วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569
นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK เปิดเผยว่า หลังจากบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP ซื้อหุ้นของบริษัทไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด หรือ XPCL แล้วจากนี้ไปได้เตรียมการก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลัก คาดว่าไม่น่าเกิน 4 ปีจะเสร็จเรียบร้อย และเริ่มดำเนินการผลิตพร้อมขายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้เร็วกว่ากำหนด 5-6 เดือน
สำหรับด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารของปี 2558 นี้ลดลงมาประมาณ 10% จากปี 2557 อยู่ที่ 1,400 ล้านบาทหลังบริษัทได้ขายเครื่องจักรเก่าออกไป สามารถช่วยลดค่าเสื่อมและค่าซ่อมแซมต่างๆ ขณะที่กำไรจากเงินลงทุนทั้งหมดในปี 2558 นี้ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทร่วมหรือบริษัทย่อยก็จะดีขึ้นจากปี 2557 แต่ยังไม่สามารถคำนวณได้ชัดเจน ในเบื้องต้นคาดว่าน่าจะมีกำไรจากเงินลงทุนดังกล่าวเข้ามาในปี 2558 ประมาณ 20% ของกำไรสุทธิ จากปี 2557 อยู่ที่ประมาณ 15-20%
ส่วนผลประกอบการไตรมาส 1/2558 คาดว่ารายได้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 7,000-8,000 ล้านบาท กำไรก็จะเติบโตตามปกติ ซึ่งกำไรจะค่อนข้างไปโดดเด่นในไตรมาสที่ 2 มากกว่า เนื่องจากเป็นไตรมาสที่บันทึกกำไรจากการขายหุ้น XPCL ให้กับ CKP เข้ามาประมาณพันกว่าล้านบาท
ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือรอส่งมอบประมาณ 100,000 ล้านบาท และคาดว่าจะรับรู้รายได้เข้ามาในปี 2558 ประมาณ 32,000-35,000 ล้านบาท ซึ่งก็จะช่วยทำให้รายได้รวมเป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้นอกจากนี้ งานใหม่ๆ ก็จะเพิ่มเข้ามาทั้งปี 2558 และปี 2559 ส่งผลทำให้รายได้ของบริษัทเติบโตมากยิ่งขึ้นในปีต่อๆ ไป ในขณะที่งานประมูลใหม่ๆ จากภาครัฐที่จะออกมาภายในปี 2558 คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 100,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทหวังที่จะได้งานรับเหมาก่อสร้าง 20-25% ของมูลค่าดังกล่าว เช่น รถไฟฟ้าสายสีส้ม สายสีชมพู รถไฟทางคู่ และมอเตอร์เวย์ เป็นต้น
นายประเสริฐ มริตตนะพร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่มงานบริหาร บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK กล่าวว่า ในปี 2558 นี้ บริษัทคาดการณ์รายได้รวมไว้ที่ประมาณ 35,000 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นที่ประมาณ 9-10% ใกล้เคียงกับปี 2557 โดยคาดว่าในส่วนของกำไรสุทธิจะดีขึ้นกว่าปี 2557 ที่ทำได้ 2,296 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทจะมีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) เข้ามาประมาณพันกว่าล้านบาท
สำหรับความคืบหน้าการควบรวมกิจการบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BECL กับบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BMCL นั้น หลังการประชุมผู้ถือหุ้นของทั้ง 2 บริษัท มีมติอนุมัติการควบรวมไปแล้วเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2558 จะทำให้บริษัทใหม่ที่เกิดขึ้นภายหลังการควบรวมเป็นผู้ให้บริการระบบขนส่งมวลชนแบบครบวงจร กระบวนการหลังจากนี้ก็จะต้องไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่กับกระทรวงพาณิชย์ คาดว่าน่าจะนำบริษัทดังกล่าวเข้าร่วมซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (SET) ได้ในเดือนสิงหาคม 2558
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี