533.jpg
‘CK’ตั้งเป้ารายได้35,000ล้าน มั่นใจคว้างานภาครัฐ25%จากมูลค่าประมูล

‘CK’ตั้งเป้ารายได้35,000ล้าน มั่นใจคว้างานภาครัฐ25%จากมูลค่าประมูล

วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2558, 06.00 น.
Tag :

นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK เปิดเผยว่า หลังจากบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP ซื้อหุ้นของบริษัทไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด หรือ XPCL แล้วจากนี้ไปได้เตรียมการก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลัก คาดว่าไม่น่าเกิน 4 ปีจะเสร็จเรียบร้อย และเริ่มดำเนินการผลิตพร้อมขายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้เร็วกว่ากำหนด 5-6 เดือน 

สำหรับด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารของปี 2558 นี้ลดลงมาประมาณ 10% จากปี 2557 อยู่ที่ 1,400 ล้านบาทหลังบริษัทได้ขายเครื่องจักรเก่าออกไป สามารถช่วยลดค่าเสื่อมและค่าซ่อมแซมต่างๆ ขณะที่กำไรจากเงินลงทุนทั้งหมดในปี 2558 นี้ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทร่วมหรือบริษัทย่อยก็จะดีขึ้นจากปี 2557 แต่ยังไม่สามารถคำนวณได้ชัดเจน ในเบื้องต้นคาดว่าน่าจะมีกำไรจากเงินลงทุนดังกล่าวเข้ามาในปี 2558 ประมาณ 20% ของกำไรสุทธิ จากปี 2557 อยู่ที่ประมาณ 15-20%


ส่วนผลประกอบการไตรมาส 1/2558 คาดว่ารายได้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 7,000-8,000 ล้านบาท กำไรก็จะเติบโตตามปกติ ซึ่งกำไรจะค่อนข้างไปโดดเด่นในไตรมาสที่ 2 มากกว่า เนื่องจากเป็นไตรมาสที่บันทึกกำไรจากการขายหุ้น XPCL ให้กับ CKP เข้ามาประมาณพันกว่าล้านบาท

ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือรอส่งมอบประมาณ 100,000 ล้านบาท และคาดว่าจะรับรู้รายได้เข้ามาในปี 2558 ประมาณ 32,000-35,000 ล้านบาท ซึ่งก็จะช่วยทำให้รายได้รวมเป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้นอกจากนี้ งานใหม่ๆ ก็จะเพิ่มเข้ามาทั้งปี 2558 และปี 2559 ส่งผลทำให้รายได้ของบริษัทเติบโตมากยิ่งขึ้นในปีต่อๆ ไป ในขณะที่งานประมูลใหม่ๆ จากภาครัฐที่จะออกมาภายในปี 2558 คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 100,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทหวังที่จะได้งานรับเหมาก่อสร้าง 20-25% ของมูลค่าดังกล่าว เช่น รถไฟฟ้าสายสีส้ม สายสีชมพู รถไฟทางคู่ และมอเตอร์เวย์ เป็นต้น

นายประเสริฐ มริตตนะพร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่มงานบริหาร บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK กล่าวว่า ในปี 2558 นี้ บริษัทคาดการณ์รายได้รวมไว้ที่ประมาณ 35,000 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นที่ประมาณ 9-10% ใกล้เคียงกับปี 2557 โดยคาดว่าในส่วนของกำไรสุทธิจะดีขึ้นกว่าปี 2557 ที่ทำได้ 2,296 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทจะมีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) เข้ามาประมาณพันกว่าล้านบาท

สำหรับความคืบหน้าการควบรวมกิจการบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BECL กับบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BMCL นั้น หลังการประชุมผู้ถือหุ้นของทั้ง 2 บริษัท มีมติอนุมัติการควบรวมไปแล้วเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2558 จะทำให้บริษัทใหม่ที่เกิดขึ้นภายหลังการควบรวมเป็นผู้ให้บริการระบบขนส่งมวลชนแบบครบวงจร กระบวนการหลังจากนี้ก็จะต้องไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่กับกระทรวงพาณิชย์ คาดว่าน่าจะนำบริษัทดังกล่าวเข้าร่วมซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (SET) ได้ในเดือนสิงหาคม 2558

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top