533.jpg
‘โอสถสภา’ โชว์เหนือ ทำกำไรสุทธิ 1,010 ล้าน

‘โอสถสภา’ โชว์เหนือ ทำกำไรสุทธิ 1,010 ล้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 09.45 น.

นางสาวรติพร ราษฎร์เจริญ Group Chief Financial Officer บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2568 (เมษายน-มิถุนายน) บริษัทฯ ทำรายได้จากการขาย 6,807 ล้านบาท ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน จากกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในต่างประเทศลดลงจากปัจจัยฤดูกาล ในขณะที่รายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศและผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลเติบโต   ทั้งนี้ บริษัทฯ สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริหารจัดการช่องทางการจัดจำหน่าย รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวลดลง และการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศและกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่าค่าเฉลี่ย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 41.9% และทำกำไรสุทธิ 1,010 ล้านบาท ถือเป็นกำไรจากการดำเนินงานปกติสูงสุดนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกครั้ง  หนุนให้ภาพรวม 6 เดือนแรกบริษัทฯ มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ 1,980 ล้านบาท เติบโต 13% ตอกย้ำศักยภาพการทำกำไรที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังชะลอตัว


“โอสถสภายังคงครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังด้วยส่วนแบ่งการตลาดในครึ่งปีแรก 44.6% เดินหน้ากิจกรรมการตลาดเชิงรุกโดยมุ่งเน้นกลยุทธ์กลุ่มผลิตภัณฑ์ (Brand Portfolio) เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในหลายระดับราคา พร้อมทำแคมเปญการตลาดตอกย้ำความเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งของไทย และสร้างมูลค่าเพิ่มต่อยอดแบรนด์ผ่านความร่วมมือระหว่างแบรนด์เพื่อขยายฐานผู้บริโภค โดยในไตรมาส 2 รายได้เครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศเติบโต 4% หลังจากการปรับโครงสร้างการขายและการจัดจำหน่ายถึงเดือนเมษายน ทำให้รายได้ของกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศฟื้นตัวต่อเนื่องในเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน”นางสาวรติพร กล่าว

ด้านกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มฟังก์ชันนัล ดริงก์เติบโตต่อเนื่องโดยเฉพาะเครื่องดื่มเปปทีน สะท้อนความต้องการผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สุขภาพ ด้านรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลเติบโตโดดเด่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากกลุ่มผลิตภัณฑ์เด็กและครอบครัวแบรนด์เบบี้มายด์และอัลตร้ามายด์ ที่ขยายฐานสู่กลุ่มผู้บริโภคที่กว้างขึ้นและการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ ทั้งนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายในและภายนอก  แต่โอสถสภาสามารถควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปรับปรุงกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับปริมาณการขายรวมถึงต้นทุนวัตถุดิบและราคาก๊าซที่ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรจากธุรกิจหลักสามารถสร้างสถิติใหม่ตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของกลยุทธ์และพื้นฐานทางธุรกิจที่มั่นคง ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกในอัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น เป็นจำนวนเงิน 1,201.50 ล้านบาท โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 28 สิงหาคม 2568 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 12 กันยายน 2568 

โอสถสภายังคงมุ่งมั่นยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับกิจกรรมการตลาดและการสร้างแบรนด์อย่างรอบด้าน พร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายการจัดจำหน่ายและระบบกระจายสินค้า ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสนับสนุนการฟื้นตัวของส่วนแบ่งการตลาดอย่างยั่งยืนท่ามกลางความท้าทายและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง

- 030 

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top