วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / สกู๊ปพิเศษ
ฟื้นฟู‘ลำห้วยคลิตี้’ ฝันนี้ชาวบ้านยังคงรอ?

ฟื้นฟู‘ลำห้วยคลิตี้’ ฝันนี้ชาวบ้านยังคงรอ?

วันอาทิตย์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 02.00 น.
Tag :
  •  

บ้านคลิตี้..หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี พื้นที่นี้ถูกยกเป็นกรณีศึกษา “บทเรียนราคาแพง” ของการทำอุตสาหกรรมแบบ “มักง่าย” ไม่มีระบบป้องกันกากของเสียรั่วไหลสู่ชุมชนภายนอก ส่งผลให้แร่ตะกั่วจำนวนมากไหลลงสู่แหล่งน้ำ ทำให้ชาวบ้านที่ใช้น้ำในลำห้วย ต้องเจ็บป่วยและเสียชีวิตไปหลายราย

วันนี้แม้การต่อสู้ทวงถามความเป็นธรรมของชาวบ้านคลิตี้ ที่บางคนเรียกว่าเป็น “มหากาพย์” เพราะกินเวลายาวนานหลายสิบปีจะสิ้นสุดลง ประการหนึ่งคือบริษัทที่ลักลอบปล่อยกากตะกั่วลงแหล่งน้ำได้ปิดกิจการไปแล้ว กับอีกประการหนึ่ง ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาเมื่อ 10 ม.ค. 2556 ให้กรมควบคุมมลพิษดำเนินการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้และชดใช้ค่าเสียหายให้กับชาวบ้าน


ทว่าพวกเขายังต้องรอต่อไป..เมื่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องยังไม่มีความชัดเจน!!!

ล่าสุด ปลายเดือน ม.ค. 2559 ที่ผ่านมา มีการแถลงข่าวความคืบหน้าของโครงการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ ณ กรมควบคุมมลพิษ นายสุรพงษ์ กองจันทึก นักกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชนและกลุ่มชาติพันธุ์ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ปัจจุบันชาวบ้านคลิตี้ล่างก็ยังได้รับผลกระทบอยู่ เนื่องจากน้ำและสัตว์น้ำมีค่าปนเปื้อนสารตะกั่วยังเกินมาตรฐาน ยังต้องแนะนำกับชาวบ้านว่าพื้นที่ไหนปนเปื้อนสารตะกั่วบ้าง

นายสุรพงษ์กล่าวว่า วันนี้สิ่งที่ชาวบ้านรอคอย คือจะทำอย่างไรให้ลำห้วยคลิตี้กลับมาใช้อุปโภคบริโภคได้ดังเดิม ซึ่งผลกระทบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของชาวคลิตี้ หรือชาว จ.กาญจนบุรี เท่านั้น แต่เกี่ยวข้องมาถึง “กรุงเทพฯ” เพราะลำห้วยแห่งนี้ เชื่อมโยงกับแหล่งผลิตน้ำประปาสำหรับอุปโภคบริโภค อย่างคลองมหาสวัสดิ์

“หากไม่เร่งฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ น้ำในลำห้วยคลิตี้ที่ปนเปื้อนสารตะกั่วไหลลงสู่แม่น้ำแม่กลอง ซึ่งน้ำจากแม่น้ำแม่กลองที่จังหวัดกาญจนบุรี ได้ผันลงสู่คลองมหาสวัสดิ์ เพื่อเป็นน้ำดิบที่นำไปผลิตน้ำประปาให้คนฝั่งธนบุรี และคนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาใช้ ซึ่งคนกรุงเทพฯ และปริมลฑลอาจจะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน และถ้าเราดูแลเรื่องนี้ไม่ดี สารตะกั่วปนเปื้อนจากแม่น้ำแม่กลองก็อาจจะไหลลงสู่อ่าวไทย หากดำเนินการช้าเท่าไรผลกระทบต่อสังคมไทยมันจะยิ่งสูงขึ้น” นายสุรพงษ์ ระบุ

ขณะที่ฝั่งหน่วยงานผู้รับผิดชอบ นายวิจารย์ สิมาฉายา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า ล่าสุดทางกรมควบคุมมลพิษ
ได้รับงบประมาณปี 2559 เป็นเงิน 593 ล้านบาท ในการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ และน่าจะเริ่มโครงการได้ในเดือนเมษายน 2559 นี้งบประมาณส่วนนี้ใช้เวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2559-2561

แผนการเบื้องต้น..อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า ขณะนี้มีตะกอนที่ต้องจัดการในช่วงแรกประมาณ 4 หมื่นคิว โดยการดูดตะกอนที่มีการปนเปื้อน ส่งไปฝังกลบให้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลเพื่อไม่ให้รั่วไหลลงสิ่งแวดล้อมอีก และจะสร้างฝายดักตะกอนเพิ่มอีก 2 แห่ง ในส่วนของดินที่กองอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ที่มีการปนเปื้อน ต้องมีการกลบให้ถูกต้องตามไปเช่นเดียวกัน บางส่วนที่สามารถปกคลุมด้วยดินที่สะอาดก็จะมีการทำควบคู่กันไปด้วย อย่างไรก็ตาม แผนฟื้นฟูนี้คงต้องประสานกับอีกหลายหน่วยงาน เพราะพื้นที่ดังกล่าวมีผู้รับผิดชอบหลายเจ้าหลายกรม

“การดำเนินโครงการก็ต้องทำให้ถูกต้องรอบคอบ ฉะนั้นเราก็ต้องอาศัยหน่วยงานที่มีวิศวกรในการควบคุมน้ำออกแบบโดยการคิดราคาต่อหน่วย การใช้พื้นที่ก็เช่นเดียวกัน เพราะพื้นที่ที่เราเข้าไปดำเนินโครงการอยู่ในความรับผิดชอบ 3 หน่วยงานการ ทั้งกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน ได้มีการร่วมมือประสานงานเพื่อเร่งรัดการอนุญาตการใช้พื้นที่และขอบเขตพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนและพื้นที่ในโครงการก็อยู่กระจายในความรับผิดชอบของหลายส่วน ทั้ง ส.ป.ก. หรือป่าสงวน ซึ่งป่าสงวนก็มีอยู่ 2 ฝั่ง” อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าว

กรณีของบ้านคลิตี้ ตัวอย่างของการทำอุตสาหกรรมแบบไม่สนใจผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดความสูญเสียอย่างมหาศาล ทั้งชีวิตคนที่ต้องเจ็บป่วยล้มตายจากสารพิษ พื้นที่ทำกินที่ชุมชนเคยพึ่งพาตนเองก็ไม่สามารถใช้ได้อีกเพราะมีสารพิษเจือปน ต้องใช้เวลายาวนานกว่าจะฟื้นฟูให้กลับคืนมาดังเดิม รวมถึงผลกระทบต่อเนื่อง คือกรณีเช่นนี้ย่อมทำให้พื้นที่อื่นๆ “ขวัญผวา” มีการประท้วงต่อต้านเมื่อมีข่าวว่าจะมีอุตสาหกรรมหรือโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่มาดำเนินการ เพราะชาวบ้านหวั่นเกรงว่าจะ “ซ้ำรอย” กับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

ทำให้ “เศรษฐกิจชาติ” ต้องชะงัก..พัฒนาอะไรต่อไปไม่ได้เลย!!!


จีรนันท์ แก้วนำ
SCOOP@NAEWNA.COM

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

'บุญยอด'ฟาด'อ.วีระ' ชื่นชมนโยบาย'ปชน.'เต็มปากเต็มคำ แต่วิจารณ์พรรคอื่นว่า'เส็งเคร็ง'

'ธรรมนัส'ร้องห๊ะ! ซื้อเสียงหัวละ 7,500 บอกถ้าจริงประเทศพินาศแน่ โวทุกโพลกธ.ติด 1 ใน 5 ตลอด

ส่องอนาคตสร้างรถไฟฟ้า5จังหวัด 'ดร.สามารถ'ชี้ช่องรัฐบาลใหม่ ถึงเวลาหรือยังที่ตจว.จะมีบ้าง

แฉหมดเปลือก! บรู๊คลิน เบ็คแฮม ลั่นไม่คืนดีครอบครัว ขอยืนหยัดเพื่อตัวเอง

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved