วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569
นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC เปิดเผยว่า บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ โลจิสติกส์ (BJL) บริษัทในเครือ BJC และบริษัท ดีเอชแอล ซัพพลายเชน (ประเทศไทย) ได้ประกาศความร่วมมือในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ของ BJC สู่มาตรฐานสากล พร้อมรุกตลาดเฮลธ์แคร์ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง
โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผนึกความแข็งแกร่งระหว่าง รากฐานทางธุรกิจที่มั่นคงและเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศของ BJC เข้ากับความสามารถด้านซัพพลายเชนระดับโลก และประสบการณ์ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ของ DHL ทั้งนี้นายเคนนี่ ไท ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทร่วมทุน
“ถือเป็นก้าวสำคัญของ BJC ในการเสริมความแข็งแกร่งในภาคโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ที่กำลังเติบโตอย่างสูงของไทย ความร่วมมือกับ DHL ซึ่งเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ระดับโลก ทำให้ BJC สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และช่วยให้สามารถขยายฐานลูกค้าไปสู่ลูกค้าต่างประเทศ และนำเสนอโซลูชั่นระดับโลกที่รองรับความต้องการด้านสุขภาพที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องของไทย”นางฐาปณี กล่าว
สำหรับบริษัทร่วมทุนแห่งนี้จะมุ่งเน้นการให้บริการโซลูชั่นโลจิสติกส์เฉพาะทางที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อรองรับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ในไทย ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าถึง 6.45 แสนล้านบาท ภายในปี 2573 การผสานมาตรฐานโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ระดับโลกของ DHL เข้ากับความเชี่ยวชาญเชิงลึกของ BJC ทั้งในด้านกฎระเบียบและบริบททางการแพทย์ของไทย จะช่วยสร้างบรรทัดฐานใหม่ด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือให้แก่ธุรกิจ พร้อมทั้งผลักดันยุทธศาสตร์ของไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ระดับภูมิภาค
นายเคนนี่ ไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทร่วมทุน กล่าวว่า อุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ไทยเติบโตเร็วกว่าอีกหลายภาคส่วน การร่วมทุนครั้งนี้จึงเป็นจังหวะสำคัญในการวางรากฐานซัพพลายเชนที่แข็งแกร่งในระยะยาว โดยบริษัทมุ่งลงทุนในระบบอัตโนมัติ ทีมผู้เชี่ยวชาญ และระบบควบคุมคุณภาพ เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ความน่าเชื่อถือ และการทำงานตามมาตรฐานสากล ช่วยให้ประชาชนทั่วประเทศเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ให้บริการด้านสาธารณสุขและผู้ป่วย
นายสตีฟ วอล์กเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีเอชแอล ซัพพลายเชน กลุ่มธุรกิจประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบเฮลธ์แคร์ไทย ท่ามกลางการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเติบโตของเวชศาสตร์เฉพาะบุคคล กฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น และความคาดหวังด้านความยั่งยืน ไทยจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ที่แข่งขันได้ในระดับโลก การผสานประสบการณ์ของ DHL กับเครือข่ายของ BJC จะช่วยยกระดับมาตรฐานโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ทั้งในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อย่างไรก็ดีบริษัทร่วมทุนนี้พร้อมส่งมอบบริการโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์อย่างครบวงจร โดยขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลัก ประกอบด้วย 1.โครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบมาเพื่ออุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์โดยเฉพาะ-คลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิที่ครอบคลุมทุกระดับความต้องการ (Multi-temperature) และระบบคลังสินค้าแบบแช่เย็นและแช่แข็ง (Cold-chain facilities) ที่ได้มาตรฐาน Good Distribution Practice (GDP) รองรับการจัดเก็บและกระจายสินค้ากลุ่มยาชีววัตถุ (Biologics), วัคซีน, ยาเฉพาะทาง, ยาฉีดที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ ตลอดจนเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญ
2.บุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านเฮลธ์แคร์-โปรแกรมการพัฒนาบุคลากรเฉพาะทางที่ผสานหลักสูตรฝึกอบรมโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์มาตรฐานโลกของ DHL เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบและบริบททางการแพทย์เชิงลึกของ BJC เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรมีความพร้อมในการจัดการผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพที่ต้องดูแลเป็นพิเศษด้วยความแม่นยำและใส่ใจในทุกรายละเอียด
3.การปฏิบัติตามข้อกำหนดมาตรฐานทางการแพทย์-มั่นใจด้วยระบบบริหารจัดการคุณภาพที่ทรงประสิทธิภาพ และขั้นตอนการดำเนินงานตามมาตรฐาน (SOPs) ผสานเทคโนโลยีการตรวจสอบย้อนกลับแบบดิจิทัล (digital traceability) พร้อมทั้งการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมถึงมาตรฐาน GDP และ GMP (Good Manufacturing Practice) อย่างเคร่งครัดร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุขของประเทศ
นายสตีฟ วอล์กเกอร์ กล่าวว่า บริษัทร่วมทุนแห่งนี้มุ่งมั่นที่จะยกระดับการเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์คุณภาพสูงของคนไทยทั่วประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายเร่งด่วนด้านสาธารณสุขของไทย พร้อมทั้งเสริมสร้างศักยภาพของไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ระดับภูมิภาคอย่างเต็มตัว ด้วยการผสานเครือข่ายอันแข็งแกร่งของ BJC ที่ครอบคลุมโรงพยาบาลกว่า 1,271 แห่ง คลินิก 2,687 แห่ง และร้านยา 4,688 แห่ง เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการกระจายผลิตภัณฑ์เฮลธ์แคร์ระดับโลกของ DHL ที่พร้อมส่งมอบบริการโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ที่ได้มาตรฐานและไว้วางใจได้ ซึ่งไม่เฉพาะในหัวเมืองใหญ่ แต่ขยายการครอบคลุมไปยังชุมชนต่างๆทั่วทุกภูมิภาคของไทย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี