Logo วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / สกู๊ปพิเศษ
ประชารัฐสู่‘สะแกราชโมเดล’ ต้นแบบชีวมณฑล-รักษ์ป่ายั่งยืน

ประชารัฐสู่‘สะแกราชโมเดล’ ต้นแบบชีวมณฑล-รักษ์ป่ายั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
Tag :
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

“นักบุญแห่งป่า นักฆ่าแห่งพงไพร”…

คือ คำจำกัดความของ “ต้นไทร” ที่ยืนต้นตระหง่านนับไม่ถ้วนใน “ผืนป่าสะแกราช” อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา...ในภาพ “นักบุญ” คือ ลำต้นให้ร่มเงาแผ่กิ่งก้านสาขา และยังผลิตลูกไทรเป็นอาหารของสัตว์ป่านานาชนิดให้ได้กิน เพื่อเติบโตนำไปสู่การขยายพันธุ์...ในภาพ “นักฆ่า” คือ ไทรสามารถเติบโตจากข้างบนลงสู่พื้น และ


หาธาตุอาหารจากเศษดิน ฝุ่น ที่อยู่บนยอดไม้สูง ไทรสามารถแทงรากใหญ่ๆ เพียงรากเดียว หรือหลายรากลงสู่พื้นดิน 
จากนั้นจะส่งน้ำและอาหารขึ้นไปยังต้นที่อยู่ข้างบน

“ต้นไทร” จึงได้เปรียบต้นไม้อื่นๆ อยู่มาก เพราะมันเริ่มต้นจากข้างบนและเลี้ยงตัวเองด้วยรากเพียงหนึ่งราก แถมแผ่กิ่งก้านได้อย่างรวดเร็ว ที่สำคัญ “ใบ” ของมันสามารถปรับทิศทางเข้าหาแสงได้ ในไม่ช้า “พุ่มไทร” ก็เติบโตแย่งน้ำและแสงแดดได้อย่างเต็มที่ พร้อมๆ กับการมาถึง “วาระสุดท้าย” ของต้นไม้อื่นๆ ที่ถูกไทรฆ่าอย่าง “เลือดเย็น”

นี่คือ “วัฏจักรธรรมชาติ” ที่กลายเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของผืนป่า “สะแกราช” จนองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ “ยูเนสโก” ประกาศให้ผืนป่าสะแกราชเป็นพื้นที่สงวน “ชีวมณฑล” 1 ใน 7 แห่งของเอเชีย และเป็นแห่งแรกของประเทศไทยเมื่อปี 2519

ผืนป่าสะแกราชมีพื้นที่กว่า 1 ล้านไร่ ครอบคลุมอุทยานแห่งชาติทับลาน และป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาภูหลวง 
ในจำนวนนี้ดูแลโดย “สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช” สังกัดสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ราว 50,000 ไร่ ซึ่งได้อนุรักษ์โดยใช้กลยุทธ์ดูแลผืนป่าด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น
ผนวกกับการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการทำงานกับชุมชนอย่างเข้มข้น ทำให้ผืนป่าสะแกราช
ในความดูแลของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีความสมบูรณ์และยั่งยืนมาถึง 48 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งสถานีวิจัยฯ

“ดร.ทักษิณ อาชวาคม” ผู้อำนวยการสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช เล่าว่า แรกตั้งสถานีวิจัยฯ ในพื้นที่นี้
ยังมีชาวบ้านอาศัยอยู่จำนวนมาก และยังบุกรุกพื้นที่เพื่อทำการเกษตร หาของป่า ล่าสัตว์ ต่อมาราวปี 2524-2525 ได้มีการจัดทำกระบวนการ “ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับป่า” โดยจัดสรรที่ดินทดแทนให้เป็นที่อยู่อาศัยครอบครัวละ 2 งาน และที่ทำกินครอบครัวละ 20 ไร่ เนื่องจากเชื่อว่าป่ายังคงสภาพสมบูรณ์ได้ต้องไม่มีภาวะที่ถูกรบกวน ส่วนพื้นที่ที่เคยทำการเกษตรมีการปลูกป่าทดแทน บางส่วนที่ไม่ได้ปลูกป่าทดแทนและกลายเป็น “ทุ่งหญ้า” ป่าก็มีการฟื้นฟูตัวเองโดยธรรมชาติ โดยพบว่าพื้นที่ป่าดิบแล้งรอบๆ ทุ่งหญ้าเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยปีละ 4.5 เมตร หมายความว่าหากป่ารอบนอกอยู่ได้ ป่าชั้นในก็อยู่ได้

สำหรับ “การบริหารจัดการพื้นที่” ผืนป่าสะแกราชตามเงื่อนไขของยูเนสโก เพื่อคงความเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลนั้น ดร.ทักษิณ เล่าว่า แบ่งพื้นที่ไว้ดังนี้ ส่วนที่ 1 คือ “พื้นที่แกนกลาง” เป็นพื้นที่หลัก หรือ Core area และส่วนที่ 2 คือ “แนวกันชน” หรือ Buffer zone ทั้ง 2 ส่วนนี้จะไม่เป็นเขตที่อยู่อาศัยของประชาชน จะเน้นด้านการศึกษาวิจัย ส่งเสริมความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ จึงมีการจัดกิจกรรม “ค่ายวิทยาศาสตร์และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ” ให้นักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไป ตลอดจนส่งเสริมให้ชุมชนอนุรักษ์ทรัพยากรและดูแลรักษาป่าร่วมกัน

ส่วนที่ 3 “แนวเขตรอบนอก” หรือ Transition zone เป็นเขตที่มีผู้คนอาศัยอยู่ มีการให้ข้อมูลและส่งเสริมอาชีพ ถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกและขยายพันธุ์พืชป่ากินได้ที่มีศักยภาพทางการค้า โดยใช้แม่พันธุ์จากป่าสะแกราช เป็นการส่งเสริมอาชีพและเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน ตามแนวคิดของการใช้ทรัพยากรจากป่าและอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน

ด้าน “ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์” รมว.วิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า “หัวใจ” ที่ทำให้ป่าสะแกราชเป็นโมเดลให้กับ
ผืนป่าอื่นในประเทศไทย รวมถึงประเทศใกล้เคียง คือ มีการจัดการโดยใช้หลัก “ประชารัฐ” นำหลักการทางนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์มาใช้ร่วมกัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจและความร่วมมือจากชุมชนในการอนุรักษ์ป่า และ “เฝ้าระวัง” ร่วมกับเจ้าหน้าที่

การบริหารงานแบบชาญฉลาดของ “สะแกราชโมเดล” ตลอด 48 ปี ที่ผ่านมาหลักๆ แบ่งเป็น 5 ข้อใหญ่ คือ 1.การแยกคนออกจากป่าที่สมบูรณ์ เพื่อไม่ให้ระบบนิเวศป่าถูกรบกวน 2.การแบ่งพื้นที่การใช้ประโยชน์อย่างชัดเจนเป็น 3 ส่วน คือ เขตแกนกลาง เขตกันชน และเขตรอบนอก 3.การจัดสรรพื้นที่ทำกินและอยู่อาศัยให้กับประชาชนและส่งเสริมอาชีพเกษตรกร 4.ส่งเสริมอาชีพ เพื่อลดการบุกรุกป่า และ 5.ควบคุมการใช้ประโยชน์ทรัพยากรไม่ให้รบกวนระบบนิเวศ

นอกจากนี้ยังใช้หลักการ “โปรแกรมมนุษย์และชีวมณฑล” อย่างต่อเนื่อง นั่นคือการอนุรักษ์ การพัฒนาสนับสนุนงานวิจัย และถ่ายทอดองค์ความรู้ ซึ่งสถานีวิจัยสะแกราชได้พยายามทำให้ 3 ส่วนนี้เกิดผลเป็นรูปธรรม และพบว่าการทำการเกษตรในเขตป่าสงวนชีวมณฑลสะแกราชลดลง แต่มีงานวิจัยต่อเนื่องจาก “รุ่นสู่รุ่น” นอกจากนี้ยังนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้ามาช่วยพัฒนาขยายพันธุ์พืชป่าที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อถ่ายทอดไปยังชุมชนอย่างครบวงจร จนเกิดการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน

“เป็นที่น่ายินดีว่าจะขยายผลสะแกราชโมเดลไปยังพื้นที่ชีวมณฑลที่เหลืออีก 3 แห่ง ซึ่งขึ้นทะเบียนกับยูเนสโกแล้ว คือ แม่สาห้วยคอกม้า จ.เชียงใหม่, สวนสัก ห้วยทาก จ.ลำปาง และป่าชายเลนระนอง จ.ระนอง โดยดำเนินการได้ทันที” ดร.พิเชฐ กล่าว

ผืนป่าสะแกราชถือเป็น “ธนาคารพันธุกรรมพืชและสัตว์” เป็นต้นแบบความสำเร็จของการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะระบบนิเวศป่าไม้ได้อย่างเป็นรูปธรรม และต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน อีกทั้งยังเป็น “แหล่งเรียนรู้” ทางธรรมชาติในเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพที่สมบูรณ์แบบ เพราะเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์สัตว์นานาชนิด อาทิ เลียงผา เก้ง หมูป่า ไก่ฟ้าพระยาลอ พระยากระรอกสีดำ กวางป่า เป็นต้น รวมถึงยังอุดมไปด้วยผักพื้นบ้านนานาพันธุ์ โดยเฉพาะ “เห็ดโคน” และ “ลูกดิ่ง” หรือสะตออีสานที่ถูกยกให้เป็น “พืชนำร่อง” โครงการรณรงค์ปลูกพืชท้องถิ่นเพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพแก่ชุมชน

บูรณาการการทำงานที่ลงตัว ทำให้ผืนป่าแห่งนี้ถูกยกให้เป็น “สะแกราชโมเดล” ต้นแบบในการขยายผลไปสู่ผืนป่าแห่งอื่นทั่วประเทศ ภายใต้เป้าหมายให้การเกิดการดูแลผืนป่าร่วมกับชุมชนได้อย่างไม่เกิดความขัดแย้ง...

เพื่อให้ผืนป่าอยู่ยั้งยืนยง อย่างยั่งยืน!!!

 

SCOOP@NAEWNA.COM

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

ในหลวง ร.10 พระราชทานเครื่องราช ครูศศิพัชร สละชีวิตปกป้องนักเรียน

จับกุมลูกชายผู้ก่อตั้ง Mango หลังพบพิรุธคดีพ่อตกหน้าผาดับ

บอสณวัฒน์ ตั้ง ทราย สก๊อต นั่งแท่นกรรมการ MGI All Stars

ตัวแม่แซ่บไม่พัก! ใบเตย อาร์สยาม โพสต์ลุคบิกินีอวดผิวออร่าท้าแดด

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved