คอลัมน์การเมือง

กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา

เมื่อศาลมีคำพิพากษาคดีทุจริตรถและเรือดับเพลิง มูลค่า 6,687 ล้านบาท ชี้ขาดว่า นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ไม่มีความผิด ฝ่ายขี้ข้าทักษิณก็พยายามจะบิดเบือนประเด็นซ้ำซาก...

คราวนี้ บอกว่า เปิดแอลซีไม่ผิด แต่ทักษิณเซ็นให้เมียซื้อที่ดินรัชดาฯ ดันผิด!!!

วาทกรรมแบบนี้ สามารถหลอกควายได้ หลอกขี้ข้าทักษิณได้ แต่ไม่สามารถหลอกคนไทยที่ไม่ใช่ควายและไม่ใช่ขี้ข้า แต่พิจารณาเรื่องราวบนพื้นฐานของข้อมูลข้อเท็จจริง

1) ศาลจะพิพากษาลงโทษใคร หรือยกฟ้องใคร ก็จะต้องดูที่การกระทำและพฤติกรรมของคนคนนั้น ว่ามันส่อเจตนาที่จะทุจริต มีผลประโยชน์ร่วม ต้องการสนับสนุนให้ทุจริตสำเร็จ หรือเอื้ออำนวยให้เกิดการทุจริต?

หรือเจตนาจะป้องกันการทุจริต ขัดขวางการทุจริต ปกป้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติหรือไม่?

เขาเรียกว่า “กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา”

2) กรณีที่ดินรัชดาฯ พฤติกรรมของทักษิณมีส่วนรู้เห็นกับการซื้อขายที่ดินรัชดาฯชัดเจน

ก็คู่สมรสของนายกฯ ทักษิณเอง ที่เข้ามาซื้อที่ดินรัชดาฯของรัฐ

นายกฯ ทักษิณมีความผิด เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทำฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ส่วนคุณหญิงพจมานไม่ผิด เพราะเธอไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ

มาตรา 100 ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดดำเนินกิจการดังต่อไปนี้

(1) เป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีอำนาจกำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบหรือดำเนินคดี

(2) เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่เข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีอำนาจกำกับ ดูแล ควบคุม
ตรวจสอบ หรือดำเนินคดี

แต่ทักษิณเป็นนายกฯ กลับให้เมียมาประมูลซื้อที่ดินรัชดาฯของกองทุนฟื้นฟูฯ ซึ่งนายกฯ เองมีอำนาจกำกับ ดูแล ควบคุมตรวจสอบ หรือดำเนินคดี มันจึงผิดเต็มๆ

ถึงขนาดเอาบัตรประจำตำแหน่งนายกฯ ไปเป็นเอกสารหลักฐานประกอบการซื้อขายที่ดิน

ถึงขนาดประกาศให้วันที่ 31 ธันวาคม วันสิ้นปี ปีนั้นเป็นวันทำงานราชการ ทั้งๆ ที่ ปกติจะเป็นวันหยุด เอื้อประโยชน์แก่การโอนที่ดินช่วยให้เสียค่าโอนถูกกว่าการไปโอนในปีถัดไป

แถมหลังจากซื้อที่ดินได้แล้ว ยังมีการแก้กฎเกณฑ์ที่เคยห้ามบริเวณดังกล่าวสร้างตึกสูง ทำให้มูลค่าที่ดินในเชิงพาณิชย์พุ่งสูงขึ้นไปทันที

ถ้าทักษิณมีพฤติกรรมห้ามปราม ไม่ให้เมียเข้ามาซื้อที่ดินของรัฐ หรือเมื่อทราบว่าเมียมาประมูลแล้วก็ให้ตรวจสอบเพิกถอนการประมูลทันที มิใช่เซ็นยินยอมและให้เอาบัตรประจำตำแหน่งนายกฯ มาใช้ดำเนินการซื้อที่ดินด้วยอย่างนี้ ทักษิณก็คงจะไม่ผิด

3) กรณีทุจริตรถและเรือดับเพลิง ศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุกนายประชา มาลีนนท์ อดีต รมช.มหาดไทย 12 ปี และ พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ อดีตผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. 10 ปี ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ. 2542

ส่วนนายโภคิน พลกุล อดีต รมว.มหาดไทย, นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์, นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร ศาลพิพากษายกฟ้อง ไม่มีความผิด

เฉพาะกรณีของนายอภิรักษ์ ในคำพิพากษาของศาลได้มีการระบุชัดเจนถึงพฤติกรรมของนายอภิรักษ์ ขณะเป็นผู้ว่าฯ กทม. (ต่อจากนายสมัคร สุนทรเวช) ว่านายอภิรักษ์ได้พยายามขัดขวางการทุจริต ปกป้องรักษาผลประโยชน์ของ กทม. อย่างถึงที่สุดอย่างไรบ้าง ใจความสำคัญบางตอน เช่น

“...สัญญาซื้อขายรถและเรือดับเพลิงมีผลผูกพันเมื่อนายสมัคร สุนทรเวช ลงนามในสัญญา มิใช่มีผลเมื่อเปิดแอลซี การเปิดแอลซีเป็นเพียงการปฏิบัติตามข้อกำหนดในสัญญา และข้อกำหนดในเอโอยู อีกทั้งนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้เพียรพยายามรักษาผลประโยชน์ของ กทม. โดยขอให้มหาดไทยทบทวน เพราะ กทม.ไม่สามารถดำเนินการเองได้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง และผ่านความเห็นชอบจาก ครม.ถึง 4 ครั้ง แต่มหาดไทยไม่ทบทวนและเร่งรัดให้ กทม.ดำเนินการเปิดแอลซีตามสัญญา เมื่อไม่สามารถทบทวนการจัดซื้อครั้งนี้ได้ จึงแต่งตั้งคณะกรรมการเจรจากับสไตล์เออร์จนได้ผลประโยชน์คืนให้กับ กทม.
อีก 250 ล้านบาท ก่อนที่จะต้องเปิดแอลซี...”

จะเห็นว่า พฤติกรรมของ ผู้ว่าฯ อภิรักษ์นั้น ไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวร่วมกับการทุจริตโกงกิน ไม่ว่าจะของตนเองหรือของคู่สมรส และได้พยายามให้มีการทบทวนการจัดซื้อรถ เรือดับเพลิงทุกวิถีทาง เมื่อทัดทานไม่ได้ ก็ยังได้เจรจาปกป้องผลประโยชน์ กทม. ได้กลับมาถึง 250 ล้านบาท

แตกต่างกับพฤติกรรมของทักษิณในกรณีที่ดินรัชดาฯ อย่างไม่อาจจะเทียบกันได้เลย

กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา!

สารส้ม


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี