วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / สกู๊ปพิเศษ
‘ไทย-ญี่ปุ่น’เศรษฐกิจผูกพัน เปิด‘อาเซียน’ถึงคราวปรับตัว

‘ไทย-ญี่ปุ่น’เศรษฐกิจผูกพัน เปิด‘อาเซียน’ถึงคราวปรับตัว

วันอาทิตย์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 02.00 น.
Tag :
  •  

หากถามว่า “สินค้าจากประเทศใดคนไทยคุ้นเคยที่สุด” เชื่อว่าคงหนีไม่พ้น “ญี่ปุ่น” ซึ่งไม่แปลกหากหลายคนจะตอบเช่นนี้ เพราะรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านยี่ห้อต่างๆ ที่พบบ่อยๆ ในสังคมไทย มักมียี่ห้อบ่งบอกถึงความเป็นญี่ปุ่นกันเสียมาก และได้รับความไว้วางใจไม่แพ้สินค้าจากยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา

ขณะเดียวกัน เมื่อดูข้อมูลการลงทุน เช่น บทความ “สถานะปัจจุบันและความท้าทายในอนาคตของการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ” เขียนโดย อนุสรา อนุวงศ์ อ้างอิงสถิติของ ธนาคารแห่งประเทศไทย(แบงก์ชาติ) ปี 2556 ก็พบว่ากลุ่มทุนจากแดนซามูไร มีสัดส่วนการลงทุนในไทยมากที่สุด คือร้อยละ 54 ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างสหรัฐอเมริกา ที่มีสัดส่วนการลงทุนเพียงร้อยละ 13 และอันดับ 3 ร่วม คือสหราชอาณาจักรและกลุ่มประเทศอาเซียน อยู่ที่ร้อยละ 12


ผศ.ดร.พีระ เจริญพร อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวในงานสัมมนาวิชาการ “การลงทุนโดยตรงจากญี่ปุ่นหลังวิกฤติ 40 : การเปลี่ยนแปลงและนัยต่อประเทศไทย” เมื่อเดือน ม.ค. 2559 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) ว่าขณะนี้ญี่ปุ่นมีฐานการผลิตที่สำคัญในเอเชีย 2 แห่ง..

นั่นคือ “อาเซียน” และ “จีน”!!!

อาจารย์พีระอธิบายถึงเส้นทางของสินค้าญี่ปุ่นในภาคอุตสาหกรรมว่า ผู้ผลิตเจ้าต่างๆ ของญี่ปุ่น จะใช้วิธีการนำชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ไปประกอบที่จีน ก่อนส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป เช่นเดียวกับภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ไทยค่อนข้างเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอย่างชัดเจน

“ญี่ปุ่นเติบโตอย่างมากในอาเซียน กระแสการลงทุนในอาเซียนสูง ฐานการผลิตมีอยู่ 2 ฐานการผลิต ฐานแรกก็คือจีน ฐานที่ 2 คืออาเซียน ซึ่งสองฐานการผลิตนี้เป็นฐานการผลิตที่สำคัญของญี่ปุ่น ญี่ปุ่นพยายามกระจายความเสี่ยงออกเป็นสองฐาน อาเซียนในตอนนี้ ญี่ปุ่นมาลงทุนเยอะมาก เราจะเห็นมีสินค้าญี่ปุ่นเข้ามาร่วมทุน ญี่ปุ่นมาลงทุนในประเทศไทยส่วนหนึ่ง ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในเรื่องของยานยนต์ชัดเจน” อาจารย์พีระ กล่าว

แต่ถึงประเทศไทยจะเป็นฐานการผลิตสำคัญ ทว่าคนไทยก็ห้าม “ประมาท” อาจารย์พีระ เล่าต่อไปว่า เมื่ออาเซียนรวมตัวเป็นประชาคมที่แน่นแฟ้น และมีการไหลเวียนของการค้า-การลงทุนมากขึ้น ประการแรก..กฎระเบียบหลายอย่างของไทยยังไม่เอื้อกับการลงทุนเท่าใดนัก ยกตัวอย่างกรณี “การให้สิทธิพำนักถาวร” ของชาวต่างชาติที่มีความรู้ความสามารถ เช่นกรณีของสิงคโปร์ ที่ให้แม้กระทั่งสัญชาติกับใครก็ตามที่เข้ามาทำให้ประเทศของตนเจริญรุ่งเรือง รวมถึงหลายๆ อาชีพในไทยยังติดกฎว่าด้วยอาชีพสงวน

“ญี่ปุ่นบอกเสมอว่าอยากจะอัพเกรดประเทศไทย แต่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าผู้เชี่ยวชาญของเขาเข้ามายากมาก ในขณะที่สิงคโปร์ให้เต็มที่ จะเปลี่ยนสัญชาติก็ได้ แต่ประเทศไทยไม่ใช่ แต่ถ้าอยากจะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง ถ้าวิศวกรไม่มี เราต้องอิมพอร์ตคนเข้ามา แนวคิดแบบนี้คนไทยยังไม่เปิด” อาจารย์พีระ ระบุ

กับประการที่สอง..คนไทยต้องถามตนเองก่อนว่า “พร้อมจะปรับตัวหรือไม่?” เพราะในขณะที่ค่าจ้างแรงงานไทยสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน แต่ทักษะของแรงงานไทยก็ไม่ได้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จนอาจทำให้มีการย้ายไปลงทุนยังประเทศเพื่อนบ้านแทนได้

โดยเฉพาะ “ภาษาอังกฤษ” จุดอ่อนสำคัญของคนไทยแทบทุกสาขาอาชีพ..และแทบทุกระดับการศึกษา!!!

“..ประเทศไทยเจอวิกฤติมากมายทั้งความไม่แน่นอนของการเมือง ขาดแคลนแรงงาน ค่าแรงแพงขึ้น และเกิดภัยธรรมชาติ ทำให้นักลงทุนเกิดความวิตกและลังเลที่จะเข้ามา แต่ญี่ปุ่นก็เลือกที่จะมาลงทุนในประเทศไทย เพื่อที่จะหาฐานผลิต เพราะแรงงานไทยมีชื่อด้านงานฝีมือและมีความละเอียดอ่อน..

..ถ้าเราปรับตัวได้เราจะสามารถเป็นศูนย์กลาง อุปสรรคหลักๆ เลยคือภาษา สิงคโปร์ค่าแรงแพงกว่าไทย แต่คนสิงคโปร์ 1 คน ทำงานได้มากกว่าคนไทย 5 คน เรามาถึงจุดเปลี่ยน ถ้าไทยไม่สามารถปรับตัวได้ คือ ไม่สามารถเป็นแกนนำได้ เราไม่สามารถอัพเกรดฐานการผลิตในประเทศไทย ให้ไปสู่ระดับที่สูงขึ้นได้ เราจะต้องกลายเป็นผู้จัดส่งวัตถุดิบ ขยับระดับของสินค้าให้สูงขึ้น แรงงานไทยต้องมีทักษะเพิ่มมากขึ้น..” นักเศรษฐศาสตร์รายนี้ ฝากทิ้งท้าย


อารีรัตน์ คุมสุข
SCOOP@NAEWNA.COM

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

‘ดร.เอ้’ ปราศรัยใหญ่โคราช จี้ ‘รถไฟความเร็วสูง’ ต้องเสร็จ ‘คุณหญิงกัลยา’ ชู ‘ชุมแพโมเดล’ แก้จน

ยศชนัน ประกาศยกเครื่อง ปทุมธานี ทั้งระบบ ชู มากกว่าพลัส 70:30 ให้เม็ดเงินหมุนเข้าระบบศก.ฐานราก

พีระพันธุ์ไล่บี้พรรคร่วมฯ เปิดปากตอบชัดๆ จะป้องหรือจะเป่า รัฐธรรมนูญ 60

'พี่คนดี'ร่ายกลอน 'เราภูมิใจ ความเป็นไทย ที่ไม่เท้ง'

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved