คอลัมน์การเมือง

ยุคเสื่อมรัฐตำรวจใต้ระบอบทักษิณ

 

บ้านเมืองในยุคนี้ถูกตั้งข้อสังเกตุว่าเต็มไปด้วยคดีอุกฉกรรจ์อย่างไม่เกรงกลัวกฏหมายเกิดขึ้นมากมายจนตกเป็นข่าวแทบไม่เว้นแต่ละวัน ขณะที่ปัญหายาเสพติดดูเหมือนยิ่งปราบกลับยิ่งเพิ่มอย่างผิดปกติ แต่ที่สำคัญช่วงนี้เกิดข่าวอื้อฉาวในพฤติกรรมของตำรวจซึ่งเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ที่มีอำนาจบังคับใช้กฏหมายอยู่ในมือแต่กลับประพฤติตัวเยี่ยงโจรเสียเอง ซึ่งตำรวจที่ประพฤติเยี่ยงโจรอย่างเหิมเกริมจนตกเป็นข่าวมากมายเกิดขึ้นในยุคที่ถูกมองว่าเป็น”รัฐตำรวจ”ภายใต้อำนาจอิทธิพลของรัฐบาลหุ่นเชิดระบอบทักษิณ

หนึ่งในตัวอย่างคดีตำรวจประพฤติตัวเยี่ยงโจรที่ตกเป็นข่าวอื้อฉาวคึกโครมหลายคดีในช่วงนี้อาทิ กรณีตำรวจสน.ดินแดนยัดข้อหายาเสพติดให้หญิงสาวเพื่อเพื่อแบล็คเมล์บังคับไปร่วมหลับนอนจนญาติของเหยื่อสาวและพวกรู้ข่าวบุกไปถึงโรงแรมม่านรูดจับตำรวจนอกรีตได้คาหนังคาเขา พร้อมกับภาพสุดอัปยศเมื่อญาติของเหยื่อสาวและพวกวิ่งไล่กวดเพื่อจับตำรวจหื่นกามในเครื่องแบบที่วิ่งหนีอุตลุต

อีกคดีหนึ่งคือกรณีตำรวจสน.ทองหล่อใช้อำนาจขู่เข็ญข่มขืนหญิงสาวชาวลาวซึ่งเป็นลูกจ้างร้านก๋วยเตี๋ยว หรืออีกกรณีอื้อฉาวที่มีการเผยแพร่คลิปตำรวจจราจร สน.บางนารีดไถส่วยจากบรรดาผู้ขับขี่อย่างไรความละอายและเกรงกลัวต่อความผิด

และล่าสุดที่เป็นคดีอุกอาจสะเทือนขวัญท้าทายกฏหมายเป็นอย่างมากคือ คดีที่ตำรวจ สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น 2 นายนำโดย พ.ต.ท.สมจิตร แก้วพรหม รองผู้กำกับการปราบปราม สภ.หนองเรือ กับพวกสังหารนายสุชาติ โคตรทุม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ขอนแก่นกลางวันแสก โดย พ.ต.ท.สมจิตร เป็นผู้ลงมือลั่นไกสังหารอย่างโหดเหี้ยมด้วยตัวเอง

เบื้องหลังการสังหารโหดปลัดอบจ.ขอนแก่นครั้งนี้มีรายงานข่าวระบุว่ามีสาเหตุจากผู้ตายไม่ยอมเซ็นรับงานโครงการขุดลอกคลองที่ ส.ส.ผู้มีอิทธิพลซึ่งสังกัดพรรครัฐบาลเป็นผู้รับเหมา

เนื่องจากผิดสเป็ก และส.ส.คนดังกล่าวเป็นหนึ่งในลูกน้องสังกัด”เจ๊ ด.”นักการเมืองผู้มีอำนาจอิทธิพลมาก โดย พ.ต.ท.สมจิตร ต้องการตอบแทนส.ส.คนดังกล่าวในฐานะผู้มีบุญคุณให้การสนับสนุนถึงกับเคยพาบินไปพบ”ผู้ยิ่งใหญ่”ที่มีอำนาจทางการเมืองถึงต่างประเทศมาแล้ว

คดีอุกอาจตำรวจเป็นมือปืนสังหารปลัดอบจ.ขอนแก่นอย่างเย้ยกฏหมายที่เกิดขึ้นกำลังถูกจับตาและวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมว่าจะจบลงอย่างไรกลายเป็นคดีมวยล้มต้มคนดูหรือไม่ตั้งแต่ขั้นตอนการติดตามจับกุมตัว พ.ต.ท.สมจิตร รวมทั้งการทำสำนวนคดีที่อาจมีการเบี่ยงเบนรูปคดีเพื่อตัดตอนไม่ให้สาวไปถึงผู้บงการตัวจริง หรือการที่ตำรวจอาจปกป้องช่วยเหลือพวกเดียวกันเองด้วยการที่พนักงานสอบสวนทำสำนวนอ่อนอย่างแยบยลเพื่อให้ พ.ต.ท.สมจิตร รอดพ้นโทษความผิดถูกยกฟ้องในที่สุดในชั้นศาล 

จากภาพรวมคดีและพฤติกรรมของบรรดาผู้พิทักษณ์สันติราษฏร์ที่ทำตัวดุจโจรเสียเองโดยไม่เกรงกลัวความผิดที่เกิดขึ้นถูกตั้งข้อสังเกตุว่าเป็นภาพสะท้อนความเสื่อมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติยุครัฐตำรวจภายใต้เงาของระบอบทักษิณที่ผู้พิทักษณ์สันติราษฏร์เหิมเกริมใช้อำนาจอย่างย่ามใจและน่าสังเกตุว่าตำรวจที่ก่อคดีเหล่านี้คงไม่กล้าผยองลำพองหากองค์กรตำรวจเคร่งครัดในการปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาเข้าทำนองหากหัวไม่ส่ายหางคงไม่กล้ากระดิก ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วกรณีที่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่บางคนบินไปรายงานตัวผู้มีอำนาจทางการเมืองถึงต่างประเทศทั้งๆที่เป็นนักโทษหนีโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาล และนายตำรวจใหญ่บางคนถึงกับเลือกข้างทางการเมืองและประกาศอย่างอหังการว่าได้ดีเพราะนักการเมืองผู้โด่งดังเป็นผู้ให้

จากพฤติกรรมยุคผยองผู้พิทักษ์สันติราษฏร์เป็นโจรเสียเองและวางตัวไม่เป็นกลางด้วยการเลือกข้างยอมเป็นทาสรับใช้สนับสนุนพรรคการเมืองบางพรรคอย่างเปิดเผยถือเป็นสัญญาณอันตรายสำหรับองค์กรผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ซึ่งมีอำนาจตามกฏหมายอยู่ในมือ เพราะหากองค์กรตำรวจใช้อำนาจไปในทางที่เลวร้ายนั่นคืออนาคตอันวิบัติหายนะของชาติบ้านเมืองและเป็นยุคมืดสำหรับประชาชน

 


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี