533.jpg
ด่วน! 5G กวนจานดำ กสทช. แนะตัดสินใจให้ดีก่อนเปลี่ยนหัวรับสัญญาณดาวเทียม

ด่วน! 5G กวนจานดำ กสทช. แนะตัดสินใจให้ดีก่อนเปลี่ยนหัวรับสัญญาณดาวเทียม

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 02.00 น.

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ระบุว่า ในช่วงนี้มีการร้องเรียนเรื่องการตั้งเสาสัญญาณ 5G รบกวนจานดำ จนทำให้ดูโทรทัศน์ดาวเทียมตามปกติไม่ได้ ล่าสุดมีผู้ที่พักอาศัยแถวสุขุมวิทร้องเรียนมาที่ กสทช. โดยแจ้งว่าช่างติดตั้งจานดาวเทียมได้ไปดูแล้วยืนยันว่าเป็นการรบกวนจากเสาสัญญาณ 5G ที่เพิ่งติดตั้งใหม่ในบริเวณนั้น และช่างยังบอกด้วยว่าพบปัญหานี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

นายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ เปิดเผยว่า จากการสอบถามสำนักงาน กสทช. ได้ข้อมูลว่า ในต่างจังหวัดก็เริ่มมีการร้องเรียนในประเด็นนี้เข้ามาเช่นกัน ในส่วนการรบกวนนั้น กสทช. ยังไม่ได้จัดสรรคลื่น 3500 เมกะเฮิรตซ์ (MHz ) หรือ 3.5 GHz สำหรับให้บริการ 5G เพราะต้องรอให้สัมปทานไทยคมสิ้นสุดลงในปี 2564 ก่อน จึงไม่ใช่การรบกวนจากการใช้งานคลื่นความถี่ย่านเดียวกับจานดำ แต่น่าจะเกิดจากการรบกวนโดยคลื่นย่านอื่นที่ใกล้เคียงกัน และ กสทช. เพิ่งจัดสรรคลื่น 2600 MHz หรือ 2.6 GHzสำหรับบริการ 5G จึงเป็นไปได้ว่า เสา 5G ที่ร้องเรียนคือเสา 2600 MHz


ทั้งนี้ในทางเทคนิคแล้วการรบกวนข้ามย่านความถี่อาจเกิดจากการที่เสาสัญญาณหลายแหล่งซึ่งแม้จะปล่อยสัญญาณ 2600 MHz เป็นความถี่หลัก แต่อาจมีคลื่นความถี่คู่ควบ (Harmonics) ออกมาด้วย ซึ่งสัญญาณจากหลายแหล่งกำเนิดอาจผสมกัน (Intermodulation) ทำให้เป็นคลื่นความถี่ใหม่ไปรบกวนจานดำ 

อย่างไรก็ตามหากเป็นกรณีนี้ต้องปรับปรุงการส่งสัญญาณเพื่อลดการผสมคลื่นจนเป็นคลื่นรบกวน หรืออีกกรณีหนึ่งอาจเกิดจากหัวรับสัญญาณดาวเทียม (LNB) เป็นรุ่นเก่า ซึ่งมีย่านการรับสัญญาณครอบคลุมคลื่น 2600 MHzด้วย เมื่อตั้งเสา 5G แล้ว ก็จะทำให้คลื่น 2600 MHzซึ่งส่งด้วยความแรงกว่าสัญญาณดาวเทียมนับพันเท่าไปรบกวนจานดำได้ ในกรณีนี้ต้องเปลี่ยน LNBให้เป็นรุ่นใหม่ที่รับเฉพาะสัญญาณ C-band เท่านั้น

“ในเบื้องต้นได้มีการตรวจวัดคลื่นที่สุขุมวิทแล้ว โดยทางสำนักงานได้เชิญผู้ประกอบการ 5G และผู้ประกอบการจานดาวเทียมไปร่วมตรวจสอบด้วย พบว่าเป็นกรณีที่ LNB ที่ใช้งานมาเป็น 10 ปี รับสัญญาณ 2600 MHz ได้ด้วย เมื่อเปลี่ยน LNBรุ่นใหม่แล้วก็สามารถรับชมรายการได้ตามปกติ” นายประวิทย์กล่าว

นอกจากนี้ปัญหาที่ผู้รับชมโทรทัศน์ดาวเทียมกำลังประสบก็คือ เมื่อต้นปีต้องเปลี่ยนหัวรับสัญญาณดาวเทียมหรือเปลี่ยน LNB จากการที่ดาวเทียมไทยคม 5 ใช้งานไม่ได้ไปแล้ว และปัจจุบันอาจต้องเปลี่ยน LNBเพื่อไม่ให้รับสัญญาณ 2600 MHz ซึ่งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าหากมีการจัดสรรคลื่น C-band ไปให้บริการ 5G ก็จะต้องเปลี่ยน LNB ที่ตัดสัญญาณ 5G อีกเพราะเป็นความถี่ที่ติดกับคลื่นโทรทัศน์ดาวเทียมโดยตรง ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องผู้เกี่ยวข้องวางแผนการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบล่วงหน้า และในการแนะนำเปลี่ยนอุปกรณ์ก็ต้องให้ข้อมูลที่รอบด้านว่าเป็นการแก้ปัญหาในลักษณะใดเพราะไม่เช่นนั้นแล้วจะทำให้ผู้รับชมโทรทัศน์ดาวเทียมต้องประสบปัญหาการรับชมและปัญหาค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทุกปี ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค 

ขณะเดียวกันสำนักงาน กสทช. ก็ต้องเร่งดำเนินการติดตามผลการทดสอบการรบกวนระหว่าง 5G กับโทรทัศน์ดาวเทียม และเตรียมมาตรการรองรับต่างๆ ทั้งนี้รวมถึงการดูแลให้ผู้ให้บริการให้ข้อมูลเกี่ยวกับขอบเขตการรับ/กรองคลื่นความถี่ของหัวรับสัญญาณ LNB รวมทั้งควรเตรียมกำหนดแนวทางแก้ไขป้องกันปัญหาและเยียวยาประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพด้วย

“ถ้าประชาชนคนไหนที่ประสบเหตุการตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์แล้วรบกวนจานดาวเทียม อยากให้ร้องเรียนเข้ามาที่สำนักงาน กสทช. สายด่วน 1200 เพื่อสำนักงาน กสทช. จะได้ส่งทีมไปตรวจวัดคลื่นและหาสาเหตุรวมทั้งหาแนวทางแก้ไขการรบกวนต่อไป ส่วนใครที่กำลังตัดสินใจจะเปลี่ยนหัวรับสัญญาณดาวเทียม ก็ต้องสอบถามผู้จำหน่ายให้แน่ชัดว่าหัวรับสัญญาณดาวเทียมนั้นเป็นรุ่นใด สามารถรับคลื่นความถี่ย่านใดได้บ้าง หรือสามารถตัดหรือกรองคลื่นในย่าน 2600 MHz และในย่าน 3500 MHz ได้หรือไม่ เพื่อไม่ต้องเสียรู้แถมเสียเงินที่ต้องเปลี่ยนหัวรับสัญญาณใหม่ไปเรื่อยๆ ในอนาคต” นายแพทย์ประวิทย์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top