Logo วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
537.jpg
หน้าแรก / สกู๊ปพิเศษ
เสียงปชช.กรณี‘พ.ร.บ.การออมแห่งชาติ’ สวัสดิการชราภาพ..ต้องรออีกนานแค่ไหน

เสียงปชช.กรณี‘พ.ร.บ.การออมแห่งชาติ’ สวัสดิการชราภาพ..ต้องรออีกนานแค่ไหน

วันศุกร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2556, 02.00 น.
Tag :
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

 

เป็นที่ทราบกันดีว่า ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ภาวะ “สังคมผู้สูงอายุ”ไม่ต่างจากประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ เช่น สหภาพยุโรป หรือญี่ปุ่น ที่อัตราการเกิดใหม่ของประชากรลดลงอย่างมาก ทำให้ในอนาคต ประเทศที่ประสบภาวะดังกล่าวจะขาดแคลนแรงงาน และผู้สูงอายุที่บางครั้งอาจเจ็บป่วย ย่อมเสี่ยงที่จะต้องลำบาก ทั้งไม่มีเงินทุน และไม่มีผู้มาดูแล แน่นอนว่าประเทศไทยที่เป็นประเทศกำลังพัฒนา จะต้องประสบความลำบาก หนักกว่าอีกหลายเท่าตัว


ไม่นานมานี้ เครือข่ายแรงงานและภาคประชาชน ได้ตั้งข้อสังเกตบางประการ ถึงกฎหมายฉบับหนึ่งนั่นคือ “พระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ.2554” (พ.ร.บ.กอช.) ที่ได้ประกาศในราชกิจจาบุเบกษา มาแล้วตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.2554 และให้มีผลหลังจากวันประกาศไป 360 วัน แต่ ณ วันนี้ ก็ยังไม่ปรากฏว่า มีการเปิดให้สมัครสมาชิกกองทุนแต่อย่างใด โดย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้เหตุผลว่าต้องการแก้ไขบางประการเสียก่อน ทำให้เกิดคำถามว่า “ใช้ก่อนแล้วค่อยแก้ไม่ได้หรือ” และ “รัฐบาลละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่” รวมทั้งเป็นประเด็นทางเมืองจริงไหม? เพราะกฎหมายนี้ออกในรัฐบาลก่อน ซึ่งเป็นคนละขั้ว คนละพรรคกับรัฐบาลปัจจุบัน

กำเนิด ‘กม.บำนาญประชาชน’

ปัจจุบันนี้ คนไทยที่มีสวัสดิการดูแลยามแก่ชรานั้น มีด้วยกัน 2 ประเภท คือ กลุ่มข้าราชการ-พนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่ได้รับสวัสดิการราชการ กับกลุ่มพนักงานเอกชน ที่ได้รับสวัสดิการจากประกันสังคม อย่างไรก็ตาม ยังมีประชากรที่เหลืออีกกว่า 30 ล้านคน ในวัยทำงาน ที่ไม่มีสวัสดิการใดๆ เลยในชีวิต จึงเป็นที่มาของกฎหมายดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนกลุ่มที่เหลือ มีทางเลือกในการออมเงิน เพื่อรับบำนาญชราภาพควบคู่ไปกับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

ชนะชัย ประยูรสิน ผู้อำนวยการสำนักนโยบายการออมและการลงทุน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้ผลักดันเรื่องนี้มาตลอด ทางสำนักเศรษฐกิจการคลังเองก็อยากจะให้เปิดรับสมัครสมาชิกได้โดยเร็วที่สุด หากแต่ยังติดอยู่ที่นโยบายของทางรัฐมนตรี ที่ต้องมีกฎหมายลูก ที่จะต้องเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีพิจารณา และหลังจากนั้น
ก็ต้องเข้าสภาตามลำดับ

นพ.บรรลุ ศิริพานิช ประธานมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย เป็นอีกผู้หนึ่งที่ร่วมผลักดันกฎหมายดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น ยอมรับว่ากว่าจะได้กฎหมายออกมาประกาศใช้ เป็นเรื่องยากมาก โดยบางครั้งที่ต้องไปร่วมประชุมกับกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงที่ถือว่าเป็นประธานการประชุม กลับไม่มาประชุมก็มี

“พอประธานไม่มาประชุม ผมก็เป็นคนผลักดันเอง จนออกมาเป็น กอช. ดีใจมาก แต่พอออกมาแล้ว มันก็ไม่ทำงาน ผมเป็นกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ประชุมกัน 4 เดือนต่อครั้ง ครั้งก่อน ผมก็บอกในที่ประชุมว่า กอช. ออกแล้ว ทำไมไม่ดำเนินการ รัฐมนตรีที่เป็นผู้แทนของประธาน (นายกฯ เป็นประธาน) คือคุณสันติ พร้อมพัฒน์ (รมว.การพัฒนาสังคมฯ) เขาก็ยืนยันว่าจะแก้ไข ผมเลยบอกว่าจะแก้ไขทำไม ออกมาแล้วก็ออกไป แล้วค่อยไปแก้ไข

รัฐมนตรี พม. เขาก็เห็นด้วย บอกว่าจะไปบอก รมว.คลังให้ เขาก็รับปาก ล่าสุดท่านรัฐมนตรีก็บอกว่ากำลังแก้ไขอยู่ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ที่นั่งอยู่ด้วยก็บอกว่าดำเนินการไปถึง ครม.แล้ว ผมเลยถามว่าเมื่อไรจะเข้าสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ต้องไปเข้าสภาสูง (วุฒิสภา) อีกทีหนึ่ง แล้วเมื่อไหร่มันจะเสร็จซะที” นพ.บรรลุ ตั้งคำถามถึง ครม.

‘บำเหน็จ-บำนาญ’ อะไรดีกว่ากัน

ในหัวข้อการแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับนี้ ตามนโยบายของ รมว.คลัง มีหลายประเด็น แต่สิ่งที่น่าสนใจ ประเด็นแรกคือ พ.ร.บ.เดิมที่วันนี้ประกาศใช้แล้ว (แต่ยังไม่มีการดำเนินการเพราะรอแก้ไข) บังคับให้ผู้ส่งเงินออมรับเป็นบำนาญเท่านั้น ขณะที่ร่างแก้ไขของ รมว.คลัง ระบุให้เลือกรับได้ทั้งแบบบำเหน็จและแบบบำนาญ ซึ่งกรณีนี้ รศ.วรเวศม์ สุวรรณระดา อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะนักวิชาการที่ศึกษาด้านกองทุนสวัสดิการต่างๆ มาโดยตลอด ชี้ให้เห็นว่า ระบบ “บำนาญ” ที่จ่ายเป็นรายเดือนให้ผู้ออมในวัยชราภาพไปตลอดชีวิต ดีกว่าระบบ “บำเหน็จ” ที่จ่ายกันแค่รอบเดียวเป็นเงินก้อน

“บำนาญจะดูแลผู้สูงอายุไปชั่วชีวิต มากบ้างน้อยบ้างอีกเรื่องหนึ่ง อย่างกองทุนประกันสังคมเขาให้บำเหน็จ ซึ่งเราก็รู้อยู่แก่ใจ อย่างข้าราชการบำนาญที่รับเป็นบำเหน็จ จะรู้ว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน วันที่รับ รับไปแล้วลูกเต็มบ้าน มันเป็นจังหวะชีวิตพอดี เอ้าลูกชายแต่งงาน ลูกสาวแต่งงาน ลูกชายเริ่มธุรกิจ ลูกสาวจะสร้างบ้าน ซื้อรถ มันเป็นแบบนี้ เงินบำเหน็จก็จะหมดไปตั้งแต่วัน เดือน หรือปีที่รับนั่นล่ะครับ

หรือบางคนอาจจะมั่นใจ ได้บำเหน็จไปแล้วจะบริหารจัดการได้ ท่านทราบไหมครับว่าท่านจะตายเมื่อไหร่? เดี๋ยวนี้คนเราตายยากด้วย อายุขัยเฉลี่ยเรายาวขึ้นเรื่อยๆ การออมเป็นสิ่งที่ดี แต่ออมแล้วบริหารเงินก้อนนี้ไปจนวันสุดท้ายของชีวิต ระดับบุคคลมันยากมาก ใครจะรู้ วันดีคืนดีเกิดต้องนอนติดเตียง คือป่วยต้องนอนอยู่บนเตียง ต้องการคนมาดูแล เอาง่ายๆ ติดเตียง 10 ปี จ้างคนมาเดือนละหมื่น นี่หมดเป็นล้านนะครับ” รศ.วรเวศม์ เปรียบเทียบให้เห็นภาพ

‘ความโปร่งใส’ ของผู้บริหารกองทุน

อีก 2 ประเด็น ที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกต คือประเด็นเพดานเงินออมที่บุคคลสามารถส่งได้ ซึ่งร่างแก้ไข จะไม่จำกัดเพดานเงินที่ส่งได้ ส่วนฉบับปัจจุบันนั้น จะจำกัดไม่ให้เกินกว่าที่กฎกระทรวงกำหนดกับประเด็นผู้บริหาร ที่ร่างแก้ไข จะเปลี่ยนจากกระบวนการสรรหา มาเป็นให้ ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ทำหน้าที่นี้ไปโดยตำแหน่ง

สำหรับประเด็นแรกนั้น มุกดา อินต๊ะสาร ประธานภาคประชาชน กองทุนสวัสดิการชุมชน จ.พะเยา ในฐานะที่ขับเคลื่อนกองทุนของชุมชนมาก่อนหน้าแล้ว ก็ได้ใช้หลักการเดียวกันกับร่าง กอช. ฉบับปัจจุบัน คือกำหนดเพดานการฝากเงินของสมาชิกชุมชน “เหตุผลที่ห้ามฝากเกิน เพราะมันจะมีนายทุนบางกลุ่มจะยัดเงินใส่เข้ามามากๆ แล้วก็จะทำให้ธนาคารของหมู่บ้าน กลายเป็นของนายทุน เราเน้นการกระจายไม่กระจุก ให้เกิดสมดุลซึ่งกันและกัน”

ส่วนประเด็นหลัง รศ.วรเวศม์มองว่า ร่างแก้ไขที่ให้ลงทุนกับธนาคารหรือพันธบัตรรัฐบาล (จากเดิมที่ให้ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงร้อยละ 60 ขึ้นไป และมีการประกันรายได้ของสมาชิก) รวมถึงให้ ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ที่เป็นข้าราชการประจำ มาทำหน้าที่บริหารกองทุน อาจทำให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงได้ โดยที่ผ่านมาหลายประเทศพบว่า กองทุนบำนาญกลายเป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณแผ่นดิน หากเกิดภาวะขาดดุล และต้องก่อหนี้สาธารณะ รัฐบาลอาจจะมาเอากองทุนของประชาชนนี้ ไปใช้ชดเชยการขาดดุลดังกล่าวได้

“ยิ่งมาจากเงินชาวบ้าน ยิ่งต้องทำให้มันออกดอกผลงอกเงยขึ้นมา ซึ่งต้องทำโดยมืออาชีพ ไม่ใช่มั่วๆ มันเลยต้องมีคณะกรรมการบริหารจัดการ แล้วก็มีคณะกรรมการกำกับดูแล ซึ่งใช้การมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่ใช่ข้าราชการเพียงอย่างเดียว คือมีทั้งข้าราชการ ภาคประชาชน นักวิชาการ และผู้รู้ด้านการเงินการจัดการ ส่วนการจะไปลงทุนตรงไหน ก็ปล่อยให้มืออาชีพเขาทำไป” รศ.วรเวศม์ กล่าว

ยิ่งล่าช้า ยิ่งเสียประโยชน์

นอกจากประเด็นหัวข้อที่ต้องการแก้ไขแล้ว เหนือสิ่งอื่นใด ทั้งที่ พ.ร.บ.นี้ ประกาศใช้มาแล้วปีกว่าๆ เหตุใดรัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง จึงไม่ประกาศให้เปิดรับสมัครสมาชิก ทั้งที่ทราบดีว่า ยิ่งประกาศใช้ช้าเท่าไร แทนที่จะได้รีบออมเงิน จนมีบำนาญสะสมมาก ประชาชนกลับต้องเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะการแก้กฏหมายนั้นมีหลายขั้นตอน หลายวาระ ดังนั้นภาคประชาชน จึงอยากให้บังคับใช้ไปก่อน แล้วถ้าอยากแก้ไขให้ดีขึ้น ค่อยตามไปแก้ทีหลังก็ได้ เหมือนกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกฏหมายทั่วๆ ไป

“เอาง่ายๆ อย่างญี่ปุ่น เขาแก้กันทุกปี เพราะมันมีประเด็นเรื่องของการพิจารณาอนาคตอยู่ตลอดเวลา ว่าประชากรจะเป็นยังไง อย่างวันนี้มองว่าอนาคตประชากรจะน้อย เกิดมันไม่น้อยขึ้นมาจริงๆ สังคมสูงอายุอาจไม่เลวร้ายอย่างที่คิดก็ได้ คือมันสามารถแก้ได้บนหนทางประชาธิปไตย ก็แก้กฎหมายกันไปเป็นวาระๆ ดังนั้นมันไม่ต้องรอให้สมบูรณ์ ถ้ารอให้กฎหมายสมบูรณ์ที่สุด ก็คงไม่ต้องทำอะไรกันเลย

ส่วนประเด็นที่มีคนมองว่าเป็น พ.ร.บ.ของพรรคไหน? อยากให้ไปดูประวัติศาสตร์ กฎหมายฉบับนี้คุยกันมายาวนานมาก ทั้งภาคประชาชน วงวิชาการ วงราชการ คือมันไม่ใช่ Top-Down แต่มันเกิดจากระดับล่าง ไม่รู้คุยกันกี่ปี สั่งสมมาเรื่อยๆ จนออกมาเป็น พ.ร.บ.กอช. วันนี้ แล้วการพิจารณาก็เป็นประชาธิปไตย ตอนที่เขารับร่าง พ.ร.บ. นี้ แม้กระทั่งฝ่ายค้านวันนั้น (ที่วันนี้เป็นรัฐบาล) ก็ยังยกมือสนับสนุน วุฒิสภาก็ OK คือ สส. ตอนนั้นเขาเห็นด้วย ผมว่ามันเป็นประเด็น ที่แม้แต่ สส.พรรคเพื่อไทยเอง ก็ควรต้องตั้งคำถาม” รศ.วรเวศม์ ทิ้งท้ายด้วยคำถามถึงฝ่ายการเมือง

ยังคงเป็นข้อสงสัยต่อไป ว่าเหตุใดทั้งที่กฎหมายนี้มีประโยชน์มากกับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ และมีการลงพระปรมาภิไธยแล้ว ยังถูกรัฐบาลปัจจุบันระงับไว้เพื่อแก้ไข ทั้งที่ตามหลักแล้วกฎหมายใดๆ ที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา จะมีผลทันทีตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ (กรณีนี้คือ 360 วันหลังประกาศ) และยิ่ง พ.ร.บ.การออมฯ นี้ มีที่มาจากรัฐธรรมนูญมาตรา 84 (4) ที่รัฐต้องจัดให้มีการออมเพื่อดำรงชีพยามชราภาพแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง

ส่วนการดองกฎหมายไว้เช่นนี้ เจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย จะถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ รวมถึงประชาชน สามารถฟ้องศาลปกครอง ให้ออกคำสั่งแก่ผู้รับผิดชอบ ให้ดำเนินการไปตามกฎหมายได้หรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่จะต้องมาว่ากันต่อไป


SCOOP@NAEWNA.COM

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

ต้นไม้แห่งมิตรภาพ สี จิ้นผิง-คิม จองอึน ร่วมกันปลูกต้นไม้ความหมายดี สัญลักษณ์สัมพันธ์ยั่งยืน

ราชทัณฑ์ แจงปล่อยตัวคุมประพฤติ-ถอดกำไล EM ทักษิณ เป็นตามขั้นตอนกฎหมายที่กำหนด

ทำไม เก้าอี้พลาสติก ต้องมีรู ไม่ใช่เพียงแค่ดีไซน์ แต่มันทำหน้าที่สำคัญกว่าที่คิด

ฟังอีกมุม! ครูโต้ข่าวดัง สั่งป.4 กระโดดตบ 1,000 ครั้ง จนไข้ขึ้น-ผวาละเมอ ยันมีพยานที่อยู่ชัด!

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved