วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
คืนนี้...ไปเที่ยววัดกันมั้ย? ใครได้ยินคำถามนี้คงคิดไปถึงเทศกาลงานบุญงานวัดต่าง ๆ แต่วันนี้อยากจะชวนทุกคนไปเปิดมุมมองการท่องเที่ยววัดยามค่ำคืนแนวใหม่กับ “เชียงใหม่ Light Up” ด้วยการออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่างที่ทำให้วัดสว่างไสว สวยงาม เกิดมุมมองและมิติใหม่ ๆ ที่แตกต่างไปจากเดิมเพื่อต้อนรับการกลับมาของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติหลังวิกฤตโควิด-19

เชียงใหม่ เมืองท่องเที่ยวสำคัญที่เป็นจุดหมายปลายทางของใครหลาย ๆ คน เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งธรรมชาติประเพณี วัฒนธรรม รวมถึงศาสนสถานมากมายซึ่ง 1 ในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ คือ ถนนคนเดินท่าแพที่จัดขึ้นทุกวันอาทิตย์ เริ่มตั้งแต่ประตูท่าแพ ทอดยาวออกไปทางถนนราชดำเนินจนถึงวัดพระสิงห์ แหล่งรวมร้านค้าขายสินค้าและอาหารพื้นเมืองตลอดสองข้างทางของถนนคนเดิน แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าบนถนนที่แสนจะคึกคักยามค่ำคืนสายนี้จะเต็มไปด้วยวัดสำคัญ ๆ ที่มีความสวยงามอันทรงคุณค่าหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจึงได้ร่วมมือกันยกระดับ 7 วัดบนถนนสายนี้ด้วยการติดตั้งไฟ LED ส่องสว่างให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมยามค่ำคืนที่สวยงาม จะสวยงามมากแค่ไหนตามไปดูกัน...
7 วัดนำร่องสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมยามค่ำคืน
เมื่อเราก้าวเข้าสู่ถนนคนเดินท่าแพ สายตาจะปะทะกับร้านค้ามากมายตลอดสองข้างทาง ทั้งนักท่องเที่ยวและบรรยากาศคึกคักที่หายไปเกือบสองปีกลับมามีชีวิตอีกครั้งด้านขวามือเราจะพบกับ “วัดหมื่นล้าน”เมื่อได้ลองเดินเข้าไปภายในวัด นอกจากจะตื่นตาตื่นใจกับร้านรวงมากมายแล้ว ก็ต้องตกตะลึงกับความสวยงามสว่างไสวของเจดีย์และลวดลายหน้าบันของวิหาร ศิลปะแบบพม่าสะท้อนแสงไฟจาก LED จนอดใจไม่ได้ที่จะต้องหยิบมือถือขึ้นมาเก็บภาพตรงหน้าภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย วัชราสน์ (ขัดสมาธิเพชร) อายุเก่าแก่กว่า 100 ปีผู้คนหลั่งไหลมากราบไหว้ด้วยแรงศรัทธาและหวังร่ำรวยเหมือนชื่อวัดเดินต่อไปฝั่งตรงข้ามบรรยากาศคึกคักยิ่งหย่อนไม่แพ้กันกับ “วัดพันอ้น”ร้านค้ามากมายเปิดรายล้อมเจดีย์สีทองเหลืองอร่ามทรงแปดเหลี่ยมซึ่งภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลองเจดีย์สีทองส่องสว่างด้วยไฟLED เผยให้เห็นรอยยิ้มแห่งความหวังของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าและความสุขใจของนักท่องเที่ยว เดินต่อไปอีกนิดจะถึง “วัดสำเภา”แสงไฟส่องสว่างให้เห็นวิหารศิลปะล้านนาอย่างเด่นชัด ตัวอาคารตั้งอยู่บนฐานยกสูง หลังคาซ้อนกันสามชั้น หน้าบันตลอดจนตัวเสาประดับด้วยลายปูนปั้นเป็นรูปเทวดา ลายพรรณพฤกษาและสัตว์ต่าง ๆ บันไดทางขึ้นเป็นมกรคายนาค ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยงดงามสะกดสายตา

เดินเล่นชิม ช้อปของพื้นเมืองไปเรื่อย ๆ แล้วเลี้ยวซ้ายไปถึง “วัดพันเตา”ชมวิหารหอคำไม้สัก ภายในประดิษฐานพระเจ้าปันเต้า (พันเท่า) เป็นที่เคารพนับถือของชาวเชียงใหม่ ด้วยมีความหมายอันเป็นมงคลว่า "มีความสำเร็จเพิ่มพูนเป็นร้อยเท่าพันเท่า" ด้านหลังวิหารหอคำ คือ เจดีย์ทรงระฆังบนฐานแปดเหลี่ยมรายล้อมด้วยเหล่าเจดีย์สีทองส่องสว่าง เมื่อเดินต่อมาตามถนนราชดำเนินที่เต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย จะพบกับ “วัดชัยพระเกียรติ”ด้วยแสงไฟที่ส่องสว่างพระวิหารเผยให้เห็นหน้าบันประดับด้วยลายปูนปั้นพรรณพฤกษาสีทองบนพื้นกระจกสีน้ำเงิน กลางหน้าบันเป็นรูปเทพพนม บันไดมีสิงห์ปูนปั้นสองตัวตั้งไว้เป็นทวารบาล ภายในประดิษฐาน “พระพุทธรูปเมืองราย” ที่มีความเชื่อกันว่าผู้ใดมาสักการะกราบไหว้จะรอดพ้นจากภัยอันตรายต่างๆ และมีชัยในสิ่งที่หวัง

แม้จะเกือบสุดเส้นถนนคนเดินที่ระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ร้านค้าและนักท่องเที่ยวก็ไม่ได้ลดน้อยลงยังคงคึกคักและสว่างไสวไปตลอดเส้นทางโดยเฉพาะภายใน “วัดทุงยู” ที่เราจะได้เห็นอุโบสถศิลปะล้านนา สร้างด้วยคอนกรีตหินอ่อนลงรักปิดทอง เครื่องบนมีช่อฟ้าใบระกา ทาด้วยไม้สักปิดทองที่ได้รับการบูรณะใหม่ เสียงลือว่าหลวงพี่ที่วัดแห่งนี้ดูดวงแม่นยำนัก คงต้องลองไปสักครั้งและสุดถนนคนเดินยังมี “วัดศรีเกิด” ที่ภายในวัดคราคร่ำไปด้วยร้านค้าและผู้คนมากมายที่เข้าไปเลือกซื้อสินค้าและชมความงามของพระวิหารภายในประดิษฐานพระเจ้าแข้งคมเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ ขัดสมาธิราบ หล่อขึ้นจากสัมฤทธิ์ลงรักปิดทอง ในวัดมีต้นศรีมหาโพธิ์ พันธุ์มาจากต้นโพธิ์ที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าที่ประเทศอินเดีย เป็นที่เคารพบูชาของศาสนิกชนจำนวนมาก

เที่ยววัดปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้พบกับความสวยงามยามค่ำคืนของทั้ง 7 วัดบนเส้นทางถนนคนเดินท่าแพแล้ว ไฟฟ้าส่องสว่างดังกล่าวยังช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยภายในวัดอีกด้วย ด้วยการติดตั้ง LED 3 ประเภทที่เป็นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ คือ LED Floodlight, LED Street-Light และ Solar LED Street-Light รวม 106 โคม โดยสามารถเปิด-ปิดไฟผ่าน Mobile Applicationลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้กว่า 57,800 หน่วยต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ได้ถึง 30 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี


เจ้าอาวาสวัดทุงยู พระครูสมุห์ บุญเรือง โชติบุญโญ เปิดไฟผ่าน Mobile Application
“ไม่เคยเที่ยววัดกลางคืนมาก่อน พอเข้ามาเห็นแล้วสวยงาม แปลกตามาก ทำให้อยากมาเที่ยว เพราะรู้สึกปลอดภัย ไม่น่ากลัวเหมือนวัดทั่วไป”นักท่องเที่ยวได้บอกกับเรา

“เชียงใหม่ Light Up” เป็นโครงการที่ กฟผ. ร่วมกับพันธมิตร มุ่งพัฒนาวัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในระดับสากล ส่งเสริม ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และสร้างความปลอดภัยภายในวัดด้วยไฟส่องสว่างสวยงามยามค่ำคืนโดยติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่างประสิทธิภาพสูง นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมความงดงามยามค่ำคืนของวัดทั้ง 7 ได้ทุกวันอาทิตย์ และวันสำคัญทางศาสนาตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไปลองมาเที่ยววัดกลางคืนพร้อมเช็คอินถ่ายรูปสวย ๆ ที่ไม่วังเวงอีกต่อไป…
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี