คอลัมน์การเมือง

7 ปีแห่งการยึดอำนาจ...ชาติได้อะไรบ้าง?

การยึดอำนาจของคณะปฏิรูปการปกครองแห่งแผ่นดินเมื่อ 19กันยายน 2549 ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ถึงบัดนี้เป็นเวลา 7 ปีแล้ว สังคมไทยจึงวิพากษ์วิจารณ์วินิจฉัยกันว่า 7 ปีแห่งการยึดอำนาจ ประเทศชาติได้อะไรบ้าง?

แล้วก็มีความคิดความเห็นไปต่างๆนานา ว่ากันไปคนละทิศคนละทาง แต่ที่ตรงกันทั้งหมดก็คือ การยึดอำนาจ 19 กันยายน 2549 นั้น เป็นการปฏิวัติหรือรัฐประหารที่เฮงซวยที่สุดในประวัติศาสตร์การยึดอำนาจรัฐประหารของประเทศไทยและของโลกด้วย

เพราะถ้าจะเปรียบเทียบกับการปฏิวัติของร้อยเอกกองแลเมื่อศตวรรษที่ผ่านมา ก็ต้องถือว่าการปฏิวัติของร้อยเอกกองแลนั้นยังมีจิตใจที่จะกอบกู้ชาติบ้านเมืองและได้ทำจนถึงที่สุด ทั้งๆที่ทำอะไรก็ไม่เป็นเหมือนกัน

ในที่สุดร้อยเอกกองแลก็ไม่เคยถูกประณามหยามเหยียดว่ามีเถยจิตต่อประเทศชาติหรือประชาชน คงมีปัญหาก็แต่เพียงไม่มีสติปัญญาความสามารถในการบริหารบ้านเมืองหลังจากยึดอำนาจแล้วเท่านั้น

สถานการณ์ก่อนยึดอำนาจ 19 กันยายน 2549 เป็นอย่างไร? ก็ต้องบอกว่ากำลังเป็นอย่างที่กำลังเป็นอยู่นี้ นั่นคืออำนาจนิติบัญญัติและอำนาจบริหารได้สุมหัวสมคบกันในการสร้างกรรมทำเข็ญแก่บ้านเมือง เผด็จอำนาจเป็นเผด็จการเต็มรูปแบบ

ใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงิน อำนาจเถื่อน อำนาจสื่อ และอำนาจนักวิชาการ ทำให้สังคมไทยแตกแยกสับสนวุ่นวาย เกิดการโกงชาติ ขายชาติ ฉ้อราษฎร์บังหลวงครั้งใหญ่

มีการจาบจ้วงล่วงเกินสถาบันพระมหากษัตริย์ และมีพฤติกรรมส่อว่าจะเปลี่ยนแปลงการปกครอง

ประชาชนทั่วไปจึงต่อต้านคัดค้านอย่างกว้างขวาง ในที่สุดคณะทหารที่นำโดยพลเอก สนธิ บุญญรัตกลิน ก็ทำการยึดอำนาจ แต่พอยึดอำนาจแล้วก็เริ่มต้นเจรจาเกี่ยเซี้ยกัน ไม่เป็นอันทำอะไรที่จะรื้อถอนปัญหาของประเทศชาติและประชาชน ไม่ทำอะไรที่จะกอบกู้สร้างสรรค์ประเทศชาติ

ข้ออ้างและเหตุผลในการยึดอำนาจได้รับเสียงเชียร์กึกก้อง หน่วยทหารที่ออกปฏิบัติการได้รับช่อดอกไม้และคำสรรเสริญจากประชาชน กลายเป็นเหตุการณ์ที่แปลกประหลาดที่สุดในโลก แต่เพียงไม่กี่วันประชาชนก็หมดหวังและสิ้นหวัง

เพราะกลายเป็นการเปลี่ยนอำนาจจากนักการเมืองกลุ่มหนึ่งมาเป็นกลุ่มนายทหารและเพื่อนร่วมรุ่นอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งหิวโซและทำอะไรไม่เป็น คิดแต่จะให้มีการเลือกตั้ง ทำทุกอย่างเพื่อจะให้มีการเลือกตั้ง กระทั่งปล่อยให้ต้นตอปัญหาของประเทศชาติฟื้นคืนชีพและขยายตัวอย่างรุนแรงและกว้างขวางที่สุด

ในเชิงสัญลักษณ์ มีการจัดชุมนุมประท้วงและก่อความรุนแรงต่อประธานองคมนตรีในลักษณะตีวัวกระทบคราด แต่ก็หามีใครสำนึกไม่ ยังคงเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง

เมื่อเลือกตั้งแล้วอำนาจรัฐก็กลับคืนไปที่เดิม จนเกิดการประท้วงของประชาชนและเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง จนในที่สุดหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค ก็มีการจัดการจับขั้วการเมืองใหม่ ซึ่งเนื้อแท้ก็คือการเปลี่ยนอำนาจระหว่างพรรคการเมืองเท่านั้น

ไม่มีการทำสิ่งใดที่จะรื้อถอนแก้ไขปัญหาของประเทศชาติและประชาชน มีแต่การแสวงหาประโยชน์ของนักการเมือง กลุ่มการเมือง และในที่สุดขั้วอำนาจที่ถูกเสกขึ้นก็ต้องปราชัยในการเลือกตั้ง ตามประสาที่ถูกเยาะเย้ยถากถางว่า ไก่ตัวเมียมีหน้าที่ให้เขาปี้และตีไม่เป็น

เมื่ออำนาจกลับคืนไปเป็นแบบเดิม เครือข่ายลิ่วล้อบริวารและกลไกต่างๆก็ฟื้นคืนอย่างรวดเร็ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญและการออกกฎหมายนิรโทษกรรมที่กำลังยื้อกันอยู่ในขณะนี้ก็เป็นแค่กระบวนการในการฟื้นคืนสภาพก่อนยึดอำนาจ 19 กันยายน 2549 เท่านั้น ไม่มีอะไรใหม่

ที่แปลกใหม่และถือได้ว่าเป็นการพัฒนาอย่างขนานใหญ่ก็คือกระบวนการโกงชาติและขายชาติ ที่แทนที่จะโกงกันระดับหมื่นล้านก็โกงกันระดับแสนล้าน โกงกันอย่างหน้าตาเฉย ไม่เกรงฟ้า ไม่กลัวดินอะไรทั้งนั้น โกงกันดื้อๆ และไม่แยแสสิ่งใด

ก่อนการยึดอำนาจ 19 กันยายน 2549 มีผู้ประเมินจำนวนเงินที่ถูกคอร์รัปชั่นไปประมาณ 800,000 ล้านบาท แต่เพียงแค่ 2 ปีที่ผ่านมานี้ จำนวนเงินที่มีการคอร์รัปชั่นพุ่งสูงลิ่วร่วม 2 ล้านล้านบาทแล้ว นี่มิเรียกว่าเป็นสุดยอดวิชาโกงชาติ แล้วจะเรียกว่าอะไรอีก?

ส่วนกระบวนการขายชาตินั้นก็ประหลาดพิสดารมากขึ้น และมาถึงขั้นที่จะสิ้นชาติเสียแผ่นดินก็แทบไม่มีใครสนใจ

ชายแดนเขมรที่จะเสียอธิปไตยร่วม 18 ล้านไร่ ก็เงียบกริบเป็นเป่าสาก ในขณะที่ดินแดนไทยถูกเขมือบไปเป็นรายวัน และถูกรุกยึดครองอยู่ทุกวันโดยการสมรู้สมยอมกัน

ชายแดนภาคใต้ก็สูญเสียการปกครองไปเกือบสิ้น รัฐไม่สามารถคุ้มครองดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนคนไหนได้เลย แม้แต่ทหาร ตำรวจ ก็ปล่อยให้เขาฆ่าเป็นรายวันอย่างอเนจอนาถ

กระบวนการที่ทำอยู่ก็คือการเตรียมยกบ้านยกเมืองยกแผ่นดินในรูปแบบที่แนบเนียนเพื่อไม่ให้คนไทยกระโตกกระตาก

นี่ก็นับว่าเป็นสุดยอดกระบวนการขายชาติขายแผ่นดินที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนนับแต่คำว่า “สยาม” หรือคำว่า “ไทย” อุบัติขึ้นในโลก

สถานการณ์มาถึงวันนี้ 7 ปีแห่งการยึดอำนาจ นอกจากประเทศไทยไม่ได้อะไรแล้ว กลับทรุดหนักลงทั่วด้าน รอวันเวลาสิ้นชาติสิ้นแผ่นดิน หรือมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ก่อนที่จะสิ้นชาติสิ้นแผ่นดิน มันจะไปทางไหนก็คงจะได้เห็นกันในอีกไม่นานนัก


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี