533.jpg
แก้กม.ปลดล็อกสุราชุมชน  ส่งออกตีตลาดโลกสร้างรายได้เพิ่ม

แก้กม.ปลดล็อกสุราชุมชน ส่งออกตีตลาดโลกสร้างรายได้เพิ่ม

วันพุธ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ กล่าวในเวทีสัมมนา “สุราชุมชน โกอินเตอร์”ว่า หลังจากปี 2563 มีประชาชนเริ่มมาทำสุราชุมชนมากขึ้น จากเดิมที่ประเทศไทยสามารถทำสุราได้อยู่แล้ว เช่น สาโท เหล้าอุ ซึ่งได้รับรางวัลมากมายจากการผลิต ขณะที่ต่างชาติก็มีสุราชุมชน เช่น จีนมีเหมาไถ ญี่ปุ่นมีสาเก เกาหลีใต้มีโซจูซึ่งได้รับความนิยมกันทั่วโลก ดังนั้นรัฐบาลจึงมีการพิจารณากฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อสนับสนุนให้มีการผลักดันสุราชุมชนมีโอกาสทางเศรษฐกิจ และสร้างการรู้จักมากยิ่งขึ้น

นายสุทธิกร กิ่งแก้ว ผู้บริหารโครงการวิจัยสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ความท้าทายของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะนี้ คือ การทำธุรกิจในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว กฎระเบียบในการจัดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่สมเหตุสมผล อาทิ การกำหนดเวลาขายไม่สมเหตุสมผล และยังห้ามในวันสำคัญทางศาสนา ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นประเด็นสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ


“ในมุมนักท่องเที่ยวต่างชาติ ระบุว่า ตนเป็นผู้ดื่มอย่างมีความรับผิดชอบและการได้ดื่มจะช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดี เมื่อได้ดื่มอย่างปกติ และเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม ดังนั้นไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเครื่อง ดื่มแอลกอฮอล์เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมของนักท่องเที่ยว ขณะที่กฎหมายการโฆษณา ก็เป็นประเด็นสำคัญเช่นกัน เพราะกฎหมายที่ไม่ชัดเจน นำไปสู่การเปิดให้ทางเจ้าหน้าที่บางรายใช้เรียกสินบนจากผู้ประกอบการ” นายสุทธิการกล่าว

นายสุทธิการ กล่าวว่า การปรับลดภาษีอย่างเหมาะสมจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม และเกิดซอฟต์พาวเวอร์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดย เฉพาะเครื่องดื่มแบบค็อกเทลที่ในแต่ละร้าน มีสูตรและส่วนผสมค็อกเทลที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จะช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวพร้อมทั้งเกิดการหมุนเวียนรายได้ภายในประเทศ และการจ้างงาน ตามลำดับ

นายเก่งการ เหล่าวิโรจนกุล ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ดิอาจิโอโมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในฐานะผู้นําเข้าและจัดจําหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากต่างประเทศมีข้อเสนอในการร่วมผลักดันให้อุตสาหกรรมสุราไทยเติบโตมากขึ้นดังนี้ 1.ออกกฎหมายที่เอื้ออำนวยกับการให้รายย่อยผลิตสุราได้ 2.กฎหมายที่เอื้อต่อการขาย ทั้งการปลดล็อกกำหนดเวลาการจำหน่าย และการโฆษณา และ 3.ความร่วมมือ และการพัฒนาให้สุราไทยโกอินเตอร์ได้

ทั้งนี้ ดิอาจิโอ สามารถสนับสนุนอุตสาหกรรมสุราพื้นบ้านไทยได้โดยการพัฒนาสถานที่ผลิตให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว อาทิ สกอตแลนด์ มี Johnnie Walker Princes Street เป็นต้น ขณะที่ในด้านการตลาดหากรัฐบาลได้เจรจาความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA กับยุโรปและอังกฤษ รวมทั้งนำภาษีบรรจุไปในสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีจะเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยไปเปิดตลาดในยุโรปได้ แต่ในระยะอันใกล้นี้ จากที่มีไทยเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ AFTA ก็ลองส่งออกไป 10 ประเทศ เพื่อนบ้านก่อนก็ได้

นางสาวประภาวี เหมทัศน์ กรรมการบริหาร บริษัท กรุ๊ปบี และเลขาธิการสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจคราฟเบียร์ กล่าวว่า ช่วงปี 2 ปีที่ผ่านมา มีผู้ให้ความสนใจอยากนำเหล้าสุราชุมชน หรือ คราฟเบียร์ ส่งออกไปขายต่างประเทศจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา หรือยุโรปก็มี ซึ่งแปลว่า สินค้าไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารเป็นที่ต้องการของตลาดโลก และคิดว่า เครื่องดื่มไทย ก็มีโอกาสที่จะไปได้ไกลระดับโลกเช่นกัน

“แต่เป็นปัญหาคือ ผู้ผลิตเหล้าชุมชนนั้น คือรายย่อย ที่ไม่มีความเข้าใจหรือความรู้เรื่องการส่งออก สิ่งแรกคือต้องการให้ภาครัฐให้ช่วยเหลือให้เข้าแนะนำและสร้างความเข้าใจ ขณะที่ สมาคมจัดตั้งขึ้นเพื่อเข้าไปทำเรื่องกฎหมายที่ช่วยปลดล็อกคราฟเบียร์ รวมถึงสุราชุมชน โดยการเข้าไปนั่งคณะกรรมาธิการในการแก้กฎหมาย เนื่องจาก สมาชิกต่างมองเห็นว่า กฎหมายที่เป็นอุปสรรคหลัก ที่ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยไม่สามารถพัฒนาสินค้าและธุรกิจได้ ส่วนเรื่องของภาษีสรรพสามิตนั้น เป็นต้นทุนที่ทำให้ คราฟเบียร์ ราคาสูงจนคนไม่ค่อยกิน ดังนั้น เรื่องภาษีก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่สมาคมฯ พยายามจะเรียกร้องให้เกิดการแก้ไขต่อไป”นางสาวประภาวี กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top