537.jpg
บันทึกแห่งชีวิต "เดวิด เบ๊คแฮม"

บันทึกแห่งชีวิต "เดวิด เบ๊คแฮม"

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2556, 06.00 น.
Tag :

 

ในที่สุดก็ถึงวันต้องอำลา นักเตะว่าที่ต้องบอกว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณขอ 3 คำ ต้องได้คำนี้ที่ว่า.....”เก่งและหล่อ”!!!


            เดวิด เบ๊คแฮม ดาวเตะอดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ ที่ว่ากันว่า ยิงฟรีคิกได้แม่นยำที่สุดจากระยะ 25-30 หลา และเปิดบอลได้เด็ดขาดที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ รวมถึงเป็นนักเตะที่ดังที่สุดโดยเฉพาะเรื่องราวของเขานอกสนาม ที่ขยับไปทางไหนก็เป็นข่าว

ชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก กับ แมนฯยูไนเต็ด 6 สมัย

            ที่สำคัญเขาคือ สัญลักษณ์แห่งวงการฟุตบอลในยุคมิลเลนเนี่ยม

            วันนี้เรานำเรื่องราวของเขามาร้อยเรียงเพื่อเป็นการอำลาสุดยอดนักเตะอีกคนที่รีไทร์ต่อจาก อาจารย์ของเขาอย่าง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เพียงสัปดาห์เดียวเท่านั้น!

1975: เกิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 1975 ที่ เลย์ตันสโตน

เกิดที่โรงพยาบาล วิปป์ส ครอสส์ 

1991: เข้าร่วมฝึกหัดที่สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

1992: แจ้งเกิดด้วยการพาทีมเอาชนะไบร์ทตันในศึก ยูธ เอฟเอ คัพ

1993: เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

1995: ถูกแมนฯ ยูไนเต็ด ปล่อยให้ เปรสตัน นอร์ธเอนด์ ยืมตัวโดยเขาลงเล่นไปทั้งหมด 5 เกม และสามารถทำได้ 2 ประตู โดยเล่นร่วมกับ เดวิด มอยส์ ที่กำลังจะมาเป็นกุนซือแมนฯยูอีกด้วย

1996: กลับมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด และมีส่วนพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ เอฟเอ คัพ ทั้งยังยิงประตูสร้างชื่อจากครึ่งสนามในเกมที่พบกับ วิมเบิลดัน และลงเล่นทีมชาติอังกฤษครั้งแรกด้วยการเอาชนะ มอลโดวา 3-0

1997: ได้รับรางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยื่ยมของ“พีเอฟเอ”

ครอบครัวอันสุดแสนจะอบอุ่นกับ วิคตอเรีย และลูกอีก 4 คน

1998: พาทีมชาติอังกฤษลงเล่นในศึกฟุตบอลโลก “ฟร๊องซ์ 98” ด้วยลูกยิงฟรีคิกสุดสวยในเกมที่พบกับ โคลอมเบีย ในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนจะถูกไล่ออกในเกมที่พบกับอาร์เจนติน่าและแพ้การดวลจุดโทษในช่วงต่อเวลา

1999: พา แมนฯยูไนเต็ด คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ ทั้ง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, เอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยการล้มบาเยิร์น มิวนิค ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ และพลาดรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี หรือ “บัลลงดอร์” เมื่อเขาได้อันดับเป็นรองเพียง ริวัลโด้ จากบราซิล คนเดียวเท่านั้น2000: คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก กับ แมนฯยูไนเต็ด พาทีมชาติอังกฤษลุยศึก ยูโร 2000 ที่ประเทศเบลเยี่ยมและเนเธอร์แลนด์ แต่ตกรอบแรก ต่อจากนั้น ปีเตอร์ เทย์เลอร์ ซึ่งเป็นกุนซือรักษาการณ์ทีมชาติอังกฤษได้แต่งตั้งเขาให้สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีม ในเกมกระชับมิตรที่พบกับทีมชาติอิตาลี

2001: คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ยิงฟรีคิกในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่พบกับทีมชาติกรีซ ในช่วงทดเจ็บพาทีมไปบอลโลก

2002: 11 พฤษภาคม ต่อสัญญาใหม่กับต้นสังกัดเป็นเวลา 3 ปีพร้อมรับค่าเหนื่อย 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ จากนั้น พาทีมชาติอังกฤษลงลุยศึกฟุตบอลโลก 2002 โดยเขาเป็นผู้ยิงจุดโทษในเกมที่เฉือนเอาชนะอาร์เจนติน่า 1-0 ก่อนจะตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยการพ่ายต่อ บราซิล 2-1

รับตำแหน่งกัปตันทีมชาติอังกฤษ จาก ปีเตอร์ เทย์เลอร์

2003: ในเดือน มีนาคม มีปัญหากับกุนซือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่เตะสตั๊ดใส่คิ้วของเขาหลังจบเกม เอฟเอคัพ ที่พบกับ อาร์เซน่อล

14 มิถุนายน เขาได้รางวัลพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้น OBE และ 3 วันต่อมา เขาถูกขายให้กับ เรอัล มาดริด ด้วยราคา 25 ล้านปอนด์ โดยเป็นหนึ่งในนักเตะกาลาติกอส ปิดตำนานกับยูไนเต็ด ด้วยการได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 สมัย, แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย, แชมป์สโมสรโลก 1 สมัย

2004: 24 มิถุนายน เขาพลาดจุดโทษในเกมยูโร 2004 ทำให้พ่ายต่อทีมชาติโปรตุเกส  ตกรอบไปแบบน่าเจ็บใจ

คนรู้จัก เบ๊คแฮม ทั้งโลกในเกมโดนไล่ออกบอลโลก 98

2005: ลงเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษครบ 50 นัด ในเกมที่กระชับมิตรที่พบกับ ทีมชาติอาร์เจนติน่าที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

2006: พาทีมชาติอังกฤษลุยศึกฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมัน โดยเขาสามารถทำประตูด้วยการยิงฟรีคิกในเกมที่พบกับทีมชาติเอกวาดอร์

2007: 11 มกราคม เบ็คแฮม ประกาศว่าเขาจะย้ายออกมาจาก เรอัล มาดริด เพื่อย้ายไปค้าแข้งกับ แอลเอ แกแล๊คซี่ ในสหรัฐอเมริกา หลังจบฤดูกาล โดยเขาสามารถคว้าแชมป์ ลาลีกา สเปน ทิ้งท้ายก่อนย้ายไปเล่นในอเมริกา

2008: ลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษครบ 100 นัด ในเกมกระชับมิตรที่พบกับทีมชาติฝรั่งเศส

สมัยเล่นให้ วิลแธ่ม ฟอเรสต์ ปี 1989

2009: ในช่วงเดือนมกราคม เบ็คแฮม ตัดสินใจย้ายมาเล่นกับ เอซี มิลาน ด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล

2010: เขากลับมาที่ มิลาน ด้วยสัญญายืมตัวอีกครั้ง แต่ได้รับบาดเจ็บเอ็นร้อยหวายทำให้หมดสิทธิ์รับใช้ทีมชาติอังกฤษทำศึกฟุตบอลโลก 2010 ต่อมา 11 สิงหาคม ฟาบิโอ คาเปลโล่ ซึ่งเป็นกุนซือทีมชาติอังกฤษในเวลานั้นประกาศจะไม่เรียกเขากลับมาติดทีมชาติอีกต่อไป

2011: คว้าแชมป์บอลถ้วยกับ แอลเอ กาแล๊คซี่ ด้วยการเอาชนะ ฮุสตัน ไดนาโม ในรอบชิงชนะเลิศ 1-0 จากนั้น 31 ธันวาคม หมดสัญญากับ แอลเอ แกแล๊คซี่

คว้าแชมป์มิลค์คัพ ที่ไอร์แลนด์เหนือ กับ แมนฯยูฯ ตอนอายุ 16

2012: ต่อสัญญากับแอลเอ แกแล๊คซี่ ไปอีก 1 ปี จากนั้น 28 มิถุนายน เขาพลาดติดทีมสหราชอาณาจักร(ทีม จีบี) ไปเล่นโอลิมปิก 16 พฤศจิกายน ใกล้หมดสัญญากับ แอลเอ แกแล๊คซี่ เขาได้รับการทาบทามจากหลายทีม แต่สุดท้ายก็เลือกย้ายไปเล่นให้กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ก่อนยุติสัญญากับทีมดังสหรัฐ ด้วยการเป็นแชมป์ MLS คัพ 2 สมัย และMLS ซัพพอร์ตเตอร์ส ชิลด์ 2 สมัย

คลาส ออฟ 92 นาทีปัจจุบันเหลือแค่ ไรอัน กิ๊กส์ เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังเล่นอยู่

2013: 31 มกราคม ตัดสินใจย้ายไปเล่นให้กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลีกเอิง ฝรั่งเศสด้วยสัญญาจนจบฤดูกาล แถมไม่ขอรับเงินค่าเหนื่อยด้วย เพื่ออุทิศให้กับมูลนิธิช่วยเหลือเด็กยากไร้ในกรุงปารีส ต่อมา 24 กุมภาพันธ์ ลงประเดิมสนามในฐานะตัวสำรองในเกมที่พบกับโอลิมปิก มาร์กเซย จากนั้นวันที่ 2 เมษายน เขาลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายที่พบกับ บาร์เซโลน่า และถัดมาเขากลายเป็นนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษคนแรกที่สามารถคว้าแชมป์กับ 4 ประเทศ

16 พฤษภาคม ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพอย่างเป็นทางการ ปิดตำนานความสุดยอด!

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top