วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ช่วงที่ผ่านมา “สกู๊ปแนวหน้า” ได้เดินทางไปยังชุมชนกะหร่าง "บ้านโป่งลึก" และ "บ้านบางกลอย" ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งตั้งอยู่ภายในเขต "อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน" เพื่อติดตามความคืบหน้า การพลิกฟืนผืนดินที่แห้งแล้ง ให้กลับมามีชีวิตขึ้นอีกครั้ง
นับเป็นเวลาหลายศตวรรษ ที่ชุมชนกะหร่าง “บ้านโป่งลึก-บางกลอย" มีปัญหากระทบกระทั่งกับ เจ้าหน้าที่รัฐ ในประเด็นเรื่องที่ดินทำกินอยู่เนื่องๆ จวบจน มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ภายใต้การนำของ ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ประสานความเข้าใจ จนนำไปสู่การแก้ปัญหา และวางกฎกติการ่วมกัน
ในวันนี้ ผืนป่าเสื่อมโทรม ได้แปรเปลี่ยนเป็นที่ดินทำกินอย่างถูกกฎหมาย ชาวกะหร่างเกือบ 1,000 ชีวิต ร่วมกันทำนาขั้นบันได และจะเริ่มปลูกข้าวในช่วงกลางปี 2556 ด้านเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ก็เบาใจที่ไม่มีการบุกรุกทำลายป่า
“ศาสตร์ของพระราชา”
หากย้อนไปในช่วงปลายปี 2555 ม.ร.ว.ดิศนัดดา ได้นำคณะทำงานปิดทองหลังพระ เข้ามาพัฒนาพื้นที่บ้านโป่งลึก-บางกลอย โดยมีหลักการสำคัญคือให้ "คน" อยู่กับ "ป่า"ได้อย่างยั่งยืน
ในครั้งนั้น ม.ร.ว.ดิศนัดดา ใช้วิธีทำงานแบบ "กัดไม่ปล่อย" เข้าไปเป็นตัวกลาง ขับเคลื่อนชุมชน,ข้าราชการ และ ระดับนโยบาย ไปพร้อมๆ กัน
ในระหว่างนั้นก็ได้ใช้ “ศาสตร์ของพระราชา” พัฒนาชุมชน โดยยึดหลัก 6 มิติคือ "น้ำ" ป้องกันและแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ ดำเนินการการพัฒนาแหล่งน้ำ และการใช้นำทุกหยดให้เกิดประโยชน์สูงสุด "ดิน" ป้องกันและแก้ไขปัญหาในเรื่องของสภาพดิน ดำเนินการปรับปรุงดิน "เกษตร" นำเกษตรทฤษฎีใหม่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
"พลังงานทดแทน" คือการปรับใช้พลังงานให้เหมาะสมกับท้องถิ่น โดยการคิดค้นและพัฒนาพลังงานทางเลือกที่ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ "ป่า" ลดการตัดไม้ทำลายป่า โดยการปลูกฝังจิตสำนึกให้ชุมชนเห็นความสำคัญของป่า และ "สิ่งแวดล้อม" คือการดำรงชีวิตอยู่อย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมระยะยาว
โป่งลึก-บางกลอย โมเดลต้นแบบ
หยาดเหงื่อที่ทุกคนร่วมลงแรงในวันนั้น ส่งผลให้วันนี้ทุกชีวิตที่ บ้านโป่งลึก-บางกอย มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
หลุกพ้นจากความอดอยาก
คุณชาย ดิศนัดดา กล่าวว่า เบื้องหลังความสำเร็จ ที่ บ้านโป่งลึก-บางกลอย เกิดจากการ น้อมนำองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ มาใช้ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของชุมชนให้เป็นไปอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานที่สอดคล้องกับสภาพภูมิสังคม และภูมิปัญญาในแต่ละท้องถิ่น
“เราได้ประสานกับส่วนราชการหลายแห่ง เพื่อแก้ไขปัญหาของชาวกะหร่าง ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ที่บ้านโป่งลึก-บางกลอย กระทั่งทุกอย่างได้รับการคลี่คลาย และชาวกะหร่างมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่ยั่งยืน โดยไม่ต้องตัดไม้ทำลายป่า ล่าสัตว์ ซึ่งถือเป็นต้นแบบของการแก้ปัญหา คนกับคน , คนกับป่า และ คนกับสัตว์ป่า ได้อย่างยั่งยืน” เลขาธิการมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ กล่าว
ลดทิฐิ-สลายความขัดแย้ง
ด้าน นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ ปัญหาความขัดแย้งที่บ้านโป่งลึก-บางกลอย คลี่คลายลงอย่างรวดเร็ว ยอมรับว่าบางครั้ง เจ้าหน้าที่อาจบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และหนักหน่วงเกินไป จนทำให้ความขัดแย้งบานปลาย แต่วันนี้ปัญหาขัดแย้งยุติลงเพราะ เจ้าหน้าที่อุทยานฯ และชาวกะหร่าง หันหน้ามาพูดคุย และวางกฎกติการ่วมกัน
“ผมเข้าไปขอโทษพวกเขา ให้ผมกราบ ผมก็ยอม ขอร้องอย่างเดียว อย่าบุกรุกป่า ในบางเรื่องเราอาจไม่เข้าใจชาวบ้านถ่องแท้เท่าไหร่ และใช้กฎระเบียบที่หนักเกินไป ผมพูดคุยกับชาวบ้าน บอกว่าสิ่งที่ผ่านมาขอให้จบ วันนี้ทุกอย่างที่บ้านโป่งลึก-บางกลอย กำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น ชาวบ้านมีที่ดินทำกิน เจ้าหน้าที่มีแนวร่วมในการพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ” หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กล่าวทิ้งท้าย
“บ้านโป่งลึก-บางกลอย" ถือเป็นอีกหนึ่งชุมชนต้นแบบ ที่พลิกผืนดิน ชุบชีวิต โดยใช้ ศาสตร์ของพระราชา และสลายความขัดแย้ง จากการเปิดโต๊ะเจรจาโดยสันติวิธี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี