วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / สกู๊ปพิเศษ
'โรงเรียนบ้านห้วยเป้า' การต่อสู้เพื่อให้รอดถูกยุบ

'โรงเรียนบ้านห้วยเป้า' การต่อสู้เพื่อให้รอดถูกยุบ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
Tag :
  •  

ขึ้นชื่อว่า “การศึกษา” เชื่อว่าทุกรัฐบาลให้ความใส่ใจเพราะเป็นเรื่อง “อนาคตของชาติ” เห็นได้จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการทุกคนต่างพยายามออกนโยบายที่เชื่อว่าเหมาะสม รวมถึงบางยุคบางสมัยที่มีแนวคิด “ยุบและควบรวมโรงเรียน” เนื่องจากเห็นว่าโรงเรียนขนาดเล็กมีนักเรียนและครูจำนวนน้อย

ทำให้การจัดการเรียนการสอนอาจจะทำได้ไม่ดีนัก!!!


ถึงกระนั้นในช่วงเวลาดังกล่าว ก็มีเสียงคัดค้านนโยบายนี้อยู่ไม่น้อย เพราะโรงเรียนกลุ่มเสี่ยงมักเป็นโรงเรียนในพื้นที่ชนบท หากถูกยุบจะทำให้เด็กต้องเดินทางไปเรียนไกลขึ้น แม้จะมีการจัดรถรับส่งไว้ให้ก็ตาม เด็กก็จะต้องตื่นแต่เช้าและกลับบ้านมืดค่ำ อีกทั้งครอบครัวใดที่เด็กต้องช่วยพ่อแม่ผู้ปกครองทำงานที่บ้าน การต้องไปเรียนไกลๆ อาจกระทบต่อหน้าที่ดังกล่าว ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองไม่อยากส่งลูกไปเรียน

เด็กก็จะเสียโอกาสได้รับการศึกษาตามวัย!!!

ไม่นานนี้ “สกู๊ปแนวหน้า” ติดตามคณะของ “สมัชชาเครือข่ายปฏิรูปการศึกษา” ไปยัง โรงเรียนบ้านห้วยเป้า เทศบาลทุ่งข้าวพวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ที่นี่เราพบกับ สฤษดิ์ สุภาเลิศ ปลัดเทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวง ซึ่งรับหน้าที่รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียน ในช่วง “หัวเลี้ยวหัวต่อ” กับการถูกยุบ

สฤษดิ์ สุภาเลิศ

“ปลัดสฤษดิ์” เล่าย้อนไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน ช่วงที่รัฐบาลขณะนั้นมีนโยบายยุบและควบรวมโรงเรียน ซึ่ง รร.บ้านห้วยเป้า
แห่งนี้ที่สอนระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 ก็ถือเป็น “กลุ่มเสี่ยง” ในการถูกยุบเช่นกัน เพราะเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก และนักเรียนลดน้อยลงเรื่อยๆ จึงมีแนวคิดว่าจะต้องทำให้โรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนเพิ่มขึ้นให้ได้

“เราต้องสร้างแรงดึงดูดให้คนมาเรียนเพิ่ม สร้างอย่างไรล่ะ? ก็ต้องสร้างคุณภาพ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน อะไรแบบนี้ ถามว่ายากไหม? ผมว่าถ้าตั้งใจจริงๆ มันก็ไม่ยาก”

ปลัดคนเก่งรายนี้ กล่าว ซึ่งเบื้องต้นต้องขอบคุณบรรดา “หนุ่มสาวผู้มีจิตอาสา” เพิ่งจบปริญญาตรีหมาดๆ แต่ยินดีมาเป็นครูโดยรับเงินเดือนเพียง “ค่าจ้างขั้นต่ำ” เดือนละ 9,000 บาทเท่านั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้เมื่อรวมกับครูที่เป็นข้าราชการบรรจุเข้ามาแล้วจึงมีครูครบทุกวิชา

และ ณ วันนี้ “ครูอาสา” กลุ่มดังกล่าว ส่วนใหญ่ยังอยู่กันด้วยใจที่ “เต็มร้อย”!!!

“ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กใหม่ๆ ครับ พวกนี้อุดมการณ์เขายิ่งใหญ่มาก พวกนี้เป็นเด็กในพื้นที่ จบราชภัฏเชียงใหม่บ้าง มช. (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) บ้าง แล้วเด็กพวกนี้อยู่ทนครับส่วนใหญ่ไม่มีใครออก นี่ก็อยู่กันเป็นปีแล้วครับ มีบางคนเท่านั้นที่อยู่แล้วไม่มีความสุขก็ออกไป” ปลัดสฤษดิ์ ระบุ

ด้าน เอกพันธ์ พรมวังขวา ข้าราชการครู รร.บ้านห้วยเป้า (สอนวิชาภาษาไทย) กล่าวว่า เคล็ดลับสำคัญที่ทำให้โรงเรียนเล็กๆ แห่งนี้มีมาตรฐานการศึกษาที่ดีขึ้นจนไม่เป็นกลุ่มเสี่ยงถูกยุบ มาจากการจัดหลักสูตรที่นำ “ภูมิปัญญาท้องถิ่น” เข้ามาเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ด้วย เช่น กิจกรรม “หญ้าแฝก-ปั่นฝ้าย” ทำให้นักเรียนเกิดความสนุกสนาน รวมถึงด้วยความที่นักเรียนของที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นเด็กไทยหรือเด็กจากกลุ่มชาติพันธุ์เผ่าต่างๆ ล้วนมีรากฐานทาง “พุทธศาสนา” ที่ค่อนข้างเข้มแข็งจากครอบครัว ทำให้ทุกเช้าโรงเรียนจึงจัดให้นักเรียน “นั่งสมาธิ” ก่อนเริ่มเรียน

เมื่อผู้เรียนทั้ง “มีความสุข” และ “จิตใจสงบ” ผลการเรียนก็ย่อม “ดีขึ้น” ไปโดยปริยาย!!!

“เด็กเมื่อได้เรียนเกี่ยวกับท้องถิ่นเขาเกิดความสนุกเกิดความสุข เขาก็ไม่เครียดที่จะเรียนในหลักสูตรของ 8 กลุ่มสาระ แล้วที่นี่เราเป็นโรงเรียนวิถีพุทธ ก่อนเรียนตอนเช้าเรานั่งสมาธิ หรือวันสำคัญต่างๆ เรามีกิจกรรมทำบุญตักบาตร มีพระมาเทศน์ที่โรงเรียน เพราะเด็กที่นี่เป็นพุทธหมดครับ แล้วโรงเรียนเราไม่แพ้ใครครับ สอบโอเนตครั้งที่ผ่านมาเราอยู่อันดับ 5 ของอำเภอเชียงดาว”

ครูเอกพันธ์กล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ ขณะที่ปลัดสฤษดิ์ กล่าวเสริมถึงกิจกรรมปลูกและใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกอันเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้านห้วยเป้า ว่าครั้งหนึ่งเคยไปได้รับรางวัลการประกวดนวัตกรรมจากหญ้าแฝก ที่จัดโดย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มาแล้ว

อาคารเรียน รร.บ้านห้วยเป้า

เมื่อถามว่าเหตุใดจึงสนใจและทุ่มเทด้านการศึกษาเป็นพิเศษ ทั้งที่งานในฐานะปลัดเทศบาลก็มากอยู่แล้วปลัดสฤษดิ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองมักเน้นแต่การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน สะพาน อาคารต่างๆ ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าการสร้างสิ่งก่อสร้างแบบนี้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 4 ปีของสมัยเลือกตั้งหนึ่ง สามารถใช้เป็นผลงานได้ ขณะที่การพัฒนาการศึกษา หรือการ “สร้างคน” กว่าจะเห็นผลต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5 ปีขึ้นไป แต่ถึงกระนั้นก็อยากให้ฝ่ายการเมืองของแต่ละท้องถิ่น หันมาใช้งบประมาณเพื่อพัฒนาการศึกษาให้มากขึ้น

“คือผมเห็นฝ่ายการเมืองสมัยเดิมๆ เขาไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการศึกษามากนัก ผมในฐานะข้าราชการประจำก็อยากจะพัฒนาการศึกษา คือผมไม่ต้องไปหาเสียง แต่ฝ่ายการเมืองเขาภายในปีสองปีเขาต้องมีผลงาน หรือ 4 ปีเขาต้องมีผลงานเท่าไร ตัวชี้วัดเขาเห็นง่าย

แต่ตัวชี้วัดทางการศึกษามันยาก โน่น 5 ปี 7 ปี ผมเลยเลือกมาส่งเสริมตรงนี้ดีกว่า ผมไม่ต้องหาเสียง ฝากถึงท้องถิ่นอื่นๆ ท่านต้องพยายามไม่มองในโครงสร้างพื้นฐานให้มันเยอะเกิน ต้องยอมรับว่ามันเห็นผลช้า แต่ถ้าเราทำดีกับลูกหลาน จะกี่สมัยผมก็เชื่อว่าเขาจะเลือกท่านแน่นอน” ปลัดสฤษดิ์ ฝากทิ้งท้าย

แม้วันนี้การต่อสู้เพื่อไม่ให้ รร.บ้านห้วยเป้า ถูกยุบจะจบลงไปแล้ว แต่ปัญหาที่ยังรอการแก้ไขในระยะยาว คือการหาครูที่เป็นข้าราชการประจำมาบรรจุให้ครบทุกชั้นและทุกกลุ่มสาระวิชา ซึ่งจะทำให้โรงเรียนสามารถยืนได้อย่างมั่นคงมากกว่าการใช้ครูอัตราจ้างเป็นหลักอย่างในปัจจุบัน

จึงมีข้อเสนอแนะจากผู้บริหารโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะขอ “ใช้บัญชีร่วม” ของครูที่สอบได้และขึ้นทะเบียนไว้กับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อให้โรงเรียนสังกัด อปท. จะได้หาครูมาบรรจุได้ครบชั้นและครบทุกวิชา และจูงใจให้ผู้ที่ขึ้นทะเบียนไว้เลือกมาอยู่กับท้องถิ่น เพราะมีงาน “มั่นคง” ในฐานะข้าราชการประจำ ไม่ใช่เพียงครูอัตราจ้างที่อนาคตไม่แน่นอน

เมื่อโรงเรียนมีครูครบและเป็นครูที่มีขวัญกำลังใจดี..การเรียนการสอนก็จะมีคุณภาพในที่สุด!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

‘ดร.เอ้’ ปราศรัยใหญ่โคราช จี้ ‘รถไฟความเร็วสูง’ ต้องเสร็จ ‘คุณหญิงกัลยา’ ชู ‘ชุมแพโมเดล’ แก้จน

ยศชนัน ประกาศยกเครื่อง ปทุมธานี ทั้งระบบ ชู มากกว่าพลัส 70:30 ให้เม็ดเงินหมุนเข้าระบบศก.ฐานราก

พีระพันธุ์ไล่บี้พรรคร่วมฯ เปิดปากตอบชัดๆ จะป้องหรือจะเป่า รัฐธรรมนูญ 60

'พี่คนดี'ร่ายกลอน 'เราภูมิใจ ความเป็นไทย ที่ไม่เท้ง'

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved