หลากหลายชีวิต ณ "ถนนราชดำเนิน" เส้นทางประวัติศาสตร์แห่ง "การชุมนุม"

วันอาทิตย์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555, 02.00 น.

“โอ้ราชดำเนิน ถนนแห่งวีรชน สวรรค์เบื้องบน รู้ดีเราสู้เพื่อใคร”

ท่อนแรกของเพลง “ราชดำเนิน” ที่ขับร้องโดย ยืนยง โอภากุล (แอ๊ด คาราบาว) คงสามารถอธิบายความเป็นไปของถนนแห่งประวัติศาสตร์สายนี้ได้เป็นอย่างดี ถนนที่ทอดยาวตั้งแต่ท้องสนามหลวง ไปถึงแยกลานพระบรมรูปทรงม้า ถูกใช้เป็นสถานที่ชุมนุม เพื่อต่อสู้เรียกร้องอะไรบางอย่างอยู่เสมอ ทั้งการเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516 , พฤศภาทมิฬ พ.ศ.2535 จนมาถึงม็อบเสื้อเหลือง เสื้อแดง เสื้อหลากสี และล่าสุดกับม็อบ “องค์กรพิทักษ์สยาม” รวมถึงเวลาปกติ ยังมีม็อบเกษตรกร ม็อบผู้ใช้แรงงาน ม็อบอนุรักษ์ หรืออื่นๆ อีกมากมายเข้ามาเช่นกัน

นอกจากเป็นถนนที่สารพัดกลุ่ม เลือกที่จะใช้ชุมนุมแสดงพลัง แสดงออกทางความคิดเห็นแล้ว ราชดำเนินยังเป็นถนนยอดนิยมของใครหลายๆ คน ทั้งนักท่องเที่ยวที่รักการถ่ายภาพ เนื่องจากเป็นถนนที่มีทิวทัศน์สวยงาม หรือผู้ที่ศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ของพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 รวมถึงการเป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการสำคัญหลายแห่ง ทำให้ถนนเส้นนี้ เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา และหลากหลายอาชีพ วันนี้สกู๊ปหน้า 5 จะพาไปฟังเสียงหลากหลายอาชีพ ที่ต้องเผชิญกับม็อบอยู่ตลอดเวลา จนบางครั้งก็ราวกับรู้สึกชินชากับความขัดแย้งในบ้านเมือง..ไปเสียแล้ว

ป้าไปมาแล้วทุกม็อบ ทั้งเหลืองทั้งแดง แต่ถึงไม่มีม็อบ ป้าก็ขายของย่านลานพระรูปตรงนี้ทุกวันอยู่แล้วล่ะ ถามว่ารายได้ดีไหม ต้องบอกว่าดี แต่ถ้าเลือกได้ อย่ามีม็อบดีกว่า สงสารบ้านเมือง” คุณป้ารายหนึ่งที่เราพบไม่ไกลจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เท่าไรนัก เธอมาพร้อมกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง สำหรับขายเครื่องดื่มเย็น ไม่ว่าจะเป็นชา กาแฟ หรือโอวัลติน เล่าให้เราฟังด้วยน้ำเสียงปลงๆ กับการที่ประเทศไทยเต็มไปด้วยม็อบ ไล่ตั้งแต่เสื้อเหลืองเข้ายึดทำเนียบรัฐบาลเมื่อปี 2551 หรือเสื้อแดงยึดราชดำเนิน-ราชประสงค์ปี 2553 จนถึงม็อบองค์กรพิทักษ์สยามในวันนี้

คุณป้ารายนี้ยอมรับว่า ในช่วงที่มีม็อบ ไม่ว่าสีใดก็ตาม รายได้จากการขายเครื่องดื่มดับกระหายเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นกว่าปกติเป็นเท่าตัว ซึ่งหากมองในแง่ผลประโยชน์ส่วนตน เธอมองว่าคุ้มค่า แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเลือกได้ เธอบอกว่าอย่ามีม็อบเลยดีกว่า เพราะถ้ามองในแง่ส่วนรวมแล้ว มีแต่จะทำให้ประเทศชาตินั้นแย่ลง อนึ่ง..เมื่อเราถามถึงข้อเปรียบเทียบระหว่างเหลืองกับแดง คุณป้าท่านดังกล่าวตั้งข้อสังเกตไว้บางประการ คือถ้ามองในแง่ระเบียบวินัยในกลุ่มผู้ชุมนุมแล้ว เสื้อเหลืองดูจะมีระเบียบมากกว่าเสื้อแดง โดยดูจากระบบการจัดเก็บขยะมูลฝอยในพื้นที่ชุมนุม ที่ฝ่ายแรกเป็นระบบมากกว่าฝ่ายหลัง แต่เมื่อถามถึงความเห็นทางการเมือง เธอขอไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ

“จริงๆ ป้าอยู่มาหมดนะ ราชประสงค์ตอนเสื้อแดงไปยึด ป้าก็ไปกินนอน ขายของอยู่ 40 กว่าวัน ถามว่าใครเผาเซ็นทรัล ป้าไม่รู้หรอก พูดไม่ได้เพราะเราไม่ได้เห็นกับตา แต่ป้าสงสารนะ สงสารแม่บ้าน พนักงานของเขา ขนาดเราไปขอใช้ห้องน้ำ จะให้เงินเขาบ้าง เขายังไม่รับเลย บอกว่าเป็นหน้าที่ที่จะต้องมาทำ” คุณป้าท่านนี้กล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะขอตัวไปขายของต่อ เพราะลูกค้าซึ่งมีทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมและตำรวจที่มาปฏิบัติหน้าที่เริ่มมารอกันแล้ว

“วินมอเตอร์ไซค์” อีก 1 อาชีพที่อยู่คู่กับการชุมนุม เพราะเมื่อมีการตั้งด่านสกัดกั้นรถยนต์เข้าออก หรือมีการจราจรติดขัดจากเหตุชุมนุมครั้งใด พวกเขาคือกลุ่มหลักที่ทำหน้าที่รับส่งผู้โดยสารไปยังจุดหมายอยู่เสมอ อย่างพี่วินฯ รายหนึ่ง ที่ขับรถเวียนอยู่แถวๆ คุรุสภา ที่เล่าว่าตัวเองผ่านเหตุการณ์เฉียดตายจากม็อบ มาตั้งแต่พฤษภาทมิฬ

“จำได้เลยนะ พฤษภาปี 35 ผมขับรถอยู่แถวๆ วัดบวร ทหารยิงมา ตับๆๆๆ ยิงมาเป็นชุด ผมต้องทิ้งรถหนีเลย ส่วนล่าสุด ก็แยกคอกวัวเมื่อ 10 เมษา ปี 53 ผมขับรถส่งคนอยู่ในเสื้อแดง ช่วง 6 โมงเย็น ยังใช้กันแค่แก๊สน้ำตา ก็คลาดจากช่วงที่ยิงกันช่วงหัวค่ำ แป๊บเดียวเท่านั้นเอง” จยย.รับจ้างคนดังกล่าวระบุ พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่าช่วงม็อบแดงเมื่อปี 2553 จุดเปลี่ยนที่นำไปสู่ความรุนแรง คือการที่รัฐบาลตัดสินใจใช้ทหารในการเผชิญหน้ากับผู้ชุมนุม โดยก่อนหน้านั้น เขายังคงขับรถรับส่งผู้โดยสารในบริเวณพื้นที่ชุมนุมได้ตามปกติ

หากพ่อค้าแม่ขาย และรถรับจ้างเป็นผู้ที่อาจจะได้ผลกำไรจากการชุมนุมแล้ว “หน่วยกู้ภัย” คงเป็นตรงกันข้าม เพราะเมื่อมีม็อบทีไร พวกเขายอมรับว่าเหนื่อยแทบทุกครั้ง อย่างกลุ่ม “กู้ภัยวชิรพยาบาล” (SMART) ที่ประจำอยู่บริเวณอาคารสหประชาชาติ ได้เล่าให้ฟังถึงภารกิจของพวกเขา ที่บางครั้งก็ต้องแลกด้วยชีวิตของเพื่อนร่วมทีม

“ถ้าถามว่าเหลืองกับแดงต่างกันไหม ผมว่าไม่ต่างกัน คือสถานการณ์เราประเมินไม่ได้ อย่างช่วงปี 53 พอทหารเข้าพื้นที่ มันมั่วไปหมด กู้ภัยก็โดนลูกหลงกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะปอเต๊กตึ๊ง ร่วมกตัญญูหรือวชิระ อย่างของวชิระเราเสียชีวิตที่ซอยรางน้ำ จริงๆ อยากให้ต่างฝ่ายต่างอยู่ในกรอบกติกา หรือกฏหมายนะ จะไม่ได้ต้องเกิดเหตุรุนแรงมาปะทะกัน”  อาสาฯ คนหนึ่งกล่าว

ปิดท้ายด้วย “เจ้าหน้าที่ตำรวจ” คู่ปรับตลอดกาลของบรรดาม็อบทั้งหลาย แม้ว่าจะหลายฝ่ายอาจจะมองว่าตำรวจเลือกข้าง แต่จริงๆ แล้ว อาจจะไม่ทุกคนเสมอไป โดยเฉพาะกับเจ้าหน้าที่ระดับล่างที่มักจะต้องเข้าๆ ออกๆ กทม. อยู่เสมอ ตามคำสั่งที่ให้มาเป็นกำลังหลักในการควบคุมผู้ชุมนุม ซึ่งเราสัมผัสได้ถึงความเหนื่อยล้าของพวกเขา ระหว่างทำการพักผ่อนได้เป็นอย่างดี

เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนกลุ่มหนึ่ง เล่าให้เราฟังระหว่างสวมเสื้อเกราะ เตรียมโล่และกระบองเพื่อออกไปสับเปลี่ยนกำลังกับเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ว่าในทุกจังหวัด จะต้องมีชุดควบคุมฝูงชนอยู่แล้ว และเป็นหน่วยดังกล่าว ที่จะต้องถูกเรียกมาทุกครั้งที่เกิดการชุมนุม “ถามว่าเบื่อไหม ก็เบื่อนะ แต่มันเป็นหน้าที่ เราเป็นข้าราชการประจำ เมื่อมีคำสั่ง เราก็ต้องมา”

ต่อข้อซักถามถึงประเด็นที่หลายคนชอบพูดกันว่า “ตำรวจเป็นแดง ทหารเป็นเหลือง” นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มดังกล่าว ยืนยันว่าหากเป็นระดับบน เขาไม่มีความคิดเห็น แต่ถ้าเป็นระดับปฏิบัติการ ไม่ว่าตำรวจหรือทหาร ล้วนต้องมาทำหน้าที่ตามคำสั่งเท่านั้น เรียกว่าถ้ารัฐบาลไม่ว่าสีใดสั่ง ก็ต้องมาปฏิบัติหน้าที่ทั้งสิ้น

“คนก็พูดกันไป เรามาตามคำสั่ง ทำได้แค่นั้น ตามนโยบายรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับสี ได้รับคำสั่งก็ต้องมา แต่จะทำอะไรมากก็ไม่ได้ จะถูกมองว่าทำเกินกว่าเหตุ ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากให้บ้านเมืองสงบสุขมากกว่า วันนี้พม่าเปิดประเทศ ลาวก็มี 4G แล้ว เรายังมาทะเลาะกัน ผมเป็นห่วงผู้บริสุทธิ์ เป็นห่วงเยาวชนที่น่าจะเติบโตได้ก้าวหน้ากว่านี้” เจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มนี้กล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะขอไปเตรียมตัวปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

แม้ล่าสุด การชุมนุมขององค์กรพิทักษ์สยามจะยุติลงแล้ว หลังจากที่ตลอดทั้งวันมีการปะทะกันระหว่างตำรวจกับผู้ชุมนุมเป็นระยะๆ แต่เราคงไม่อาจจะบอกได้ว่า นี่จะเป็นการชุมนุมครั้งสุดท้ายบนถนนแห่งนี้ และคงไม่อาจบอกได้ว่า ครั้งหน้าผู้ชุมนุมจะเป็นกลุ่มใด แต่อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่มีการชุมนุม หลากหลายชีวิตก็ยังคงดำเนินต่อไปบนนถนนสายนี้ และไม่ว่าบางกลุ่มจะรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างกู้ภัยและตำรวจ หรือบางกลุ่มจะได้ผลประโยชน์จากการชุมนุมจากการขายของอย่างพ่อค้าแม่ค้า

แต่ทุกเสียงล้วนพูดตรงกัน...ถ้าเลือกได้ ขอให้ประเทศไทยกลับมาสงบสุขดังเดิม

SCOOP@NAEWNA.COM