วันพฤหัสบดี ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569
“ศีลธรรมไม่กลับมา..โลกาจะวินาศ” คำกล่าวของท่าน พุทธทาสภิกขุ ที่ยังคงใช้ได้ทุกยุคสมัย โดยเฉพาะปัจจุบันที่ความเจริญทางวัตถุก้าวหน้าไปมากแต่ความเจริญทางจิตใจมิได้พัฒนาตามไปด้วย เรายังคงพบเรื่องราวของความรุนแรง การหลอกลวงต้มตุ๋น การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นอยู่ทั่วไปไม่ได้ต่างจากสังคมในอดีตที่คนรุ่นหลังมองว่าป่าเถื่อนเลยแม้แต่น้อย
และการควบคุมพฤติกรรมของมนุษย์มิให้ออกนอกลู่นอกทางจนเกิดความเดือดร้อนกับสังคม นอกจากจะใช้กฎหมายที่มีบทลงโทษอย่างเคร่งครัดและเสมอภาคกันแล้ว การปลูกฝังคุณธรรม-จริยธรรม ก็สำคัญไม่แพ้กัน ทว่าที่ผ่านมา การสอนหรืออบรมผ่านโรงเรียน ไม่ค่อยได้ผลนัก เพราะผู้สอนอาจไม่เข้าใจกระบวนการสอนที่ถูกต้อง
ที่งานเวทีการศึกษากับการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย 14 ธ.ค. 2558 ณ โรงแรมเดอะ สุโกศล ถ.ศรีอยุธยา กรุงเทพฯ นายอรุณ เบญญคุปต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบูเกะตา อ.แว้ง จ.นราธิวาส ที่นี่เดิมเป็นโรงเรียนที่อาคารเก่าและทรุดโทรมมาก โรงอาหารไม่มีโต๊ะเก้าอี้ น้ำท่วมแทบทุกปี และเป็นแหล่งแพร่ระบาดของยาเสพติด อีกทั้งผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาซึ่งชี้วัดผ่านการสอบโอเน็ต (O-Net) ยังได้คะแนนต่ำมาก
ทำให้ต้องหารือร่วมกับชุมชน ให้ชุมชนมีส่วนร่วมผ่านกลไกสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้านคุณธรรม (Buketa School Community Model) ให้กับนักเรียน เรียกว่า “แคปซูลวิตามินความดี” (Moral Capsule Be For Life) เป็น 8 หัวข้อ ได้แก่ มีวินัย ซื่อสัตย์ จิตอาสา รับผิดชอบ มีจริยธรรม อดทน รู้รักสามัคคี และพึงพอใจ
เน้นไปที่ “ฝึกปฏิบัติจริง” มากกว่า “รู้แค่ในตำรา”!!!
“กระบวนการทำงานทั้งหมด 3 ส่วน ได้แก่ หลักการ หลักเกณฑ์ และหลักฐาน ซึ่งทั้ง 3 หลักนี้จะต้องอยู่บนพื้นฐานของหลักความจริง คุณธรรม จริยธรรมอันนุ่มนวล จะนำมาซึ่งความสงบ สันติ เพราะพฤติกรรมของเด็กและชุมชนเป็นไปในทางลบ และอยู่อันดับท้ายๆ ของโอเน็ต จึงเปลี่ยนวิธีการสอนมาเป็นมุ่งปฏิบัติคุณธรรมแทนท่องจำความรู้เรื่องคุณธรรม ยกตัวอย่างคือ ความมีวินัย ความซื่อสัตย์ และการมีจิตอาสา หากมี 3 ข้อนี้แล้ว ข้ออื่นๆ เช่น ความรับผิดชอบ จริยธรรม ความอดทน ความรักความสามัคคี จะตามมาโดยไม่ต้องสอน” นายอรุณ กล่าว
เช่นเดียวกับ นายสมศักดิ์ ประสาร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปะทาย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โรงเรียนแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับ
ชายแดนไทย-กัมพูชา เด็กที่มาเรียนมักมี “ปมชีวิต” มาจากเรื่องทางบ้าน เช่น ฐานะยากจน ครอบครัวหย่าร้างแตกแยก ส่งผลให้เด็กมีปัญหาผลการเรียนตกต่ำ หนีเรียน ออกจากโรงเรียนกลางคันเป็นจำนวนมาก
นายสมศักดิ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาพบว่าแม้ผู้ใหญ่โดยเฉพาะ “ครู-อาจารย์” จะพูดถึง “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” กันมาก แต่กลับหาผู้ที่เข้าใจจริงๆ ได้น้อย จึงพาคณะครูไปศึกษาดูงานที่ โรงเรียนลำปลายมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ อันเป็นโรงเรียนต้นแบบในด้านดังกล่าว และได้นำความรู้กลับมาประยุกต์ใช้แบ่งเป็น 3 ประการ คือ 1.พัฒนาความฉลาดภายในและตัวตนของผู้เรียน เริ่มจากการสร้างวิถีชุมชน ผ่านการปรับสภาพแวดล้อมและสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างครูกับนักเรียน
2.ใช้จิตวิทยาเชิงบวกสอดแทรกในทุกกระบวนการ เพื่อให้เห็นคุณค่าของแต่ละคน ถ้าครูประพฤติตนเป็นตัวอย่างที่ดี นักเรียนก็จะอยากมาโรงเรียน และ 3.ใช้กิจกรรมจิตศึกษาเพื่อปรับสภาพแวดล้อม โดยในช่วงเช้าจะไม่มีสัญญาณบอกให้เข้าแถว
ไม่มีการอบรมหน้าเสาธง แต่ครูและนักเรียนจะมาทำกิจกรรมร่วมกันก่อนเข้าห้องเรียน
เน้น “ฝึกสมาธิ” ปรับสมองให้ปลอดโปร่งผ่อนคลาย..พร้อมรับความรู้ใหม่ๆ ตลอดวัน!!!
“เราปรับวิธีให้เป็นการชวนกันทำงาน ไม่ใช่สั่งการ เป็นการเรียนรู้การใช้จิตวิทยาเชิงบวกกับครูผู้ร่วมงาน เพราะการสั่งให้ครูสอน
ก็คงสั่งไม่ได้ ครูต้องออกแบบเป็น เอาใจใส่นักเรียน และครูจะไปบอกนักเรียนให้เรียนก็ไม่ได้ แต่ครูต้องชวนให้นักเรียนเรียนรู้” นายสมศักดิ์ กล่าว
ด้าน ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ โรงเรียนสัตยาไส อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี อธิบายว่า การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมเป็นเรื่องทางวิทยาศาสตร์ อาทิ เด็กจะเลียนแบบจากการจดจำสิ่งที่พบเห็นรอบๆ ตัว เช่น เด็กที่เล่นวีดีโอเกมหรือชมภาพยนตร์-ละครที่มีเนื้อหารุนแรง จะมีแนวโน้มชอบใช้ความรุนแรงตามไปด้วย หรือหากเรามีความอยากได้อยากมีมากๆ หรือมีความโกรธมากๆ จิตใจของเราย่อมรู้สึกเป็นทุกข์ได้ ดังนั้นระบบการศึกษาต้องสอดแทรกคุณธรรม-จริยธรรมลงไปในบทเรียน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจ
“มนุษย์เราต้องเน้นในเรื่องของจิตใจ สมองมันเกิดแล้วตาย เพราะฉะนั้นเราต้องพัฒนาจิตใจ จิตใจไม่มีการตาย เราอยู่ในโลกเดียวกัน เราต้องรักกัน นี่คือบ้านของเรา มันคือบ้านหลังหนึ่ง เราอยู่บ้านหลังเดียวกัน ไม่มีบ้านหลังไหนที่จะไปอยู่ เราต้องรักกัน ต้องสามัคคีกัน ต้องสอนทุกคน” ดร.อาจอง ฝากทิ้งท้าย
อารีรัตน์ คุมสุข
SCOOP@NAEWNA.COM
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี