วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569
ป่าไม้...
ทรัพยากรสำคัญของชาติ เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำหล่อเลี้ยงทุกชีวิต ข้อมูลจาก “กรมป่าไม้” ระบุว่า ปี 2557 ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าทั้งสิ้น 102,285,400 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 31.62 ของพื้นที่ทั้งประเทศ ขณะที่นโยบายของรัฐบาลปัจจุบันมีความชัดเจนว่าต้องการเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ร้อยละ 40 เห็นได้จาก “ภาพ” ของการกวาดล้างกิจกรรมต่างๆ ที่เข้าข่าย “บุกรุกป่า” อย่างจริงจัง
เมื่อพูดถึงภารกิจ “พิทักษ์ป่า” กลุ่มคนที่ถือว่า “ปิดทอง หลังพระ” คงหนีไม่พ้น “เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าไม้และอุทยานแห่งชาติ” ที่ออกลาดตระเวนตามป่าตามเขา สอดส่องเฝ้าระวังกลุ่มคนลักลอบตัดไม้ หรือล่าสัตว์ป่า ซึ่งนับวันจะเป็น “ภัยคุกคาม” รุนแรงหนักขึ้นเรื่อยๆ บางเครือข่ายถึงขั้นมี“กองกำลังติดอาวุธ” คุ้มกัน สวนทางกับฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐที่...
“งานเสี่ยง-รายได้น้อย-อุปกรณ์ขาดแคลน!!!
“พวกเราอยู่กันด้วยใจ เพราะไม่รู้จะไปเรียกร้องกับใครได้ เงินน้อย ค่าแรงน้อย ก็พออยู่ได้ แต่อยากได้เพิ่มอีกหน่อย อย่างคนที่เป็นพวกจ้างเหมาได้แค่คนละ 6,000-7,000 บาท”…นี่เป็น “เสียงสะท้อน” จากเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเขตพื้นที่รอยต่อ “แม่วงก์-คลองลาน” รายหนึ่ง ที่ปฏิบัติหน้าที่มาแล้วถึง 20 ปี
เขายังบอกกับ “สกู๊ปแนวหน้า” ถึงชีวิตการทำงานของพวกเขาว่า ผู้ที่อยู่ตรงนี้ได้นาน คือ พวกที่ “ใจรัก” และ “อุดมการณ์แรง” เพราะภาระหน้าที่ค่อนข้างหนักและ“เสี่ยงชีวิต” สวนทางกับค่าตอบแทนและสวัสดิการที่น้อยกว่าหน่วยงานอื่นๆ ที่มีรูปแบบการทำงานคล้ายกัน ซึ่งเขาบอกว่าวันแรกที่เริ่มทำงานได้เงินเดือนที่ 3,400 บาท ผ่านมา 20 ปี เพิ่งขยับมาที่ 13,000 บาท
แต่ “เหนื่อยงาน” ยังไม่เท่า “เหนื่อยใจ” กับสภาพภายในองค์กร...
ถ้า “นายดี” ก็มีกำลังใจ..แต่ถ้าช่วงไหน “นายไม่เข้าใจ”ก็มีเหนื่อย!!!
“เคยมีหัวหน้าบางคนถามว่า..ไปป่าต้องใช้ค่าอาหารด้วยหรือ?..เขาบอกว่าคุณมาทำงานทุกวันก็ห่อข้าวมากินสิ
เขาไม่ได้นึกถึงว่าเราเข้าไปป่า ไปนอนในนั้นกี่วันกี่คืน หัวหน้าบางคนไม่ได้สนใจ เขาสนแต่การท่องเที่ยว บางทีกลับมาไม่ได้พัก แต่หัวหน้าบางคนก็ดีสนับสนุนเต็มที่ เข้าป่ากลับมาได้พัก คือปกติเดือนหนึ่งๆ จะออกป่า 3 ครั้ง ครั้งละ 5 วัน ที่เหลือก็พักบ้างหรือทำงานในอุทยานบ้าง”
นอกจากหน้าที่ลาดตระเวนพิทักษ์ป่าแล้ว บางพื้นที่ยังมี ภารกิจอื่นๆ เพิ่มขึ้นมาอีก เช่น ผู้ที่ประจำการอยู่บริเวณผืนป่าตะวันตก วันนี้มีหน้าที่ “สำรวจประชากรเสือ” โดยเฉพาะ“เสือโคร่ง” อันเป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของ “ห่วงโซ่อาหาร” เพราะป่ามีเสือ นั่นหมายถึงการดำรงอยู่ของสัตว์ป่าอื่นๆ เช่น กระทิง เก้ง และกวาง ซึ่งเป็นอาหารของเสือด้วย
ทุกๆ การออกลาดตระเวน เหล่าผู้พิทักษ์ป่าจะต้องนำกล้องบรรจุการ์ดหน่วยความจำไปติดตามต้นไม้ เพื่อเก็บบันทึกภาพสิ่งที่สัญจรไปมาในป่า และเก็บการ์ดหน่วยความจำที่เต็มแล้วกลับมาที่หน่วย เฉลี่ยทุกๆ 15 วัน ซึ่งมีทั้งเรื่องดี คือ กล้องจับภาพเสือโคร่ง รวมถึงสัตว์ป่าหายากหลายๆชนิดได้ แต่บางครั้งก็มีเรื่องร้าย คือ กล้องและการ์ดหน่วยความจำถูกทุบทำลาย หรือถูกขโมย คาดว่าเป็นฝีมือ...
“ขบวนการตัดไม้-ล่าสัตว์ป่า!!!
“ติดกล้องไว้แล้วกล้องก็หาย โดนเอาปืนยิงจนกล้องพังแล้วเอาเมมโมรี่การ์ดไปก็มี หรือไม่ก็ตัดติดไปกับต้นไม้ ส่วนใหญ่กลุ่มที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับเรา คือ พรานป่าที่เป็นคนในพื้นที่และล่าสัตว์มานาน หรือไม่ก็เป็นพวกชนเผ่า บางกลุ่มจะดุหน่อยเพราะไปรับจ้างนายทุนมาอีกที พวกนี้รู้อยู่ว่าเสี่ยง แต่เขาคิดว่าคุ้ม แค่เจอตัวนิ่มก็กิโลกรัมละ 5,000 บาทแล้ว ได้มาสักตัวก็คุ้ม หรือถ้าล่าเสือได้สักตัวก็ 4-500,000 บาท”
หันไปดูเรื่อง “อาวุธยุทโธปกรณ์” ภาพที่เห็นจนชินตา..เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าฯไม่ว่าจะได้รับการบรรจุหรือไม่ก็ตามมีเพียง “ปืนลูกซอง” หรือ “ปืนเล็กยาว เอชเค 33”(HK33) แต่นั่นไม่สำคัญเท่าการที่อาวุธปืนส่วนใหญ่ “เก่าเก็บ”
ขณะที่อุปกรณ์จำเป็นอื่นๆ เช่น เครื่องสนามเดินป่า เครื่องระบุพิกัดด้วยดาวเทียม(GPS) รวมถึงการฝึกอบรม “ยุทธวิธี” ต้องอาศัยการสนับสนุนจากหน่วยงานอื่นๆ เช่น การฝึกหลักสูตรเทคนิคการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ หรือ Smart Patrol จะได้รับการสนับสนุนจาก “กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน” หรือ ตชด. จัดเจ้าหน้าที่มาเป็นครูฝึกให้
ด.ต.สุริยันต์ จันทนาม ผู้บังคับหมู่ กก.2 บก.กฝ.ตชด. ที่คลุกคลีกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าฯ ในฐานะครูฝึกยุทธวิธีมานาน กล่าวว่า ปัญหาที่พบบ่อย คือ เจ้าหน้าที่เหล่านี้มีอายุการทำงานสั้น เข้าๆ ออกๆ ไม่ได้อยู่ประจำการสม่ำเสมอ ขณะที่หลายรายอยู่ชั่วครั้งชั่วคราวก็ลาออกไปทำอาชีพอื่นที่มั่นคงและรายได้ดีกว่า
“คนเฝ้าป่านี่เป็นอาชีพที่น่าสงสาร อาวุธยุทโธปกรณ์ก็น้อย แล้วถ้าไปเจอพวกที่มีออเดอร์จากต่างประเทศ เช่น อยากได้วัวแดง บางทีเราก็สูญเสีย อย่างที่ทุ่งใหญ่ตะวันออกเราก็สูญเสียไป 2 นาย บางทีเราจับได้แต่โทษมันน้อย” ด.ต.สุริยันต์ กล่าว
ขณะที่ “นายธัญญา เนติธรรมกุล” อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า กรมมีการดูแลข้าราชการชั้นผู้น้อยอยู่แล้ว มีการปรับปรุง “อัตราเงินเดือน” และแจกจ่ายสวัสดิการต่างๆ เช่น ชุดเกราะ หรืออาวุธ ให้อย่างสมน้ำสมเนื้อ ถ้าบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติหน้าที่จะเยียวยาให้ มีการพิจารณาความดีความชอบเพื่อเป็นกำลังใจในการทำงาน นอกจากนี้
ยังเร่งสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเกิดความหวงแหนป่าไม้และสัตว์ป่า เพื่อแบ่งเบาภาระ เพราะถ้าคนในชุมชนรักษ์ป่า
งานของเจ้าหน้าที่จะเบาลง
“กรมอยู่ระหว่างจัดซื้อเสื้อเกราะ และอาวุธ เพื่อแจกจ่ายให้เจ้าหน้าที่เพิ่มเติม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการปะทะ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าติดแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ที่มักจะปะทะกับขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูง ไม้หอม พรานล่าสัตว์รวมถึงกองกำลังติดอาวุธจากประเทศเพื่อนบ้านบ่อยครั้งขอยืนยันว่ากรมคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เป็นสำคัญ เราไม่ได้ทอดทิ้ง” นายธัญญา กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งหมดเป็นเสียงสะท้อนจาก “เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า”พนักงานระดับล่างที่มีแผ่นฟ้าเป็นมุ้ง มีพื้นดินดั่งเตียงนอน ที่หวังว่า...
“นาย” จะเข้าใจ!!!
SCOOP@NAEWNA.COM
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี