วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ระบุว่า SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 เป็น 2.1% (เดิม 1.8%) จากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวสูงกว่าคาดมาก โดยมีแรงหนุนส่งออกทองคำ วัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์โลก และเศรษฐกิจโลกที่รับมือภาษีสหรัฐฯ ได้ดี สอดคล้องกับตัวเลข เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/2568 ที่ออกมาขยายตัวสูงกว่าคาดที่ 1.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YOY) โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชน มองไปในไตรมาส 4 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้นใกล้ 1% YOY ปรับดีขึ้นจากมุมมองเดิม จากมาตรการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 ทั้งนี้เริ่มเห็นอัตราเบิกจ่ายเดือนตุลาคมสูงกว่าปกติมาก โดยเฉพาะงบลงทุน ด้านการบริโภคเอกชนมีแนวโน้มปรับดีขึ้นจากงบกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะมาตรการคนละครึ่งพลัส วงเงิน 6.7 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้เศรษฐกิจโลกปี 2568 ขยายตัวดีกว่าคาด จากการค้าที่เร่งตัวก่อนสหรัฐฯ บังคับใช้กำแพงภาษี และเทรนด์การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI โดย SCB EIC มองว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวได้ 2.7%YOY (เดิม 2.5%YOY) เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะได้รับผลดีจากการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI สำหรับเศรษฐกิจเอเชียจะได้รับผลดีจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และการ Front-load ส่งออกไปสหรัฐฯ ขณะที่เศรษฐกิจโลกปี 2569 จะชะลอลงตามการค้าโลกที่จะได้รับผลกระทบจากกำแพงภาษีสหรัฐฯ ชัดเจนขึ้น โดยเศรษฐกิจโลกปี 2569 จะขยายตัวชะลอลงอยู่ที่ 2.5%YOY โดยเฉพาะกลุ่มเศรษฐกิจเอเชียที่พึ่งพาการส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ สูง อย่างไรก็ดี การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI แรงหนุนจากนโยบายการคลังและนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายจะยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกในปี 2569
อย่างไรก็ดี SCB EIC มองเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขยายตัวต่ำลง ยังคงประมาณการเดิมไว้ที่ 1.5% เครื่องยนต์เศรษฐกิจจะแผ่วลงเกือบหมด โดยเฉพาะการส่งออกมีแนวโน้มหดตัวจากหลายปัจจัย ได้แก่ 1. ผลของ Front-loading ที่ทยอยหมดไปหลังสหรัฐฯ เริ่มเก็บภาษีนำเข้าสูง 2. สหรัฐฯ อาจตั้งกำแพงภาษีเพิ่มเติม โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าสวมสิทธิ 3. เศรษฐกิจโลกชะลอลง จากความไม่แน่นอนการค้าโลกและภาษีทรัมป์ส่งผลกระทบชัดขึ้น และ 4. สินค้าจีนแข่งขันตลาดสหรัฐฯ ดีขึ้นหลังสหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงลดอัตราภาษีสูงนาน 1 ปี
ทั้งนี้การลงทุนภาคเอกชนจะยังขยายตัวได้จากการนำเข้าเครื่องจักรและสินค้าทุน แต่อาจส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไม่มาก เนื่องจาก Import content ของไทยสูงขึ้นมากจากอดีต สะท้อนจากการนำเข้าของไทยที่สูงขึ้นมาก โดยเฉพาะจากจีน จึงอาจไม่ได้สร้างประโยชน์ต่อภาคการผลิตไทย และเป็นความเสี่ยงเพิ่มเติมต่อประเด็น Transshipment tariff กับสหรัฐฯ ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยทยอยฟื้นตัว แต่ภาคท่องเที่ยวยังต้องเผชิญความท้าทายจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนที่ค่อนข้างช้า สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบนานต่อเนื่อง 7 เดือน และคาดว่าจะติดลบจนถึงไตรมาส 2 ปี 2569 ส่วนหนึ่งจากราคาอาหารสดและพลังงานมีแนวโน้มลดลง สินค้ากลุ่มนี้มีสัดส่วนเกินครึ่งในตะกร้าเงินเฟ้อไทย ซึ่งค่อนข้างสูงเทียบต่างประเทศ
SCB EIC ประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับลดลงสู่ 1% ภายในครึ่งแรกของปี 2569 และทรงตัวระดับต่ำจนสิ้นปี โดยยังมีโอกาสเห็น กนง. ลดดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธันวาคม เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเติบโตต่ำมากต่อเนื่องจนถึงครึ่งแรกของปี 2569 และต้องเผชิญความไม่แน่นอนทางการเมืองในช่วงเลือกตั้งใหม่ ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะเคลื่อนไหวใกล้ 0% ตลอดปี 2569 นอกจากปัจจัยอุปทานกดดัน ยังสะท้อนภาพอุปสงค์ในประเทศอ่อนแอ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงเงินฝืดได้ นอกจากนี้ ภาวะการเงินไทยยังตึงตัวสูง โดยเฉพาะในภาคครัวเรือนและธุรกิจ SMEs สะท้อนจากสินเชื่อที่ยังหดตัวต่อเนื่อง ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลดลงจะมีส่วนช่วยประคับประคองเศรษฐกิจ ลดภาระชำระหนี้ และจะเพิ่มประสิทธิผลมาตรการแก้หนี้ของภาครัฐที่ออกมาเพิ่มเติมได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี