วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / สกู๊ปพิเศษ
จาก‘ท่วม’ถึง‘แล้ง’ สังคมไทยถึงเวลาปรับตัว

จาก‘ท่วม’ถึง‘แล้ง’ สังคมไทยถึงเวลาปรับตัว

วันจันทร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
Tag :
  •  

ยังคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดกับ “วิกฤติภัยแล้ง 2559” ที่ขณะนี้หลายจังหวัดขาดแคลนน้ำอย่างหนัก และยังลุกลามไปยังแหล่งน้ำในสถานที่ท่องเที่ยว ถึงขนาดที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ต้องออกประกาศห้ามทำกิจกรรมกางเต็นท์พักแรมในพื้นที่อุทยานอย่างเด็ดขาด เนื่องจากหวั่นเกรงว่านักท่องเที่ยวอาจได้รับอันตรายจากสัตว์ป่าที่ออกจากป่ามาหาน้ำดื่มในเขตท่องเที่ยว

ขณะที่การพยากรณ์ของบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติธรรมชาติ ต่างบอกตรงกันว่า “ปีนี้หนักแน่” เช่นเมื่อช่วงสายๆ ของวันที่ 2 มี.ค. 2559 ศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล อาจารย์ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดแถลงข่าว “รับมือภัยแล้งปี’59” ณ ราชบัณฑิตยสถาน ถนนอู่ทองใน กรุงเทพฯ ซึ่งก็เป็นนักวิชาการอีกรายที่กล่าวไปในทางเดียวกัน โดยให้นิยามวิกฤติภัยแล้งครั้งนี้ว่า..


“ชาวนาจะอดใช้น้ำ..แล้งแห่งความทรงจำ”!!!

อาจารย์ธนวัฒน์ ชี้ให้เห็นถึงต้นตอของภัยแล้งหนนี้ว่าเกิดจาก “การบริหารจัดการที่ผิดพลาด” กล่าวคือต้องย้อนไปเมื่อ 4 ปีก่อน หรือเมื่อครั้ง “วิกฤติน้ำท่วมใหญ่ 2554”วันที่มวลน้ำมหาศาลไหลบ่าเข้าท่วมหลายจังหวัดรวมทั้งกรุงเทพฯ ซึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นมา ผู้คนในสังคมไทยต่าง “หวาดผวา” เห็นน้ำเห็นฝนตั้งเค้ามาก็กลัว รีบระบายน้ำออกให้มากที่สุด ถึงขนาด “เปลี่ยนเกณฑ์ระดับน้ำมาตรฐาน” ณ เดือนพฤษภาคมของทุกปี ให้ลดลงจากเดิม

“ประชาชนและรัฐบาลกลัวน้ำท่วม โรคกลัวน้ำในปี’54 ทำให้มีการไปเปลี่ยนเกณฑ์น้ำ ไม่ให้เกิน 45-55 เปอร์เซ็นต์ในเดือนพฤษภา คือต่อไปนี้ทุกๆ เดือนพฤษภา ถ้าน้ำเกินนี้ต้องปล่อยให้หมดเพราะกลัวน้ำท่วม”

อาจารย์ธนวัฒน์ กล่าว ซึ่งนี่ถือเป็น “ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย” เพราะหากย้อนไปดูช่วงก่อนเหตุน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 นั่นคือช่วงปี 2551-2553 ในขณะนั้นประเทศไทยประสบปัญหาฝนตกน้อย ทำให้กลัวกันว่าจะเกิดภัยแล้ง กระทั่งประมาณเดือนสิงหาคม 2553 มีฝนตกถี่ขึ้นจากปรากฏการณ์“ลานิญา” (La Nina) ทำให้เร่งกักเก็บน้ำไว้เป็นจำนวนมาก ในระดับที่ “ทะลุเป้า” ของแต่ละเขื่อน

ทว่า “ลานิญา” ได้ลากยาวไปถึงปี 2554 ทำให้น้ำล้นเขื่อนและ “ท่วม” ในที่สุด!!!

ผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติรายนี้ กล่าวต่อไปว่า สำหรับในปี 2558 ประเทศไทยเผชิญกับปรากฏการณ์ “เอลนิโญ”(El Nino) ส่งผลให้ฤดูฝนมาช้าจากเดิมไปราว 2 เดือน ขณะที่ปริมาณฝนสะสมในช่วงฤดูฝน (พฤษภาคม-ตุลาคม) ลดลงกว่าเกณฑ์มาตรฐานเกือบทุกภาค โดยภาคเหนือน้อยกว่าร้อยละ 24, ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ น้อยกว่าร้อยละ 13, ภาคตะวันออกน้อยกว่าร้อยละ 11 เฉลี่ยทั้งประเทศน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐานร้อยละ 8 ซึ่งข้อสังเกตคือปรากฏการณ์เอลนิโญเริ่มต้นตั้งแต่เดือนมีนาคม 2558 แต่ยังเชื่อกันว่าในปีดังกล่าวฝนจะยังมาตรงเวลา

ส่งผลให้ยังมีการใช้น้ำกันอย่าง “ไม่บันยะบันยัง” โดยเฉพาะการ “ทำนาปรัง” เป็นวงกว้างนับล้านไร่!!!

“ในปี’58 ตั้งแต่เดือนมีนาคมยังปล่อยให้ทำนาปรัง คิดว่าน้ำจะมาตามนัด เราให้ชาวนาปลูกข้าวแล้วคิดว่าพฤษภา’58 น้ำจะมา ปรากฏว่าเอลนิโญแรง ฝนตกช้าไป 2 เดือน แถมฝนยังน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติ 8-24 เปอร์เซ็นต์ เอลนิโญมันแรงตั้งแต่มีนา ใครจะไปเชื่อว่าเดือนมีนาหน้าแล้งกรุงเทพฯจะน้ำท่วมอันนี้มันเกิดจากพายุฤดูร้อนบวกกับลมตะวันตกทำให้ฝนตกในกรุงเทพฯผิดปกติ ซึ่งในทางภูมิอากาศมันก็เป็นตัวบอกอยู่แล้ว” อาจารย์ธนวัฒน์ ระบุ

และจากข้อมูลที่ปรากฏนี้เอง อาจารย์ธนวัฒน์ ค่อนข้างเป็นห่วงว่า หากบริหารจัดการน้ำได้ไม่ดีก็อาจซ้ำรอยอดีตที่ผ่านมาอีก เนื่องจากคาดว่า เอลนิโญน่าจะส่งผลต่อสภาพอากาศของประเทศไทยไปถึงเดือนพฤษภาคม 2559 จากนั้นฝนก็จะกลับมาตกตามปกติ หากในเวลานั้นเร่งเก็บกักน้ำมากเกินไป เช่นที่เคยเป็นมาแล้วในปี 2553

นั่นหมายถึง “ประเทศไทยอาจเสี่ยงต่อน้ำท่วมใหญ่อีกครั้งในปี 2560”!!!

“เอลนิโญจะแรงต่อเนื่องไปจนถึงเดือนพฤษภา เราก็อย่าเพิ่งดีใจว่าจะรีบเก็บกักน้ำ ผมว่าปีนี้อย่างมากที่สุดฝนจะมา
ช้ากว่าปกติสักเดือนหนึ่ง แต่สุดท้ายฝนจะมา พอมาก็ดีใจกันปุ๊บ จะเหมือนปี’54 หรือเปล่า? ถ้าเรายังบริหารจัดการกันแบบเดิม ใช้ความรู้แบบเดิม ความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมปี’60 ค่อนข้างสูง” อาจารย์ธนวัฒน์ กล่าวย้ำ

สำหรับ “ทางรอด” จากมหาวิกฤติแล้งหนนี้ อาจารย์ธนวัฒน์ กล่าวว่า “ตัวแปรสำคัญ” ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะเข้มงวดกับพฤติกรรมการใช้น้ำของประชาชน โดยเฉพาะการทำนาปรังได้ขนาดไหน? เนื่องจากขณะนี้มีนาปรังในเขตชลประทานอยู่ราว 2.54 ล้านไร่ หากควบคุมได้ก็จะมีปริมาณน้ำเพียงพอผ่านพ้นวิกฤติไปได้ สิ่งที่รัฐบาลและสังคมไทยทุกภาคส่วนต้องทำร่วมกัน ก็มีอยู่หลายประการ ตั้งแต่ 1.เกษตรกรต้องปรับตัว หันไปปลูกพืชอื่นๆ ที่ใช้น้ำน้อยในฤดูแล้ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

2.หน่วยงานผลิตน้ำต้องเตรียมหาแหล่งน้ำดิบสำรอง โดยต้องเตรียมสำรองไว้สำหรับ 2 เดือน หากฝนไม่มาตามเวลาปกติ แต่ก็ต้องเป็นแหล่งน้ำฉุกเฉินเท่านั้น ไม่นำมาใช้ในเวลาปกติ ขณะที่หน่วยงานต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้น้ำมาก เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน โรงแรม สถานที่ราชการ ควรสำรองน้ำประปาไว้ประมาณ 1 เดือน 3.ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันประหยัดน้ำ เกษตรกรงดปลูกพืชที่ใช้น้ำมาก ไม่ขโมยหรือแย่งชิงน้ำ ส่วนคนในเมืองก็ต้องใช้น้ำอย่างประหยัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องสร้างความตระหนักรู้ตัวในหมู่ประชาชน เช่น ลดแรงดันน้ำประปาให้ไหลช้าลง

4.รัฐบาลต้องเข้มงวด ให้การใช้น้ำให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ และ 5.รัฐบาลต้องควบคุมอย่าให้เกิดสงครามแย่งชิงน้ำ
อีกทั้งต้องหามาตรการเยียวยาที่ทั่วถึงและเป็นธรรมให้กับผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อไม่ให้รู้สึกเดือดร้อนเกินไปจนทำให้ปัญหาลุกลามบานปลาย

และอีกประเด็นที่สำคัญ “สงกรานต์’59 จะเอาอย่างไรกันดี?”ประเด็นนี้ อาจารย์ธนวัฒน์ ให้ความเห็นว่า เวลานี้คนไทยทุกคนไม่ว่าในเมืองหรือในชนบทต้อง “เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข” วันนี้คนชนบทโดยเฉพาะเกษตรกรจำนวนมากไม่ได้เพาะปลูกเพราะมีน้ำไม่เพียงพอ คนในเมืองก็ไม่ควรห่วงกังวลมากเกินไปว่าปีนี้อาจจะไม่ได้เล่นสาดน้ำเช่นกัน

“ถ้าไม่มีสงกรานต์เราคงมีความสุขน้อยลงหน่อย แต่การที่ความสุขน้อยลงนี้มันทำให้ชาวนายิ้มได้กว้างขึ้น คือ ตอนนี้มันก็มีอยู่เท่านี้ คนเมืองจะสุขฝ่ายเดียวหรือเปล่า? เขาเรียกว่าแชร์ความสุขแบ่งปันความทุกข์ วันนี้ชาวนาทุกข์มาก ชาวนาไม่รู้จะมีเงินให้ลูกเรียนหนังสือหรือเปล่า? แต่คนเมืองเรียกร้องว่าจะมีน้ำไว้เล่นสงกรานต์หรือเปล่า? ในสถานการณ์แบบนี้ คนเมืองก็อาจจะต้องเล่นสงกรานต์ให้น้อยลง”อาจารย์ธนวัฒน์ ฝากทิ้งท้าย

SCOOP@NAEWNA.COM

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

โค้งสุดท้าย สมัคร ทหารออนไลน์ ทบ.เปิดรับถึง 25 ม.ค.

ทนายดังเตรียมแถลง ขอโทษครอบครัวนศ. กอด-หอมจริง แต่ล้วงจำไม่ได้

กรมอุตุฯพยากรณ์พรุ่งนี้ มวลอากาศเย็นลง อุณภูมิลดอีก1-3 องศา

สลด เด็กม.ต้นว่ายน้ำไม่เป็น ชวนเพื่อนเล่นน้ำ ก่อนจมหายในคลองรังสิตฯ

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved