วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / สกู๊ปพิเศษ
แบน‘รถบัส2ชั้น’บนถนน  ‘ช่วงเปลี่ยนผ่าน’ก็ต้องคำนึง

แบน‘รถบัส2ชั้น’บนถนน ‘ช่วงเปลี่ยนผ่าน’ก็ต้องคำนึง

วันอังคาร ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2559, 02.00 น.
Tag :
  •  

ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งนั่นรวมถึงอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตด้วย ด้านหนึ่งมาจากความประมาทของผู้ขับขี่เอง เช่น ดื่มเครื่องดื่มมึนเมาแล้วไปขับรถหรือขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือร่างกายเหนื่อยล้าง่วงนอนแต่ยังฝืนขับรถ เป็นต้น ทว่าอีกด้านหนึ่งก็มาจากปัจจัยอื่นๆ เช่น สภาพของรถ ดังที่ไม่นานนี้รัฐบาลมีแนวคิดที่จะ ยกเลิกรถบัส 2 ชั้น เนื่องจากพบว่าเป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุค่อนข้างบ่อยและมีการสูญเสียเป็นจำนวนมาก

นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) ให้สัมภาษณ์กับ “สกู๊ปหน้า 5” กล่าวถึงการเก็บรวบรวมข่าวตลอดทั้งปี 2558 ที่ผ่านมา พบว่า มีอุบัติเหตุจากรถสาธารณะ 104 ครั้งโดย 1 ใน 3 เกิดกับรสบัส 2 ชั้น มีผู้เสียชีวิตรวม 34 ศพหรือตกเดือนละ 3 ศพ


นพ.ธนะพงศ์ อธิบายต่อไปว่า รถบัส 2 ชั้น วันนี้แบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ 1.รถใหม่ หรือรถบัส 2 ชั้นที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2556 เป็นต้นมา รถกลุ่มนี้จะถูกควบคุมด้วยหลักเกณฑ์ต่างๆ อย่างเข้มงวด เช่น ระบบเบรกต้องเป็นแบบเบรกหน่วงเกียร์ไฟฟ้า ระบบทรงตัวต้องมีความเสถียรได้มาตรฐาน และผ่านการทดสอบพื้นลาดเอียง 30 องศา จึงค่อนข้าง “ปลอดภัย” พอสมควร จำนวนรถกลุ่มนี้มีอยู่เพียง “ร้อยละ 20-30” ของรถบัส 2 ชั้นทั้งหมดในประเทศ

กับ 2.รถเก่า หรือรถบัส 2 ชั้น ที่ใช้งานมาก่อนวันที่ 1 ม.ค. 2556 ซึ่งก่อนหน้าวันดังกล่าวยังไม่มีกฎระเบียบควบคุมรถกลุ่มนี้ค่อนข้าง “เสี่ยง” เพราะหลายคันสูงเกินกว่า 3.60 เมตรและบางคันสูงถึง 4.50 เมตร ซึ่งมีโอกาสพลิกคว่ำได้เวลาเลี้ยวหรือวิ่งในทางลาดชัน แม้จะไม่ได้ใช้ความเร็วสูงก็ตาม

“ที่น่าเป็นห่วงคือรถรุ่นเก่าที่ไม่ได้มีการทดสอบพื้นเอียงทางกรมการขนส่งทางบกใช้วิธีการติดตั้ง GPS แทน ซึ่งการติดตั้ง GPS ก็มีประโยชน์ถ้ามีระบบควบคุมที่ดีเป็นการควบคุมความเร็ว แต่รถที่มีความสูง ความเสี่ยงไม่ใช่แค่ความเร็วอย่างเดียว แม้จะขับไม่เร็วแต่ต้องเลี้ยวกะทันหัน แรงเหวี่ยงก็ทำให้รถเกิดการพลิกคว่ำได้เพราะฉะนั้นความสูงมันจะมีความสัมพันธ์กันกับเสถียรภาพการทรงตัวของรถ” ผู้จัดการ ศวปถ. กล่าว

สอดคล้องกับ นายณัฐพงศ์ บุญตอบ ผู้เชี่ยวชาญการสืบสวนอุบัติเหตุเชิงลึก ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รถบัส 2 ชั้น มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ด้วยปัจจัยหลายประการ อาทิ 1.ความสูงของรถรถบัสโดยสาร 2 ชั้นมีความสูงเฉลี่ย 4.20 เมตร ฐานล้อกว้างแค่ 2.40 เมตร หากนำมาคำนวณเสถียรภาพการทรงตัวของรถ โอกาสในการพลิกคว่ำค่อนข้างสูงมาก

2.เส้นทางเดินรถ รถบัส 2 ชั้นที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ ส่วนใหญ่จะเป็นเส้นทางขึ้น-ลงเขา 3.สภาพตัวรถ ไม่ว่าจะเป็นรถบัสโดยสารประจำทางบางเส้นทาง หรือรถทัศนาจร (รถทัวร์เหมาเที่ยว) อายุการใช้งานค่อนข้างเก่าและมีปัญหาในเรื่องของอุปกรณ์ ระบบเบรก ที่บางครั้งอยู่ในสภาพทรุดโทรม ไม่พร้อมที่จะใช้งาน

และ 4.ผู้ขับขี่ไม่ชำนาญเส้นทาง สำหรับเส้นทางขึ้น-ลงเขา ผู้ที่คุ้นเคยเส้นทางจะรู้จังหวะดีว่าต้องใช้เกียร์อะไรในการลงเนินแทนที่จะเบรกยาวต่อเนื่อง เพราะการใช้เบรกยาวต่อเนื่องกับรถระบบรวม สุดท้ายจะกลายเป็นปัญหา เพราะระบบการเบรกและการเปลี่ยนเกียร์ของรถขนาดใหญ่มีความสัมพันธ์กัน

ที่น่าห่วงที่สุดคือ “รถทัวร์เหมาเที่ยว” เพราะ “ไปทุกที่-ทุกภาค” ไม่จำกัดเส้นทาง!!!

“คนทางใต้เหมารถทางใต้ ที่ส่วนใหญ่เป็นรถทัศนาจรไปเที่ยวภาคเหนือ หากลองจินตนาการดู พวกคนที่อยู่ทางใต้แล้วต้องขับรถขึ้นเขาไปทางเหนือ เขาจะสามารถควบคุมรถได้ดีสักแค่ไหน? อย่างเราอยู่ภาคกลางแล้วขับรถขึ้นเขาไปเชียงใหม่ เราก็ไม่คุ้นเคยเส้นทาง เรียกว่าทักษะในการขับขี่มันจะไม่คุ้นเคยกับเส้นทาง เพราะว่าคนที่ขับในเส้นทางที่เป็นทางเขาลงเนินต่อเนื่องนานๆ คนที่ไม่คุ้นเคยก็ไม่ชำนาญไม่สามารถควบคุมรถได้เท่ากับคนที่คุ้นเคยดี” ผู้เชี่ยวชาญด้านอุบัติเหตุทางถนน รายนี้ ระบุ

แม้ในทางวิชาการ รถบัส 2 ชั้นจะมีอันตราย เสี่ยงต่ออุบัติเหตุอย่างมาก แต่ในทางปฏิบัติการจะยกเลิกห้ามใช้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผู้ประกอบการแต่ละเจ้าก็มีรถบัส 2 ชั้นอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย และราคารถแต่ละคันก็ค่อนข้างสูง ดังที่ผู้กว้างขวางในวงการรถทัวร์อย่าง “เจ๊เกียว” นางสุจินดา เชิดชัย เจ้าของบริษัทเดินรถเชิดชัยทัวร์กล่าวว่า ที่ผ่านมารถที่นำมาวิ่งรับ-ส่งผู้โดยสาร ล้วนแต่ต้องเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเสียก่อน จึงจะนำมาออกมาใช้ได้ และมองว่ารถที่มีปัญหาคือ “รถประกอบเอง” มากกว่ารถที่ทำออกมาจากโรงงาน

“รถ 2 ชั้น มันจะมี 2 อย่าง คือ เป็นรถที่สั่งมาจากนอกแท้เลยแต่จะมีราคาแพง กับบางคนที่หัวดี ก็เอารถ 6 ล้อ มาดัดแปลงเป็น 8 ล้อ ซึ่งตรงนี้จะมีปัญหา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นรถที่อยู่ในประเทศจะต้องขอความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบกเป็นผู้อนุมัติ กรมการขนส่งทางบกมีการรับรองมาแล้วว่ารถคันนี้แข็งแรงดีและปลอดภัยดี มีการขอความเห็นชอบมาถึงจะจดทะเบียนได้และเอาไปใช้เป็นรถสาธารณะ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ให้ต่อทะเบียนเพราะรถมันมีตั้งหลายคัน ซึ่งในประเทศไทยก็ไม่ได้มีการสำรวจอย่างชัดเจนว่ามีจำนวนเท่าไร”

เจ๊เกียวระบุ และย้ำว่าหากรัฐบาลต้องการจะยกเลิกรถบัส 2 ชั้นในประเทศไทยจริง ก็ควรมี “ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน”
เช่น ประกาศว่ารถที่ใช้อยู่แล้วให้ใช้ได้ถึงปีใด และหลังจากนั้นก็ห้ามนำเข้ารถใหม่มาใช้อีก เพื่อให้ผู้ประกอบการได้มีเวลาปรับตัว เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการลงทุนไปมากรถบัสแต่ละคันราคาอยู่ที่หลักล้านบาท เช่นเดียวกับ นพ.ธนะพงศ์ ที่กล่าวว่า ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมาคุยกัน ว่าในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้จะทำกันอย่างไร?

“ต้องมีระยะเวลาในการเปลี่ยนผ่าน เพราะต้นทุนพวกนี้ผู้ประกอบการก็ต้องแบกรับ เราไม่สามารถไปยกเลิกได้ทันทีโดยสรุปแล้วต้องมาหารือกันในการกำหนดใช้นโยบายข้อนี้ เช่น อาจจะพูดถึงในอีก 5 ปีข้างหน้าที่ต้องไม่จดทะเบียนเลย ทยอยเอารถเก่าออกจากระบบให้หมด และในช่วงนี้ก็ให้มีการปรับรถที่มีอยู่ ค่อยๆ ทยอยเปลี่ยนมาเป็นการวิ่งในเขตเมืองและเปลี่ยนเป็นรถประเภทอื่นไป” นพ.ธนะพงศ์ ฝากทิ้งท้าย

“ความประมาทเป็นหนทางแห่งความตาย” พุทธศาสนสุภาษิตบทนี้ยังคงเป็นเครื่องเตือนใจได้ดีเสมอกับทุกยุคสมัย โดยเฉพาะกับอุบัติเหตุบนท้องถนน หากลดความเสี่ยงไม่มีความประมาท ก็จะลดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินได้มาก ทว่าอีกมุมหนึ่ง การผลักดันนโยบายใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน แม้จะมีผลดีแต่ก็จะมีผู้คนไม่น้อยได้รับผลกระทบซึ่งก็ไม่ใช่ความผิดของพวกเขาเพราะในก่อนหน้านั้นยังไม่มีกฎหมาย-กฎระเบียบใดๆ มาบังคับใช้

เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องมาหารือกัน..ว่าจะหาทางออกในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้อย่างไร?

จีรนันท์ แก้วนำ

 

 

SCOOP@NAEWNA.COM

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

กะเหรี่ยงเร่งล่าตัว! นักโทษ'ทหารเมียนมา'แหกคุกกองทัพคาเรนนี

'สายสุนีย์'จุดไฟคบเพลิง!'ประวัติ'ถือธงทัพไทยเปิดอาเซียนพาราเกมส์

'อนุทิน'ลุยหาเสียงตลาดน้ำคลองลัดมะยม 'แม่ค้า'ตะโกนทวงคนละครึ่งพลัส 'เจ้าตัว'บอกไม่ลืม

ภูมิใจไทยปกป้องสถาบัน 'อนุทิน'ยันไม่แตะหมวด 1-2 หนุนเพิ่มโทษคอร์รัปชัน

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved