วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
สังคมยุคนี้ที่ใครๆ ก็ “ชีวิตติดจอ” ใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันอยู่กับสื่อออนไลน์ “โลกเสมือน” ที่สามารถแสดงความคิดเห็นหรือความรู้สึกใดๆ ก็ได้อย่างแทบจะไร้ขอบเขต เพราะ “ไม่ต้องพบเจอซึ่งหน้า” แม้ข้อดีคือทำให้พูดคุยเรื่องต่างๆ ได้อย่างเสรี “ไม่ต้องเกรงใจกัน” แต่อีกด้านหนึ่งมันได้ก่อปัญหาตามมาคือผู้ที่ “คิดไม่ดี” สามารถใช้ช่องทางนี้กระทำสิ่งไม่เหมาะไม่ควรได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเรื่องหนึ่งที่พบบ่อยๆ คือ “การคุกคามทางเพศ” ตามที่พบเห็นกันได้บ่อยๆ ก็เช่นพวกชอบโชว์อวัยวะเพศหรือการสำเร็จความใคร่ ไปจนถึงส่งข้อความขอมีเพศสัมพันธ์
12 ธ.ค. 2558 มีการจัดเสวนา “เพศ ภัยคุกคาม อินเทอร์เน็ต” ณ ห้องสมุดเดอะรีดดิ้งรูม สีลม ซ.19 ผศ.ดร.โทมัส กวาดามูซ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า จากการสุ่มเก็บข้อมูลนักเรียนในโรงเรียนมัธยมชั้น ม.1 ถึง ม.6 เป็นเวลาเกือบ 2 ปี
พบว่านักเรียนโรงเรียนชานเมืองกรุงเทพฯ ที่เป็นกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,234 คน ร้อยละ 49.2 เคยถูกกระทำความรุนแรงออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ เช่น ถูกคุกคามทางเพศออนไลน์ร้อยละ 14.3 ถูกแบล็กเมล์ออนไลน์ ร้อยละ 9.5 และถูกส่งข้อความด่า โจมตี และข่มขู่ออนไลน์ ร้อยละ 43
ในจำนวนนี้..นักเรียนดังกล่าวอาจเป็นได้ทั้ง “ผู้กระทำ”และเป็น “เหยื่อ”!!!
ผศ.โทมัส กล่าวเสริมอีกว่า ข้อมูลที่เก็บรวบรวมชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่ถูกคุกคามทางเพศในโลกออนไลน์และในชีวิตจริง โดยเยาวชนที่ถูกกระทำในโลกออนไลน์มีแนวโน้มที่จะถูกกระทำซ้ำในชีวิตสูงถึง 2.6 เท่า และเยาวชนที่เป็นผู้กระทำผิดในโลกออนไลน์มีแนวโน้มที่จะเป็นผู้กระทำต่อในชีวิตจริงสูงถึง 2.7 เท่า
“ผลการศึกษาทางสังคมศาสตร์ พบว่า ผู้ที่ถูกกระทำมีแนวโน้มที่จะเข้าหาสิ่งที่แย่ได้มากกว่าผู้ที่ไม่ถูกกระทำ เช่น มีแนวโน้มที่จะหันไปพึ่งพาแอลกอฮอล์ ใช้สารเสพติด เกิดอาการเครียด ซึมเศร้า ทำร้ายตัวเอง มีความคิดหรือพยายามฆ่าตัวตายและมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน แต่สิ่งที่แย่ไปกว่านั้นคือเราพบเยาวชนเป็นผู้กระทำความรุนแรงออนไลน์เพิ่มขึ้น จากการแก้แค้นโดยประจานและส่งต่อ” ผศ.โทมัส ระบุ
ขณะที่ ดร.จอมพล พิทักษ์สันตโยธิน อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ปัจจุบันกฎหมายไทยยังไม่ครอบคลุมถึงเรื่องนี้ เช่นประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 ว่าด้วยความผิดฐานทำให้อับอาย เดือดร้อน รำคาญ ซึ่งการพูดจาลวนลามถือเป็นความผิดในข้อนี้ แต่ปัญหาคือกฎหมายระบุว่าต้องเป็น “พื้นที่สาธารณะ” ที่คนทั่วไปพบเห็นหรือเข้าถึงได้ ทว่าปัจจุบันกฎหมายไทยยังไม่มีนิยามชัดเจนว่าโลกออนไลน์ส่วนใดบ้างที่ถือเป็นพื้นที่สาธารณะดังกล่าว
ส่วน พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์มาตรา 14 (1) ระบุความผิดเพียงการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จที่ทำให้ผู้อื่นเสียหายเท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมถึงการคุกคามทางเพศ เช่น การแทะโลมโดยวาจา การส่งข้อความก่อความรำคาญ หรือทำให้เกิดความหวาดกลัวแต่อย่างใด
“มีพริตตี้อยู่คนหนึ่ง มีเฟซบุ๊คส่วนตัว แต่มีใครสักคนส่งข้อความเข้ามาทางช่องแชทเหมือนแทะโลม ซึ่งการกระทำแบบนี้มันยังไม่ใช่การดูหมิ่นทางกฎหมายหรือยังไม่ก่อให้เกิดความกลัวต่อเธอ ตรงนี้เองที่กฎหมายไทยยังไม่มีระบุอย่างชัดเจนถึงโทษนี้ แต่ทางประมวลกฎหมายอาญาที่กำหนดไว้ให้คือ ต้องมีความผิดสร้างความเดือดร้อนรำคาญ มันจะบังคับใช้ได้เฉพาะทางกายภาพ แต่ยังไม่บังคับใช้ทางอินเทอร์เน็ต” ดร.จอมพล กล่าว
เมื่อยังไม่มีกฎหมายหรือมาตรการใดๆ ออกมา สำหรับผู้ที่เจอกับเรื่องเหล่านี้ก็คงต้อง “ดูแลตัวเอง” กันไปก่อน ซึ่ง นายกฤษฎา แสงเจริญทรัพย์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี แนะนำว่าต้อง 1.หยุด (STOP) คือ หากถูกคุกคามให้นิ่งไว้ อย่าไปตอบโต้หรือเผชิญหน้า 2.บล็อก (BLOCK) คือ ตัดการติดต่อกับคนเหล่านี้ และปิดการแสดงผลต่อสาธารณะ 3.บอก (Tell) คือ บอกคนหรือผู้ใหญ่ที่คุณไว้ใจและสามารถช่วยเหลือได้
อนึ่ง..เพราะโลกเสมือนตามหาผู้กระทำผิดได้ยากกว่าโลกจริง ทำให้บรรดา “หื่นออนไลน์” ไม่เกรงกลัว!!!
“ความแน่นอนนี่ถือว่าเป็นปัญหาที่สำคัญที่สุด เพราะถ้าเมื่อไรก็ตามที่เราไม่สามารถล็อกเป้าหมายได้ว่าคนคนนี้กระทำความผิดจริงๆ ก็ไม่สามารถลงโทษผู้กระทำความผิดได้ทำให้คนคนนั้นสามารถตัดสินใจกระทำความผิดได้ง่ายขึ้น เพราะเขามีความรู้สึกว่ายังไงเรื่องที่กระทำลงไปก็สาวมาไม่ถึงตัวเขาแน่ๆ” นายกฤษฎา ฝากทิ้งท้าย
SCOOP@NAEWNA.COM
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี