วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / สกู๊ปพิเศษ
ความเห็น'ล่าแม่มด'ประจานออนไลน์ งานถนัดชาวเนต..ทำได้หรือไม่?

ความเห็น'ล่าแม่มด'ประจานออนไลน์ งานถนัดชาวเนต..ทำได้หรือไม่?

วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559, 02.00 น.
Tag :
  •  

ยุคนี้สมัยนี้ที่สื่อออนไลน์กลายเป็นของคู่กับชีวิตมนุษย์ ใครจะทำอะไร ที่ไหน เวลาใด สามารถถูก “แชร์” ได้ตลอด เพราะใครๆ ต่างก็มีมือถือสมาร์ทโฟนที่ถ่ายภาพและคลิปวีดีโอได้ ซึ่งถ้าถูกแชร์ในเรื่องที่ดีๆ ก็แล้วไป แต่บางครั้งหากไปทำในสิ่งที่ดูแล้วไม่ถูกไม่งาม ไม่ว่าจะหมิ่นเหม่ต่อกฎหมาย หรือเพียงแค่ไม่ถูกจารีตประเพณี ไม่เข้าตากระแสสังคม ก็อาจถูก “แฉ-ประจาน” ได้ และนั่นอาจหมายถึงการ “หมดอนาคต”ไม่มีที่ยืนอีกต่อไป

เรื่องของการประจานคนที่ประพฤติตนไม่ดีไม่งามผ่านสื่อออนไลน์ ที่มีบางคนให้นิยามว่า “ล่าแม่มดออนไลน์” เป็นเรื่องที่มีการถกเถียงกันอยู่เสมอว่า “ทำได้หรือไม่?” ซึ่งฝ่ายที่สนับสนุนมักให้เหตุผลว่า “เพื่อกำจัดคนไม่ดีออกไปจากสังคม” เพราะบางครั้งมาตรการทางกฎหมายไปไม่ถึงจึงต้องใช้มาตรการทางสังคมแทน ขณะที่ฝ่ายคัดค้านก็จะแย้งว่า “เข้าข่ายหมิ่นประมาท” เพราะบ่อยครั้งมิใช่แค่การแสดงภาพที่เป็นเหตุการณ์ แต่เป็นการลงรายละเอียดอื่นๆ เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ ที่ทำงาน ฯลฯ เพื่อให้คนไปกดดันให้ต้นสังกัดไล่บุคคลดังกล่าวออกจากงาน


นายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช ทนายความชื่อดังอธิบายผ่าน “สกู๊ปหน้า 5” ว่ากรณีแบบนี้ค่อนข้าง“ซับซ้อน” และแบ่งได้เป็นหลายขั้นตอน ประการแรก..การโพสต์ภาพหรือคลิปวีดีโอลักษณะนี้จะเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือไม่? หากอ้างอิงฐานความผิดจาก ประมวลกฎหมายอาญา (มาตรา 326 และ 328) รวมถึงพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (มาตรา 14 ข้อ 1)

ทนายประมาณกล่าวว่า ทั้ง 2 ข้อกฎหมายนี้ต้องดูว่า “เป็นเรื่องจริงหรือเท็จ” เพราะกฎหมายระบุนิยามการ “ใส่ความอันทำให้ได้รับความเสียหาย” ว่าหมายถึงการ “กุเรื่องหลอกลวง” ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดเท่านั้น แต่หากเป็นเรื่องจริงก็ไม่เข้าข่าย เพราะเป็นเพียงการแจ้งให้สังคมรับรู้ว่ามีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น

“ถ้าหมิ่นประมาทต้องเป็นเรื่องในลักษณะของการใส่ความ คือการใส่ความต่อผู้อื่นหรือบุคคลที่สามให้เขามีความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง ในลักษณะนี้ถึงจะถือว่าเป็นการหมิ่นประมาท ในกรณีเช่นนี้ ถ้าเอาความจริงมานำเสนอ ก็ถือว่าไม่ได้เป็นการใส่ความอะไรเขา ให้ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ก็ไม่ถือว่าเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท” ทนายประมาณ กล่าว

ทว่า ประการที่สอง..นอกจากการพิจารณาว่าเป็นเรื่องจริงหรือเท็จแล้ว ประมวลกฎหมายอาญายังให้หลักเกณฑ์อีกข้อหนึ่งด้วยว่า “เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะหรือไม่?” (มาตรา 330) เพราะบางเรื่องถือเป็น “เรื่องส่วนตัว” ที่ถึงจะเป็นความจริงก็ไม่สามารถนำมาเผยแพร่ในพื้นที่สาธารณะได้ ซึ่งการเปิดเผย“ข้อมูลส่วนบุคคล” ก็อาจเข้าข่ายข้อนี้

“มีความเชื่อที่ว่า ถ้ามาตรการทางกฎหมายทำอะไรไม่ได้ก็ต้องใช้มาตรการทางสังคม ต้องโพสต์เพื่อให้คนกดดันไปบีบให้เขาโดนไล่ออก พฤติกรรมแบบนี้มันทำให้เขาเสียหายถ้ามีคนโพสต์ภาพว่าคนนี้ แล้วมีคนมาคอมเมนต์(แสดงความคิดเห็น) ว่า คนนี้เรารู้จัก ชื่ออะไร ทำงานที่ไหน อยู่ที่ไหน ในกรณีนี้ถ้าดูเผินๆ เหมือนจะไม่มีอะไร แต่เจตนาจริงๆ ก็คือต้องการใส่ความคนในภาพ ให้คนอื่นเกลียดชังก็อาจเป็นความผิดได้

แม้จะเป็นภาพจริงแต่เป็นเรื่องส่วนตัวก็มีความผิด เราก็ไม่มีสิทธิ์ไปประจานคนอื่นเขา แต่ถ้าเป็นการนำเสนอว่า สังคมมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ถือว่าเป็นการนำเสนอที่สุจริต แต่คนที่มาโพสต์ต่อเริ่มมีเจตนา ถ้าเป็นการนำภาพและเนื้อหา และเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น โดยไม่มีเจตนาทำให้เขาเสียหายถือว่าไม่มีความผิด แต่คนที่มาโพสต์เปิดเผยข้อมูลก็อาจมีความผิด” ทนายความชื่อดัง อธิบาย

เรื่องของการตัดสินว่าข้อมูลแบบใดเป็นสาธารณะหรือส่วนตัวนี้ถือว่า “ตัดสินได้ยาก” พอสมควร ดังที่รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก คณบดีคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ตั้งข้อสังเกตว่า การโพสต์ภาพโพสต์คลิปวีดีโอก็ดี การวิพากษ์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นก็ดี จะแยกแยะได้อย่างไรว่าสิ่งใดเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวม หรือสิ่งใดเป็นไปเพียงเพื่อความสะใจเท่านั้น

“ลองคิดย้อนดูง่ายๆ ว่าหากปล่อยให้คนสามารถที่จะทำเช่นนี้ได้โดยเสรี จะทำให้ทุกคนกลายเป็นผู้ตัดสินผู้อื่นกันอย่างกว้างขวาง และต่างคนต่างก็จะคิดว่าการประจาน หรือการกระทำของตนเป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยเหตุผลที่แตกต่างกันไป โดยไม่แน่ว่าสิ่งที่กระทำนั้นเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะจริงหรือไม่ ดังนั้นการวัดง่ายๆ ก็อาจจะต้องเปรียบเทียบกับความเสียหาย และความเดือดร้อนที่บุคคลผู้ถูกนำรูปหรือการกระทำต่างๆ มาลงไว้นั้นจะต้องได้รับ การที่จะอ้างลอยๆ ว่าเป็นประโยชน์นั้นย่อมไม่สามารถที่จะทำได้” อาจารย์เจษฎ์ อธิบาย

นักวิชาการด้านกฎหมายรายนี้ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับผู้ที่รู้สึกว่าตนได้รับความเสียหายจากการถูกประจานดังกล่าว สามารถฟ้องร้องตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้ใน 2 ลักษณะ คือ 1.หากเป็นการหมิ่นประมาทอันเป็นเท็จ สามารถที่จะดำเนินการตาม มาตรา 423 และ 2.หากได้รับความเสียหายอื่นๆ ก็อาจจะสามารถดำเนินการตาม มาตรา 420 ได้ เนื่องจากเป็นการกระทำอันจงใจ หรือประมาทเลินเล่อทำให้ผู้อื่นเสียหายต่อชื่อเสียงของเขา ส่วนค่าเสียหายจะเป็นเท่าใดนั้น ก็คงจะต้องไปพิสูจน์เป็นแต่ละกรณีไป

“หากทุกคนเป็นคนตัดสินการกระทำอันเป็นการผิดกฎหมาย ทุกคนก็สามารถที่จะเป็นผู้พิพากษาคนได้ ทำให้กระบวนการยุติธรรมกลายเป็นสิ่งที่อยู่ในมือทุกคน โดยไม่ว่าจะชอบธรรมหรือไม่ชอบธรรม มีกระบวนการอันชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จะทำให้เกิดความวุ่นวายยุ่งเหยิงมาก

แต่หากจะให้ชัดเจนว่ากระทำได้และเป็นประโยชน์นั้น เช่น มีกลุ่มบุคคลจะทำการข่มขืนผู้หญิง มีกลุ่มบุคคลไปไล่คนเหล่านั้น มีคนที่ถ่ายคลิปเอาไว้ได้ จึงนำมาลงให้คนดู เช่นนี้คงจะอธิบายประโยชน์สาธารณะได้ชัดเจน ดังนั้นการพิจารณาจึงต้องทำให้รอบคอบ และไม่ใช่ทุกคนจะเป็นผู้ตัดสินเสียเองได้” อาจารย์เจษฎ์ ฝากข้อคิดทิ้งท้าย


อารีรัตน์ คุมสุข
SCOOP@NAEWNA.COM

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

'นิด้าโพล'เผยคนเชียงใหม่ หนุน'เท้ง'นั่งนายกฯ ตามด้วย'ยศชนัน-อนุทิน'อันดับ 2-3

ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 18-24 มกราคม พ.ศ. 2569

(คลิป) แกว่งปาก หาเสี้ยน สหรัฐไม่ใช่พ่อน่ะ รังสิมันต์ โรม

อนุทิน ยันไร้นโยบายประชานิยม พร้อมสานต่อ ‘คนละครึ่งพลัส’ เฟส 2 ลั่นดันแลนด์บริดจ์’เต็มสูบ

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved