วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวถึงสถานการณ์ภายหลังสหรัฐอเมริกาได้มีปฏิบัติการทางทหารและประกาศว่าจะเข้าไปบริหารจัดการแหล่งน้ำมันดิบในเวเนซุเอลา ว่าผลกระทบที่ต้องจับตาในทางเศรษฐกิจ คือ เรื่องของน้ำมันเป็นหลัก โดยคาดว่าผลกระทบทางตรงกับประเทศไทยอาจจะมีไม่มากนัก แต่ถ้าจะมีก็จะเป็นผลกระทบทางอ้อมในเชิงเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องของทิศทางราคาน้ำมัน ซึ่งในเรื่องนี้ได้ประสานไปยังรมว.พลังงานให้ดูแลในส่วนนี้แล้ว
ด้านนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ในเวเนซุเอลา ในระยะสั้นต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด ล่าสุดได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานเข้าไปดูแลเป็นพิเศษ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินผลกระทบต่อไป ส่วนที่ต้องจับตามองในระยะต่อไปคือประเด็นความกังวลเรื่องอุปทาน (Supply) ของน้ำมันในตลาดโลกว่าจะมีเพิ่มขึ้นหรือไม่ โดยปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของสหรัฐอเมริกา หากสามารถบริหารจัดการได้ดี จะส่งผลให้ปริมาณน้ำมันในตลาดเพิ่มสูงขึ้น
นายอรรถพล กล่าวอีกว่า หากไม่มีเหตุการณ์ที่รุนแรงหรือมีการปะทะที่ลุกลามไปยังประเทศอื่น การที่อุปทานน้ำมันไหลเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้นจะถือเป็นผลดี และอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงได้ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบดังกล่าวอาจไม่เกิดขึ้นในทันที เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการเข้าไปบริหารจัดการ รวมถึงกระบวนการนำน้ำมันขึ้นมาใช้ต้องใช้ระยะเวลาอีกนาน
ขณะที่ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยกำลังติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและเวเนซุเอลาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นประเด็นที่อาจกระทบต่อบรรยากาศทางการเมืองระหว่างประเทศและความเชื่อมั่นของระบบเศรษฐกิจโลก ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังเปราะบางและเผชิญความไม่แน่นอนจากหลายปัจจัยพร้อมกัน หอการค้าไทยเห็นว่า สถานการณ์ดังกล่าวควรได้รับการคลี่คลายผ่านกระบวนการเจรจาโดยสันติ อาศัยกลไกของประชาคมระหว่างประเทศเป็นหลัก เพื่อหลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้ง อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการค้าโลก
สำหรับผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง การค้าระหว่างไทยกับเวเนซุเอลามีมูลค่าไม่สูงเมื่อเทียบกับคู่ค้าหลัก จึงไม่น่าจะกระทบต่อภาคการค้าและการลงทุนของไทยในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่ากังวลคือผลกระทบทางอ้อม โดยเฉพาะความผันผวนของราคาน้ำมัน สินค้าโภคภัณฑ์ และสินค้าเกษตร อาจส่งผลต่อภาคพลังงาน ภาคเกษตรกรรม และต้นทุนการดำเนินธุรกิจในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย
นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นยังอาจกระทบต่อทิศทางการค้าและการลงทุนในภูมิภาคลาตินอเมริกา รวมถึงบรรยากาศการค้าโลกโดยรวม ซึ่งปัจจุบันยังเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจในหลายพื้นที่ของโลก
หอการค้าไทยจึงเห็นว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นค่าเงินบาท ราคาพลังงาน และความผันผวนของตลาดการเงินระหว่างประเทศ พร้อมเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อไม่ให้ปัจจัยภายนอกซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจไทย
“ภาคเอกชนไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกฝ่ายจะใช้ความยับยั้งชั่งใจ และแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาอย่างสันติภายใต้กติกาสากล เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจโลก อันเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่น การค้า การลงทุน และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของทุกประเทศ รวมถึงประเทศไทย” ดร.พจน์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี