คอลัมน์การเมือง

กรณ์ พบ ทักษิณ ...ไม่มีวัน !!

อยากเรียนลูกชายของอดีตนายกฯ ให้ทราบครับว่า ...อย่าเอามาตรฐานของขี้ข้าพ่อตัวเองมาตัดสินคนอื่นครับ ..มันยิ่งทำให้คุณดูมีนิยามของคำว่า "พานทองแท้" มากขึ้น

“การเมือง...เรื่องเงินๆ” บทความในวันนี้ ดูเนื้อหาจะตรงประเด็นกับชื่อคอลัมน์อย่างยิ่งครับ เพราะมีคนที่ไม่ปรารถนาดี เอาบุคคลสำคัญทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ มาดิสเครดิต ทำลายความน่าเชื่อถือ เพื่อหวังผลทาง "การเมือง"

ตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา บ้านเมืองสงบสุข ผู้คนมีความสุขกับการเล่นน้ำสงกรานต์ ไม่เหมือน ในปี 52 และ ปี 53 ที่ผ่านมา เพราะมีการจลาจลวุ่นวายกันทั้งเมืองหลวง และหัวเมืองต่างจังหวัด ก็เพราะตัวต้นเหตุคนนี้ ทำสิ่งเลวร้ายที่หวังผลทาง "การเมือง" อีกแล้ว

เข้าเรื่องเลยครับ สมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตบ้าน 111 ไทยรักไทย ที่ดอดพบทักษิณบ่อยๆ ปล่อยข่าวลือว่า พรรคฝ่ายค้านไปแอบผมทักษิณ อดีตนายกฯ ซึ่งปัจจุบันเป็นนักโทษชายหนีคดี บ่อยกว่าพวกตัวเองอีก จากนั้นก็มีคนโยงมาที่ อดีตรํฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ คุณ กรณ์ จาติกวณิช ทั้งหมดนี้ ก่อให้เกิดกระแสมากมายในโลกออนไลน์ แต่เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน ในโลกแห่งความเป็นจริง วันนี้ขอนำเสนอคำชี้แจงของคุณกรณ์เองในแนวหน้าครับ

คุณกรณ์ ใน โพสต์ ไว้ใน Facebook ส่วนตัว KornChatikavanij ว่า

"ช่วงที่ผ่านมาผมถูกพาดพิงพอสมควร ว่าเป็นคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามทักษิณที่สมศักดิ์ เทพสุทินอ้างว่าไปพบทักษิณบ่อยๆหรือไม่ เดิมทีไม่คิดจะชี้แจงเพราะเห็นเป็นเรื่องไร้สาระ และภรรยาผมก็ได้ชี้แจงอย่างเด็ดขาดไปแล้ว ตั้งแต่ข่าวเริ่มปรากฏ แต่ดูเหมือนมีการพยายามขยายผลโดยผู้ที่ไม่หวังดีกับผม กับพรรคประชาธิปัตย์ และไม่หวังดีกับแนวร่วมที่มั่นคงของเราอย่างเช่นอาจารย์เสรี วงษ์มณฑา ผมจึงขอสร้างความกระจ่างในเรื่องนี้เพื่อความสบายใจของผู้ร่วมอุดมการณ์ทุกคน

ผมยืนยันว่าไม่เคยไปพบหรือขอพบ ไม่เคยไปคุย ไปหา ไปเจรจา ไม่เคยคุยทางโทรศัพท์ ไม่เคย สไกป์ โฟนอิน หรือส่งข้อความใดๆทั้งสิ้นกับทักษิณ

ล่าสุดเมื่อสามอาทิตย์ก่อน ที่โรงแรม Intercontinental ที่ฮ่องกง ผมนั่งดื่มน้ำชาอยู่กับภรรยา ขณะที่ทักษิณอยู่ในห้องตู้กระจกชั้นลอย ห่างจากผมไปหนึ่งชั้น ระยะประมาณ 20เมตร มีนักการเมือง และนักธุรกิจรอแถวเข้าพบ เมื่อดื่มน้ำชาเสร็จผมก็ลุกไป เพราะไม่ได้พักอยู่โรงแรมนั้น แต่ภรรยาอยากไปเพราะเป็นโรงแรมที่มีวิวข้ามจากฝั่งเกาลูนมาทางฝั่งฮ่องกงที่สวยที่สุด (รูปประกอบโพสท์นี้คือรูปที่ภรรยาผมถ่ายเล่นเพื่อลง instagramจากที่ๆเรานั่งอยู่) และผมก็ไม่เคยปฏิเสธว่า 'เห็น'ทักษิณที่นั่น ก่อนลุกไปก็ยังได้ SMS มาหาท่านหัวหน้าอภิสิทธิ์ แจ้งให้ท่านทราบว่าเห็นทักษิณอยู่ที่ฮ่องกง คุณอภิสิทธิ์ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย

ผมอยากจะบอกว่า ผมไม่รู้จะไปพบทักษิณทำไม ไม่มีอะไรต้องพูดกัน

ถามว่าเมื่อเห็นว่ามีทักษิณอยู่ในที่นั้น ทำไมไม่เดินหนีออกมา ก็ต้องตอบว่า ผมไม่ใช่คนอย่างนั้นครับ ผมและภรรยาไม่มีเหตุที่จะทำให้ต้องหลบหน้าหลบตาใคร เรานั่งอยู่ใน lobby โรงแรมอย่างเปิดเผย ไม่มีความจำเป็นต้องหลบซ่อนหรือหลีกทางให้ใคร

แต่ถ้าผมเขียนอย่างนี้แล้วยังมีคนไม่เชื่อ ก็ช่วยไม่ได้แล้วครับ ดีที่สุดก็ดูท่าที่การทำงานของผมต่อไปแล้วกัน นั่นน่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด มากกว่าการชี้แจงใดๆทั้งสิ้น

ส่วนการที่มีการพยายามปั่นข่าวนี้ ก็เพราะหวังจะทำให้พวกเราเองเคลือบแคลงใจ แตกแยก ไม่สามัคคี

คนเราสุดท้ายก็ต้องคิดเอาเองครับ ว่าอะไรเป็นอะไร ใครได้ประโยชน์จากข่าว ใครเสียประโยชน์ ไม่อย่างนั้นก็เป็นเหยื่อเขาไปตลอด

ที่สำคัญผมระแวงกับ 'ข่าว' นี้เพราะผมว่ามันไร้สาระเกินไป จนทำให้ต้องคิดว่าเขากำลังกลบหรือเบี่ยงเบนข่าวหรือการกระทำอะไรอยู่"

ทั้งหมดนี้ พอจะยืนยันได้อย่างหนักแน่นแล้วครับว่า ไม่มีใครอยากจะไปหาทักษิณ จริงๆ อย่างที่ลิ่วล้อทักษิณมโนกันเอาเอง โดยเฉพาะเพื่อ ลูกชายทักษิณ โพสต์ Facebook ผมก็อดไม่ได้ครับ ....หดหู่ใจแทนคนที่เป็นลูกที่มีพ่อที่น่ารังเกียจ น่าสะอิดสะเอียน คนเกลียดครึ่งค่อนประเทศ แล้วยังยัดเยียดเสมือนว่า ใครๆ ก็อยากไปหา

อยากเรียนลูกชายของอดีตนายกฯ ให้ทราบครับว่า ...อย่าเอามาตรฐานของขี้ข้าพ่อตัวเองมาตัดสินคนอื่นครับ ..มันยิ่งทำให้คุณดูมีนิยามของคำว่า "พานทองแท้" มากขึ้น ที่อดไม่ได้เลยคือ ละเหี่ยใจอย่างยิ่งอีกเช่นกันที่คนที่เป็นถึงอดีตนายกฯ จะมีลูกชาย.... แบบนี้ !!


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี