ แถมช่วยออกทุน  ช่วยนำออกไปพิมพ์ จำได้ว่าเคยประจันหน้ากับคนเขียนที่นิวยอร์ค พบว่าฐานะเขาดีขึ้น ยังอาศัยในวอชิงตันดีซี 

                ช่วงเวลาที่ทักษิณเรืองอำนาจ บนเวทีพันธมิตรฯที่สวนลุมพินี เป็นผู้เริ่มเปิดฉากแฉขบวนการล้มเจ้า เปิดโปงเว้บไซต์มานุษยา ดอท คอม ที่ทำจากต่างแดน แต่ทุนใหญ่ไหลออกไปจากกรุงเทพ จุดนั้นทำให้คนใกล้ตัวทักษิณสายคอมมิวนิสต์ ถูกเพ่งเล็งมากที่สุด

สุดท้ายทักษิณกับพฤติกรรมที่ตีตนเสมอเจ้าและคำพูดคำที่ลบหลู่ ก็ดันให้เขาเข้าไปรวมกับกลุ่มคอมมิวนิสต์หลงยุค จนเป็นที่มาของ ขบวนการล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้า เพื่อสร้างรัฐไทยใหม่ และเป็นที่มาของเสียงซุบซิบถึงคำว่า ประธานาธิบดี

                เมื่อทักษิณถูกประชาชนขับไล่ด้วยเครื่องมือชื่อ รัฐประหาร   ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาพบว่าขบวนการล้มเจ้าเริ่มชัดเจนโหมฟืนเร่งไฟ

                ในต่างจังหวัดมีการริเริ่มใช้สีแดงของคอมมิวนิสต์มาแบ่งกลุ่มคน คนจน-รากหญ้า ถูกแยกออกจากคนเมืองและเมืองหลวง ให้เป็นคนเสื้อแดงสร้างวาทกรรมอำมาตย์ –ไพร่ สร้างนิยายความเหลื่อมล้ำต่ำสูงไม่เป็นธรรม 

                มีการจัดตั้งกลุ่ม นปช.ขีดวงล้อมในพื้นที่อ่อนแอ ชักจูงง่ายโดยเฉพาะคนอีสาน คนเหนือ

                ผู้คนจำนวนมากถูกปั่นหัว ล้างสมองว่าทักษิณคือคนดี เก่ง ผู้วิเศษที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงพลิกโฉม พลิกฟ้า คว่ำดินวาทกรรมว่า ทักษิณทำได้ทำดีจนคนรักและสุดท้ายโดน “เจ้าอิจฉา”หาเรื่อง”ปฏิวัติ” ไล่ออกนอกประเทศ และโยงเอากรณี “ปรีดี พนมยงค์”มาเทียบเคียงกับทักษิณว่าเหมือนกัน ที่นั่งเดียวกัน ชะตากรรมเดียวกัน ...กงจักรปีศาจเปิดฉากถล่มเจ้าเริ่มที่จุดนี้!!!

ข้อมูลเหล่านี้มาในรูปของ ซีดี ดีวีดี แผ่นพับ ใบปลิว และวิทยุชุมชนโปรยไปทั่วอีสาน-ภาคเหนือ โดยบริวารของคนแดนไกล

                ตอนนั้นเกิด “เว็บหมิ่น”ผุดขึ้นมากมายราวดอกเห็ด  ปฏิบัติการน้ำหยดลงหิน ทุกวันๆ หินกร่อนจนแตก แยกคนออกจากในหลวง เปลี่ยนพสกนิกของพระองค์เป็นประชาชนของผม และเปลี่ยนคนไทยให้เป็นเสื้อแดง และเร่งฟืนโหมไฟใส่แดงทั้งแผ่นดิน กองทัพเหล่านี้มากับท่อน้ำเลี้ยงที่ต่อจากแดนไกล ผ่านเครือข่ายทั้งนักธุรกิจ แม่ค้าเพชร และ นักการเมือง

                พลัง นปช.คนเสื้อแดงเกิดขึ้นครั้งแรกที่สนามหลวง  มีสหายเก่าจากป่า  เช่น หมอเหวง ป้าธิดา วีระ และ ตู่ –เต้น คือดาวจรัสแสงของทักษิณ  มีการจัดเวทีปราศรัยทุกคืนด้านหน้าประตูธรรมศาสตร์  ฉากหลังเวทีสะท้อนให้เห็นการจาบจ้วงรุนแรง และแล้ว“ดา ตอร์ปิโด” ก็สะดุดขาตัวเองเมื่อ “ด่าทอ” เกิน “วิจารณ์” การล้ม กม.112  เริ่มทำงาน เปิดฉากนักวิชาการ –สื่อ กางเกงในแดง

                วิทยุชุมชน และ ทีวีดาวเทียมเสื้อแดงถูกจัดตั้งเกลื่อนไปหมด  แต่รัฐบาลขิงแก่ และ ผู้หลักผู้ใหญ่ในแผ่นดินนี้ยุคนั้นก็ยังไม่นำพา

                เทคโนโลยี่การสื่อสารที่ก้าวหน้าล้ำสมัยเข้ามารวดเร็ว  เครื่องมือเหล่านี้ถูกนำมาใช้บั่นทอนรัฐบาลสุรยุทธพุ่งโจมตีสถาบันสูงสุด ตอกย้ำ - กล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังรัฐประหาร และย้ำคำว่า “อิจฉา”  จนติดลม

                เมื่อการเลือกตั้งเสร็จสิ้น มีรัฐบาลนอมินี มีสมัคร สุนทรเวช มีสมชาย วงศ์สวัสดิ์  มีการชุมนุม  และพันธมิตรคือ อัศวินขี่ม้าขาวของชาวประชา

                การชุมนุมของพันธมิตรครั้งที่สองล้มรัฐบาลสมัครและสมชาย จนเกิดรัฐบาลอภิสิทธิ์  การตอบโต้ในรูปแบบเดียวกันก็เริ่มต้นอย่างรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว  ทั้งล้มการประชุมซัมมิท พัทยา สงกรานต์เลือด บ้านเมืองวิกฤตแต่การรับมือก็ยังไม่เข้มแข็ง 

เหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมในปีถัดมา คราวนี้รัฐบาลอภิสิทธิ์ถึงต้องยุบสภาเมื่อกองทัพเสื้อแดงตั้งเวทีปิดแยกผ่านฟ้า แยกราชประสงค์  โจมตี มุ่งร้าย เลียบค่าย จาบจ้วง  ยึดเมือง  เผากรุง และ ประกาศ “ปลดรูปที่มีทุกบ้าน” ...ขบวนการล้มเจ้าเดินออกจากป่าเข้าสู่กลางเมืองหลวงด้วยกองทัพเสื้อแดงนำหน้า

                การเมืองเปลี่ยนค่ายผลัดมือมาสู่เพื่อไทย ชัยชนะที่นำพานารียิ่งลักษณ์เข้าทำเนียบ ทำให้สังคมไทยในยุคเฟส บุ๊ค– ยูทูบ เริ่มหันมองทักษิณและพวกแดงเต็มตา  ข้อมูลล้มเจ้าเกลื่อนสื่อโซเชียลมีเดีย และผู้นำคือ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล  แต่ข้อมูลวนเวียนในวงเดิม  เว็บหมิ่นเกลื่อน  เฟส บุ๊คหมิ่นผุดขึ้นจนพรุนเหมือนตามด  แต่รัฐบาลทำเฉยเหมือนตีสองหน้า

ประชาธิปัตย์ไม่เพียงตกเป็นฝ่ายค้าน แต่ยังเป็นจำเลยคดี 98 ศพจากการกระชับพื้นที่  หัวหน้าพรรคและอดีตเลขาธิการพรรค เริ่มตระหนักรู้ถึงพิษสงการสื่อสารเมื่อยามสาย  เขาสองคนพาพรรคพวกเดินสายเปิดเวทีผ่าความจริง และ ความจริงที่ไม่ตายกำลังเดินเครื่องจนหนทางกลับบ้านของทักษิณสั้นและแคบลง

                เวลา 1 ปีเศษของยิ่งลักษณ์เต็มไปด้วยปัญหาทุจริตคอรัปชั่นจากนโยบายประชานิยมที่มอมเมาประชาชนให้เคลิบเคลิ้มตกเป็นทาส  ขณะเดียวกันกลุ่มล้มเจ้าก็เขยิบขึ้นมามากขึ้น  สื่อทันสมัยเข้าถึงประชาชนรวดเร็วและง่ายดายเป็นเครื่องนำสารสกปรกไปถึงทุกคน วิวาทะระหว่างคนรักในหลวงและคนล้มเจ้าเริ่มเดือดแรง  และนิติราษฏร์ ล้ม กม.112 เริ่มมีเดช พร้อมๆกับการประกาศตัวของสื่อเลือกข้าง และเกิดสื่อสีแดง  - สีฟ้า ต่อสู้ชัดเจนด้านข้อมูล

                ประเด็นสถาบันสูงสุดถูกการเมืองนำมาใช้อย่างฟุ่มเฟือย  แม้คนชังไม่เท่าคนรัก  แต่การวิจารณ์เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินในสื่อออนไลน์จาบจ้วงรุนแรงจนน่ากลัวถ้อยคำหยาบคายมากขึ้นอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์  แรงรักและแรงต้านยันกันรุนแรง แต่ก็แค่ออนไลน์ และ ใต้ดิน

                จนเมื่อหัวข้อสถาบันพระมหากษัตริย์  ถูกหยิบขึ้นมาพูดในรายการตอบโจทย์ ของทีวีสาธารณะ ไทยพีบีเอสโดยนายภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ที่พา สมศักดื เจียมธีรสกุล อาจารย์สายประวัติศาสตร์จากธรรมศาสตร์ขึ้นจากใต้ดินมาสู่โลกสาธารณะครั้งแรก สังคมไทยก็ถึงจุดระเบิดและไม่ยอมอีกต่อไป

สารพัดม๊อบจึงดาหน้าบุกไทยพีบีเอส กดดัน และบีบคั้นจนพิธีกรลาออก  ยุติรายการตอบโจทย์ที่แสลงใจประชาชน ขณะที่ไทยพีบีเอสเริ่มกระบวนการสอบสวนหาความจริงว่า ใคร?อยู่เบื้องหลัง “ตอบโจทย์” ตอน ล้มเจ้าและทบทวนกันเองว่า ไทยพีบีเอสเป็นสื่อสาธารณะหรือเครื่องมือคนแดงล้มเจ้า ?

                คำถามเกิดขึ้นมากมาย สังคมเริ่มถกเถียง  เรื่องเหลวไหลไร้หลักฐานก็ถูกหยิบขึ้นมาชำแหละด้วยปากของ อจ สมศักดิ์ เจียมฯต่อไปแม้โดนแรงต้านหนักทั้งซีกทหารและตำรวจ

                บ้านเมืองวุ่นวายร้อนเร่าไปหมด  ความโกลาหลเกินขึ้นจนเห็นลางหายนะแต่รัฐบาลไม่นำพา กลับเดินหน้ากู้เงินนอกระบบก่อหนี้เกินตัว  ยัดเยียดประชานิยมโกหกหาเสียงการเมืองด้วยภาษีประชาชน และ เปิดเกมสกปรกแก้กฎหมายพา “ทักษิณ” จอมโจรปล้นชาติกลับบ้านมาเสวยสุข 

                นี่คือเหตุที่เกิดคำทำนายของหมอดูชื่อดัง  คนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต  เขาถึงกลัวกันนักว่า เมษาฮาวายจะหวนคืนกลับมา ตั้งท่ารับมือกันดีๆ อย่าให้ซ้ำรอย “บิ๊กบัง” ที่ฉี่ไม่สะเด็ดน้ำแล้วกัน

                ม็อบไทยพีบีเอสผ่านไป  สารพัดม็อบกำลังตามมา หนึ่งในนั้นคือม็อบการเมืองจากค่ายสหัษวรรษที่จับมือกับกลุ่ม 13 สยามไท เริ่มที่ทวงคืนพระวิหารและทำท่าจะลามเข้ามาทำเนียบรัฐบาล  ยินว่าเมษายนนี้ “ร้อนและเดือด”

                หายนะของประเทศกำลังรออยู่เบื้องหน้ากับการก่อหนี้-บิดเบือนความจริง-ทุจริตเงินประชาชน และ ล้มสถาบันฯ 

                การผ่าตัดเพื่อรักษาประเทศไทยต้องเร่งลงมือ  มิเช่นนั้นบ้านเกิดเมืองนอนของเราไม่พ้น “ชิบหาย” อย่างแน่นอนมิต้องสงสัย

                ยุคนี้สมัยนี้...ทหารก็ของเขา -ตำรวจไม่ต้องพูดถึง -ข้าราชการพึ่งอะไรไม่ได้ สิ่งเหลืออยู่สุดท้ายคือ “ประชาชน”

                เราเป็นเจ้าของประเทศนี้ร่วมกันมีหุ้นส่วนเท่าๆกัน ถ้าเราไม่รับผิดชอบกับบ้านนี้เมืองนี้ตอนนี้ แล้วเราจะทำกันเมื่อไร  อย่าถือว่าธุระไม่ใช่  อย่าแชเชือน จงเก็บความกลัวแปรเป็นความกล้า  เดินออกมาพร้อมๆกันและตะโกนบอกทักษิณ –ยิ่งลักษณ์ –เยาวภาว่า “พอกันที”แต่รู้ไหม? “เสียงเดียวไม่พอ – ต้องหลายเสียงประสาน”

                ถ้ากลัวอย่าทำ ถ้ากล้าต้องเริ่มแล้วหากช้ากว่านี้สุดท้ายเราอาจไม่เหลืออะไรเลยแม้แต่ “ร่มเกล้า” ของเราเผ่าไทย


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี