วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า หลังจากที่กรมฯ ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้ประกอบการให้แก่วิสาหกิจชุมชนกับกรมส่งเสริมการเกษตร และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2567 โดยมีเป้าหมายจะพัฒนาศักยภาพการเป็นผู้ประกอบการให้แก่วิสาหกิจชุมชนร่วมกัน ทั้งในส่วนการใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการและการจัดทำบัญชี เสริมสร้างองค์ความรู้ด้านกลยุทธ์การบริหารจัดการธุรกิจ การตลาด และการสร้าง แบรนด์ฯ ซึ่งทั้ง 3 หน่วยงานได้ร่วมกันคัดเลือกวิสาหกิจชุมชนเป้าหมายที่จะลงพื้นที่ไปให้ความรู้เชิงลึกในการพัฒนา ศักยภาพอย่างเป็นรูปธรรมรวม 6 วิสาหกิจชุมชน ซึ่งได้ลงพื้นที่ไปครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ณ วิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์พืชผักสมุนไพรและผลไม้ อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน
สำหรับการลงพื้นที่ในวันนี้ (1 กรกฎาคม 2568) อธิบดีอรมน ได้มอบหมายให้ หม่อมหลวงภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นผู้แทนร่วมลงพื้นที่ ซึ่งการลงพื้นที่ในวันนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ของปี 2568 โดยได้เลือกวิสาหกิจชุมชนเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ตำบลลำไทร อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้เข้าร่วมและรับการสนับสนุนเป็นครั้งแรก ดังนั้นการทำงานในครั้งนี้จะเน้นให้องค์ความรู้แก่วิสาหกิจชุมชนในด้านการบัญชี การบริหารจัดการ และการตลาดออนไลน์ โดยมี หม่อมหลวงภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า, ดร.พีระพงษ์ กลิ่นละออ กรรมการผู้จัดการบริษัท 3 พี คอนซัลติ้ง จำกัด และผู้แทนจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ เพื่อให้วิสาหกิจชุมชนซึ่งเป็นผู้ประกอบการฐานรากนำเอาความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ของตนเองและสามารถปรับตัวรองรับการค้ายุคใหม่ได้อย่างชาญฉลาด
วิสาหกิจชุมชนเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ จังหวัดปทุมธานี มีจุดเริ่มต้นมาจากเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุกขายหน้าบ่อเพียงอย่างเดียว แต่ได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาสในช่วงที่ราคาปลาดุกตกต่ำ โดยนำมาแปรรูปด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน และต่อยอดพัฒนาจนผลิตภัณฑ์ทุกชนิดได้รับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสามารถสร้างรายได้จากการแปรรูปจำหน่ายได้เป็นเงินหลายแสนบาทต่อเดือน ซึ่งปัจจุบันกำลังวางแผนขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง
อธิบดีอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและหน่วยงานพันธมิตรหวังว่าโครงการพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้ประกอบการให้แก่วิสาหกิจชุมชนจะช่วยให้วิสาหกิจชุมชนมีระบบการบริหารจัดการงานหลังบ้านที่มีประสิทธิภาพด้วยการใช้เทคโนโลยีในการดำเนินธุรกิจ เช่น มีระบบการจัดทำบัญชีผ่าน Cloud accounting ขณะเดียวกันวิสาหกิจชุมชนก็สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยการสร้างเรื่องราวและแบรนด์ของตนเองให้โดดเด่น ตอบโจทย์และความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ นำไปสู่การเป็นผู้ประกอบการยุคใหม่ที่มี ขีดความสามารถในการแข่งขัน
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมส่งเสริมการเกษตร และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะจับมือกันอย่างเหนียวแน่นเพื่อเดินหน้าลงพื้นที่และส่งเสริมพัฒนาศักยภาพให้แก่วิสาหกิจชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนจะขยายผลลัพธ์ที่ได้จากโครงการนี้ไปยังวิสาหกิจชุมชนรายอื่น รวมถึงผู้ประกอบการและสถาบันการศึกษาในพื้นที่ต่อไป สิ่งสำคัญคือ วิสาหกิจชุมชนจะดำเนินธุรกิจและเติบโตได้อย่างยั่งยืนจำเป็นต้องได้รับความรู้และเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการบริหารจัดการและทำบัญชีอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งและสำคัญในการดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง
- 030
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี