วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / สกู๊ปพิเศษ
ปรับทัศนคติ-ใช้สิทธิ์กฎหมาย  เปลี่ยนสังคมสู่‘เพศ...เท่าเทียม’

ปรับทัศนคติ-ใช้สิทธิ์กฎหมาย เปลี่ยนสังคมสู่‘เพศ...เท่าเทียม’

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 02.00 น.
Tag :
  •  

“บทบาททางเพศ” ระหว่าง “หญิง-ชาย” ในปัจจุบัน โดยเฉพาะสังคมไทยคล้ายจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่มองบทบาททางเพศของผู้ชายว่าอยู่ในฐานะ “ช้างเท้าหน้า” ขณะที่ผู้หญิงเป็น “ช้างเท้าหลัง” หรือแม้กระทั่งทัศนคติ “แง่ลบ” ที่มีต่อกลุ่ม “เพศทางเลือก” (LGBT) ซึ่งถือเป็นการแสดงออกทางเพศที่ “ไม่เท่าเทียม” นัก หลังจากวันที่ 9 กันยายน 2558 ประเทศไทยได้ประกาศใช้ “พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558” ซึ่งคล้ายจะเป็นความก้าวหน้าเล็กๆ ในความพยายามสร้าง “ความเท่าเทียมระหว่างเพศ”

แต่ในความเป็นจริงผู้คนบางส่วนยังมี “อคติ” ทำให้ผู้หญิงและเพศทางเลือกยังถูก “เลือกปฏิบัติ” ในการเข้าถึงสิทธิ์ด้านต่างๆ...ที่สำคัญ “ผู้ถูกกระทำ” ยังไม่รับรู้ถึง “เสียง” และ “สิทธิ์” ที่ตนเองพึงมี!!!


“นิชนัจทน์ สุดลาภา” หรือ “ซารีน่า ไทย” นางแบบข้ามเพศคนดัง สะท้อนถึงสิทธิ์ที่ยังถูก “กีดกัน” ผ่านเวทีเสวนาในงาน “ลุกขึ้นเปลี่ยนสังคมไทยให้เท่าเทียม : พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558” ว่า เธอเคยถูก “เลือกปฏิบัติ” โดยการปฏิเสธไม่ให้เข้าสถานบันเทิง เพียงเพราะเป็น “กะเทย” จึงเข้าร้องเรียนกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) ผลจากการร้องเรียนของเธอทำให้ “เพื่อนร่วมเพศ” อีกหลายๆคนที่ถูกละเมิดสิทธิ์รับรู้ช่องทางในการพิทักษ์สิทธิ์ตนเอง และทำให้สถานบันเทิงต้องปฏิบัติกับ “คนข้ามเพศ” อย่างเท่าเทียม

“ซารีน่า ไทย” มองว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความไม่เข้าใจและความ “เกลียด-กลัว” คนข้ามเพศบนฐานของอคติ ซึ่งแม้จะมี พ.ร.บ.ดังกล่าวแล้ว แต่ยังพบการเลือกปฏิบัติเช่นนี้อยู่เป็นระยะ ดังนั้น “อย่ายอม”!!!

“อย่าหยุดต่อสู้เพื่อสิทธิ์ที่เราพึงมีมาแต่กำเนิด บุคคลหลากหลายทางเพศต้องกล้าลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิ์ของตนเอง” นางแบบข้ามเพศคนดัง กล่าว

“อคติ” และการเลือกปฏิบัติต่อ “คนข้ามเพศ” มิได้เกิดขึ้นเฉพาะในภาคเอกชน แต่ใน “หน่วยงานภาครัฐ” ก็เกิดขึ้นเช่นกัน...

“เคท ครั้งพิบูลย์” รองประธานเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย กล่าวบนเวทีเดียวกันว่า หน่วยงานภาครัฐควรปรับโครงสร้างการให้บริการประชาชนด้วย เพราะหลายๆ ครั้งที่กลุ่มเพศทางเลือกไปติดต่อราชการ คนที่เป็น “กะเทย” จะลำบากมาก พบอุปสรรคทุกขั้นตอน ซึ่งรัฐควร “ปรับทัศนคติ” ให้เจ้าหน้าที่เข้าใจจริงๆถึงการปฏิบัติที่ถูกต้องต่อกลุ่มเพศทางเลือก ซึ่งแม้ปัจจุบันสังคมไทยจะเลือกปฏิบัติน้อยลง แต่ก็เป็นเพียงการ “สวมหน้ากาก” ไม่กล้าเกลียดอย่างชัดเจน แต่แสดงออกทางอ้อม

“เคท” อธิบายว่า ผู้คนที่รับไม่ได้กับการมี “เพศที่สาม” อยู่ในสังคมจะไม่พูดตรงๆ เหมือนสมัยก่อน แต่จะพูดหรือปฏิบัติแบบอ้อมๆ เช่น ไม่รับเข้าทำงาน อ้างว่าความสามารถไม่ถึง ซึ่งความจริงแล้วไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องความสามารถ แต่เกิดจากอคติมากกว่า เป็นต้น ซึ่งแม้สังคมไทยปัจจุบันจะมี “ที่ยืน” มีเวทีให้กลุ่มเพศทางเลือกได้แสดงออกมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่า “ยอมรับ” การที่เห็นกลุ่มเพศทางเลือกในภาพยนตร์หรือละคร ไม่ได้บ่งชี้ว่าสังคมให้การยอมรับแต่นั่นคือภาคอุตสาหกรรมการบันเทิงที่ “ตีกรอบ” ให้พวกเราเป็น “ตัวโจ๊ก” เป็นตัวตลกสร้างเสียงหัวเราะ

“แม้จะมี พ.ร.บ.ออกมา ก็ไม่ได้ทำให้อคติของคนในสังคมลดลง การจะลดความเกลียดกลัวคนข้ามเพศลงได้ขึ้นอยู่กับความเข้าใจ ให้เกียรติและเคารพกันมากกว่า จึงอยากให้สังคมเข้าใจว่าเพศทางเลือกก็เป็นมนุษย์ มีจิตใจ มีความรัก ลดทิฐิลงก่อน แล้วค่อยเขยิบขึ้นมาเป็นยอมรับก็ได้”

สำหรับ พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศฯ ถือเป็นกฎหมายฉบับแรกที่คุ้มครองไปถึงกลุ่มเพศทางเลือกจากเดิมที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาความเท่าเทียมของเพศที่ว่านี้หมายถึงแค่ “เพศหญิง-เพศชาย” แต่กฎหมายฉบับนี้เปิดช่องให้ทุกเพศ “เกย์ กะเทย ทอม ดี้” ล้วนได้รับการคุ้มครอง และสามารถร้องเรียนว่าถูกเลือกปฏิบัติด้วยสาเหตุทางเพศได้ เพียงแต่ความเข้าใจยังไม่ “ครอบคลุม-ทั่วถึง”

“กฎหมายนี้เป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยกลุ่มเพศทางเลือกได้ อย่างน้อยคนอื่นจะมาเลือกปฏิบัติโดยนำเรื่องเพศมาเป็นข้ออ้างไม่ได้แล้ว แต่ใช่ว่าทุกคนที่จะรู้กฎหมายนี้ ดังนั้นต้องช่วยกันให้ข้อมูลและทำความเข้าใจกับคนในสังคม กฎหมายมีประโยชน์อยู่มาก แต่ถ้าไม่มีคนใช้อย่างเข้าใจ หรือไม่มีคนนำไปเผยแพร่ก็ไม่มีความหมาย” เคท กล่าว

ด้าน “ผุสดี ตามไท” รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวว่า กทม. สนับสนุนเรื่องสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมกันของทุกคนไม่ว่าจะเป็นใคร มาจากไหนหรือเพศอะไร มีรสนิยมอย่างไร ทุกคนย่อมมีโอกาสเท่าเทียมกัน เราไม่ควรเลือกปฏิบัติ โดยที่ผ่านมา กทม.ได้แสดงให้เห็นถึงการเคารพในสิทธิ์ และเต็มใจให้บริการทุกคนอย่างเท่าเทียม เช่น เปิดโอกาสให้ผู้จะมาทำบัตรประชาชนแต่งกายไม่ตรงกับ “เพศสภาพ” มาทำบัตรประชาชนได้ ส่วนนักเรียนยังต้องปฏิบัติตามระเบียบ เนื่องจากมีเหตุผลและปัจจัยหลายอย่างที่อาจมีผลกระทบได้ จึงยังไม่เปิดโอกาสให้ทำได้

สำหรับ “ช่องทาง” ร้องเรียน...“เลิศปัญญา บูรณบัณฑิต” อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว(สค.) กล่าวว่าพ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศฯ เป็น “กฎหมายทางเลือก” สำหรับผู้ถูกเลือกปฏิบัติเพราะเหตุแห่งเพศ สาระสำคัญ คือ คุ้มกันและป้องกันสิทธิ์ให้กับผู้ถูกเลือกปฏิบัติ ให้ได้เข้าสู่กระบวนการของกฎหมายอย่างเสมอภาค โดยสามารถร้องเรียนได้ที่สำนักงาน สค. หรือบ้านราชวิถี หรือพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด(พมจ.) ตามศูนย์ราชการของทุกจังหวัด และสายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคม โทร.1300 ตลอด 24 ชั่วโมง จากนั้น “คณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ” (วลพ.) จะเป็นผู้วินิจฉัย

ถ้าผลวินิจฉัยพบเป็นผู้ได้รับผลกระทบการเลือกปฏิบัติเพราะเหตุแห่งเพศ จะได้รับเงินเยียวยาจากกองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ!!!

“พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ” เป็นเครื่องมือในการคุ้มครองสิทธิ์ เป็นกฎหมายที่ถูกผลักดันให้คนที่ถูกเลือกปฏิบัติได้รับการคุ้มครอง ป้องกันการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ แต่กฎหมายฉบับนี้จะเกิดประโยชน์ได้ ต้องสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นในสังคม เพื่อให้เกิดความตระหนักในเรื่องความเท่าเทียมระหว่างเพศและวิธีการปฏิบัติต่างๆด้วย

ที่สำคัญ...เมื่อมี “สิทธิ์” ต้องมี “เสียง...

“ผู้ถูกกระทำ” ต้องไม่เงียบอีกต่อไป!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

พิพัฒน์ อัดอั้นคนโวยไม่เยียวยาน้ำท่วมใต้ สวน กกต.ไม่อนุมัติ สะท้อนไม่ใช่พวก ภท.

TPIPP คว้ารางวัลระดับโลก จาก International Finance Awards 2025 ตอกย้ำผู้นำธุรกิจ Waste-to-Energy ของไทย

‘บู้’บุกเขต 1 พิษณุโลก! โชว์แก้เรื่องร้องเรียนกว่า 250 เรื่องใน 1 ปี-อ้อนขอสานงานต่อ

สื่อเขมรจุ้นอีก อนุทิน เป็นปรปักษ์ ชนะเลือกตั้งเหตุการณ์ไม่ยุติ

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved