วันอาทิตย์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / สกู๊ปพิเศษ
วิกฤติ‘ความเหลื่อมล้ำ’(1) รากเหง้า‘ปัญหาสังคมไทย’

วิกฤติ‘ความเหลื่อมล้ำ’(1) รากเหง้า‘ปัญหาสังคมไทย’

วันจันทร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2558, 02.00 น.
Tag :
  •  

การ์ตูนล้อเลียนปัญหาความเหลื่อมล้ำ (ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต)

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาต่างๆ ในประเทศไทยของเรา โดยเฉพาะการที่ผู้คน “แตกแยกทางความคิด” อย่างรุนแรง ที่ไม่ใช่เพียงแค่แบ่งฝ่ายทางการเมือง แต่ยังรวมไปถึงมุมมองต่อสิ่งต่างๆ ในสังคมแทบทุกเรื่องด้วย ต้นเหตุมาจาก “ความเหลื่อมล้ำ” ที่สะสมยาวนานนับสิบปี

ซึ่งนอกจากจะไม่ลดลงแล้ว..นับวันมีแต่จะเพิ่มขึ้นอีกต่างหาก!!!


ย้อนไปเมื่อปลายเดือน ก.ย. 2558 ณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ซอยรามคำแหง 39 กรุงเทพฯ ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง TDRI เปิดเผยถึงผลการศึกษาว่าด้วยความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ซึ่งพบข้อมูลที่ “น่าเป็นห่วง” หลายประการ

1.ปัญหาความเหลื่อมล้ำของไทยเรื้อรังมานาน อ้างอิงข้อมูล World Development Indicators และ Gini Coefficient จากฐานข้อมูล The Standardized World Income Inequality Database ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University, USA) รวมกับข้อมูลของไทยจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจสังคม โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ระหว่าง ค.ศ.1960-2012(พ.ศ.2503-2555) เปรียบเทียบระหว่างไทย เกาหลีใต้ และไต้หวัน พบว่าในห้วงเวลาเดียวกัน ในระดับการพัฒนาเท่าๆ กัน ไทยกลับมีความเหลื่อมล้ำมากกว่าอีก 2 ประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

“ที่ระดับรายได้เท่าๆ กัน อย่างเกาหลีใต้สัก 20 ปีที่แล้ว ความเหลื่อมล้ำเขาต่ำกว่าเราเยอะ ไต้หวันก็เช่นกัน ซึ่งแสดงว่าประเทศไทยน่าจะเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ดังนั้น ที่ระดับการพัฒนาเท่ากัน เราจึงเหลื่อมล้ำกว่าเขามาก ถ้าปัญหาเป็นเชิงโครงสร้างแล้วมันไม่ได้หายไปไหน ความเหลื่อมล้ำก็น่าจะเป็นปัญหาที่ซีเรียสมากในสังคมไทย ทีนี้ทำไมช่วงนั้นเกาหลีใต้และไต้หวันเขาทำได้ดีและดีต่อๆ มา เพราะการศึกษาเขาทำได้ดีมาก เขาให้โอกาสทางการศึกษาประชาชนของเขาดีมาก ขณะที่ประเทศไทยยังห่างจากเขาอีกเยอะ” ดร.สมชัย กล่าว

2.งบประมาณใช้จ่ายด้านสังคมของไทยต่ำมาก อ้างอิงจากข้อมูลของ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization-ILO)พบว่า ไทยใช้จ่ายด้านการคุ้มครองทางสังคมของรัฐบาลเพียงร้อยละ 1.7 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เท่านั้น น้อยกว่าประเทศกำลังพัฒนากลุ่มลาตินอเมริกา เช่น โบลิเวีย อยู่ที่ร้อยละ 4.9 ของ GDP , บราซิล อยู่ที่ร้อยละ 12.7 ของ GDP และ เม็กซิโก อยู่ที่ร้อยละ 3.2 ของ GDP

“รายจ่ายด้าน Social Protection (การคุ้มครองทางสังคม) ของเราต่ำกว่าประเทศลาตินอเมริกา บราซิลนี่สูงนะครับ ของเราจะน้อยกว่าลาตินอเมริกา น้อยกว่าเกาหลีใต้ ดีกว่าอินโดนีเซียนิดหน่อย แต่เราแย่กว่าจีน ทั้งที่ระดับการพัฒนา รายได้ต่อหัวของจีนก็ไม่ได้ดีกว่าเราเท่าไหร่”
ดร.สมชัย ระบุ

3.ทัศนคติของผู้คนโน้มเอียงไปในทางที่เป็นอันตราย นักวิชาการจาก TDRI รายนี้ ชี้ให้เห็นข้อกังวล 2 เรื่อง เรื่องแรก “ชนชั้นกลางหันหลังให้กลไกของรัฐ” ไม่เชื่อมั่นในระบบราชการว่าจะช่วยคุ้มครองดูแลตนได้ จึงหันไป “ดิ้นรนตัวใครตัวมัน” เช่น หาเงินให้มากๆ เพื่อส่งบุตรหลานไปเรียนในโรงเรียนเอกชน เพราะมองว่ารัฐบาลไม่อาจทำให้โรงเรียนของรัฐมีคุณภาพดีเท่าเทียมกัน เมื่อเป็นเช่นนี้ผลกระทบย่อมตกอยู่กับ “ชนชั้นล่าง” หรือคนยากจน ที่ไม่มี“ทางเลือกอื่น” เนื่องจากภาคประชาชนโดยชนชั้นกลางไม่คิดจะทำให้กลไกภาครัฐมีประสิทธิภาพดีขึ้น

ความเหลื่อมล้ำที่มีอยู่แล้ว..ก็ยิ่งรุนแรงทวีคูณมากไปอีก!!!

“คนชั้นกลางเริ่มหมดหวังในภาครัฐ มองภาครัฐไม่มีประสิทธิภาพเสียแล้ว คนชั้นกลางจากที่จะเรียกร้องก็ไม่เรียกร้องแล้ว ยกตัวอย่างการศึกษา ถ้าภาครัฐไม่อาจให้การศึกษาที่ดี ที่ตรงกับความต้องการของคนชั้นกลางส่วนใหญ่แล้ว เขาก็จะหันไปใช้บริการภาคเอกชน โรงเรียนนานาชาติผุดขึ้นเป็นว่าเล่น พอเป็นแบบนี้ก็จะไม่มีใครไปตรวจสอบให้ภาครัฐมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผลก็ตกอยู่กับคนจน เพราะคนจนไม่มีทางเลือก คนจนยังไงก็ต้องรับบริการจากภาครัฐ เมื่อภาครัฐไม่มีประสิทธิภาพแล้วคนชั้นกลางไม่ไปตรวจสอบ คนจนถูกกระทบไปด้วย”

นักวิชาการจาก TDRI รายนี้ แสดงความเป็นห่วง ซึ่งจะสืบเนื่องไปถึงเรื่องที่สอง คือ “ยอมจำนนกับความฉ้อฉล” หรือการคอร์รัปชั่น เนื่องจากการตรวจสอบการทุจริต เป็นงานที่ต้องใช้ทรัพยากรต่างๆ ค่อนข้างมาก เช่นเงินทุน องค์ความรู้ เวลา ฯลฯ แน่นอนว่าชนชั้นล่างไม่มีทางมีสิ่งเหล่านี้ครบถ้วน เพราะ “แค่ทำมาหากินไปวันๆ” ก็เหนื่อยมากแล้ว ท้ายที่สุดจึงมองว่า “ปัญหาคอร์รัปชั่นไม่สามารถกำจัดให้หมดไปได้” ทำได้เพียงแต่จะอยู่กับมันอย่างไร จะหา“เศษผลประโยชน์” จากการทุจริตที่เกิดขึ้นอย่างไรแก่ตนและพวกพ้องบ้างเท่านั้น

ความคิดที่ว่า “โกงได้ไม่เป็นไรขอให้มีผลงาน” ต้นตอก็มาจากตรงนี้!!!

“ถ้ามีช่องว่างคนรวยคนจนมาก คนรวยก็จะมีทรัพยากรอยู่ในมือมาก มีอำนาจหลายๆ อย่างอยู่ในมือมาก มันทำให้เขาสามารถคอร์รัปชั่นได้มาก ฝั่งคนจนเนื่องจากมีทรัพยากรในมือน้อย มีเงินอยู่ในมือน้อย ก็ไม่สามารถทำให้คนจนไปตรวจสอบการคอร์รัปชั่นได้ เพราะการตรวจสอบการคอร์รัปชั่นไม่ใช่ว่าฟรี ต้องใช้แรงต้องใช้ทรัพยากร

เพราะสังคมที่คนจนไม่มีทรัพยากรอยู่ในมือ หรือคนชั้นกลางมีสัดส่วนที่น้อย คอร์รัปชั่นก็ง่าย ก็จะมีผลต่อทัศนคติในการยอมรับคอร์รัปชั่นด้วย เช่น คำว่าโกงได้แต่ให้มีผลงาน เพราะสังคมคิดว่าไม่สามารถสู้กับคอร์รัปชั่นได้แล้ว เมื่อยอมแพ้เสียแล้วก็ยอมรับการคอร์รัปชั่นก็แล้วกัน ถ้ามีผลงานก็ใช้ได้ เพราะเหลื่อมล้ำมากมันจึงไม่สามารถตรวจสอบการคอร์รัปชั่นได้”

ดร.สมชัยกล่าวทิ้งท้าย และเสริมว่าลำพังประชาธิปไตยเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถการันตีได้ว่าจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้ เพราะแม้ในทางทฤษฎี การเมืองแบบประชาธิปไตยคือการกระจายอำนาจไปสู่ประชาชน มีการขยายโอกาสทางการศึกษา การเก็บภาษีที่หลากหลาย แต่ในทางปฏิบัติยังมีปัจจัยแทรกซ้อนมากมายที่ทำให้ไม่สามารถลดความเหลื่อมล้ำได้ เช่น ในบางประเทศ คนรวยกับคนชั้นกลางร่วมมือกันเพื่อกีดกันคนจนออกไปจากส่วนแบ่งทางอำนาจ หรือในบางประเทศ การเก็บภาษีต่างๆ ไม่ได้ถูกนำไปใช้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำอย่างจริงจังเท่าที่ควรจะเป็น

แน่นอนว่าระบอบประชาธิปไตยยังเป็นสิ่งที่ดี แต่จะแก้ไขความเหลื่อมล้ำได้ ต้องใส่ปัจจัยอื่นๆ ลงไปด้วย!!!

(โปรดอ่านต่อฉบับหน้า)

SCOOP@NAEWNA.COM

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

พร้อมพงศ์ แนะรัฐบาล ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ พลังงาน-วัตถุดิบ หวั่นราคาสินค้าพุ่ง กระทบปชช.

นายกฯอียิปต์ สั่งปิดเมืองตอน 3 ทุ่ม คุมเข้มประหยัดพลังงานทั้งประเทศ

กรมอุตุฯ สภาพอากาศวันพรุ่งนี้ กลางวันร้อนระอุทะลุ 40 องศา เช็กเลยพื้นที่ไหนเฝ้าระวังฝนฟ้าคะนอง

โมจตาบา เคลื่อนไหวอีกครั้งเนื่องในวันนาวรูซ ซัดศัตรูอิหร่านกำลังเผชิญความพ่ายแพ้

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved