วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
‘บอร์เนียว’เปิดบ้านรับพันธมิตร เดินหน้าสู่ Tech-Driven ด้วย Unique และ Value Chain อันแตกต่าง
ท่ามกลางบริบทของเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่กำลังปรับโครงสร้างครั้งสำคัญ การขับเคลื่อนองค์กรด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน เทคโนโลยีที่ทันสมัย และความเข้าใจเชิงลึกต่อห่วงโซ่ธุรกิจ (Value Chain) ได้กลายเป็นหัวใจของการเติบโตอย่างยั่งยืน ล่าสุด บริษัท บอร์เนียว เทคนิเคิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดศักราชใหม่อย่างสง่างาม ด้วยการจัดงานแถลงข่าว “Borneo Elevate Together พลังขับเคลื่อน เติบโตยกระดับ” เพื่อประกาศเคลื่อนทัพครั้งใหม่ ภายใต้ปีกที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมของ กลุ่มบริษัทมโนยนต์ ที่ตัดสินใจเพิ่มสัดส่วนการลงทุนเข้าถือครองสิทธิ์การบริหารเต็มรูปแบบ จากเดิมที่ถือหุ้นสัดส่วน 34% ปัจจุบันถือหุ้นสัดส่วน 100% พร้อมกันนี้ได้ประกาศทิศทางและยุทธศาสตร์องค์กรสู่ปี พ.ศ. 2569 อย่างเป็นทางการ ในวันพุธที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 10:00 น. ณ ห้องนภาลัย แกรนด์ บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี
ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของทั้งสององค์กร ได้แก่ ดร.ปรเมศร์ ลี้โกมลชัย กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทมโนยนต์ และ รัฐา อุรุโสภณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บอร์เนียว เทคนิเคิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมถ่ายทอดมุมมอง วิสัยทัศน์ และความเชื่อมั่นต่อการยกระดับศักยภาพองค์กรในทุกมิติ โดยมีแขกผู้มีเกียรติร่วมงานอย่างคับคั่ง ซึ่งล้วนเป็นผู้บริหารระดับสูง พันธมิตรทางธุรกิจ และบุคคลสำคัญในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์และวัสดุอุตสาหกรรม
กลุ่มบริษัทมโนยนต์ในฐานะผู้เล่นรายสำคัญของตลาด ได้ฉายภาพแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่ยึด “Value Chain” เป็นหัวใจสำคัญของการเติบโต ท่ามกลางตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์ที่แคบลงและการแข่งขันด้านราคาที่ทวีความรุนแรง มโนยนต์เลือกไม่แข่งขันด้วยสินค้าเพียงอย่างเดียว หากแต่แข่งขันด้วย “ความเชื่อมโยง” และ “คุณค่าที่ส่งมอบตลอดทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์” ตั้งแต่ซัพพลายเออร์ การผลิต การกระจาย การขาย ไปจนถึงบริการหลังการขาย โดยมีบอร์เนียวเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ Value Chain นี้สมบูรณ์ แข็งแรง และแตกต่าง
ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี กลุ่มบริษัทมโนยนต์เติบโตบนรากฐานของ “ความไว้ใจ” และการทำธุรกิจอย่างตรงไปตรงมา พร้อมเครือข่ายพันธมิตรผู้ผลิตระดับโลก โดยเฉพาะผู้ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์จากประเทศญี่ปุ่น ความเข้าใจเชิงลึกต่อระบบดีลเลอร์ พฤติกรรมผู้ซื้อ และโครงสร้างอุตสาหกรรมไทย ทำให้มโนยนต์มองเห็นศักยภาพของบอร์เนียวในฐานะองค์กรที่มีโมเดลธุรกิจที่ Unique และสามารถแทรกตัวใน Value Chain ได้อย่างแท้จริง
ด้าน ดร.ปรเมศร์ ลี้โกมลชัย กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทมโนยนต์ ตอกย้ำถึงวิสัยทัศน์ว่า “การที่มโนยนต์เข้ามาลงทุนเต็มตัวในครั้งนี้ เพื่อสร้างความสมบูรณ์ให้กับระบบนิเวศยานยนต์ มโนยนต์ต้องการใช้ความแข็งแกร่งด้านการจัดหาสินค้า (Sourcing) จากพันธมิตรระดับโลก มาผสานเข้ากับช่องทางการจัดจำหน่ายอันทรงพลังของบอร์เนียว เราไม่ได้แข่งกันที่สินค้า แต่เราแข่งกันที่ Value Chain” การผนึกกำลังครั้งนี้จะทำให้บอร์เนียวกลายเป็น Hub หรือศูนย์กลางที่เชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้ใช้งานเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ สร้างความได้เปรียบที่ยั่งยืนในวันที่ตลาดมีการแข่งขันสูงและแคบลง”
ไฮไลต์สำคัญของงานครั้งนี้อยู่ที่การเปิดบทบาทใหม่ของ บริษัท บอร์เนียว เทคนิเคิล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นพระเอกของการขับเคลื่อนองค์กรในระยะต่อไป บอร์เนียวเป็นองค์กรที่มีประวัติการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาอย่างยาวนานกว่า 170 ปี และได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำด้านอุปกรณ์ยานยนต์และสินค้าวัสดุอุตสาหกรรม ที่ไม่หยุดพัฒนาและปรับตัวตามบริบทของตลาดอยู่เสมอ ปัจจุบัน บอร์เนียวมีฐานลูกค้ากว่า 20,000 ราย มีตราสินค้าที่จัดจำหน่ายเกือบ 50 แบรนด์ พนักงานกว่า 500 คน และเครือข่ายคลังสินค้าและสาขารวม 10 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ลูกค้าในทำเลยุทธศาสตร์ จุดแข็งเหล่านี้ทำให้บอร์เนียวไม่ได้ทำหน้าที่เพียง “ผู้จัดจำหน่ายสินค้า” หากแต่เป็นผู้สนับสนุนกระบวนการผลิตของลูกค้าในหลายขั้นตอน ตั้งแต่การจัดหา การใช้งาน ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของโรงงานอุตสาหกรรม และสนับสนุนธุรกิจ ร้านค้า อู่ ศูนย์บริการ
รัฐา อุรุโสภณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บอร์เนียว เทคนิเคิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “บอร์เนียวกำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ของการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เราไม่ได้มองการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นเพียงการขยายขนาดองค์กร แต่คือการยกระดับบทบาทของบอร์เนียวให้เป็นกลไกสำคัญใน Value Chain ของอุตสาหกรรมยานยนต์และวัสดุอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง ความแตกต่างที่ทำให้บอร์เนียวโดดเด่นในตลาด คือ โมเดลธุรกิจที่มีความ Unique ซึ่งฝังตัวอยู่ใน Value Chain ในขณะที่ตลาดส่วนใหญ่ยังคงแข่งขันกันด้วยตัวสินค้าและราคา บอร์เนียวเลือกแข่งขันด้วย “บทบาท” และ “ความเชื่อมโยง” ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนโรงงานในหลายขั้นตอนของการผลิต การตอบสนองที่รวดเร็วจากสาขาที่อยู่ใกล้ลูกค้าการนำสินค้าและโซลูชันเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานจริง หรือการคัดเลือกสินค้าที่ตรงความต้องการเป็นทางเลือกของผู้ใช้ และร้านค้า
“อีกหนึ่งก้าวสำคัญของบอร์เนียว คือการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อยกระดับองค์กรสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ปัจจุบันองค์กรได้นำระบบ ERP มาใช้เป็นแกนกลางของการบริหารจัดการ พร้อมผสานเทคโนโลยี AI, Big Data และ Business Intelligence เข้ากับกระบวนการทำงาน ตั้งแต่การจัดการเอกสารอัตโนมัติ การสนับสนุนการทำงานของพนักงานในทุกระดับ ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เทคโนโลยีไม่ใช่เพียงเครื่องมือ แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร ที่ช่วยให้พนักงานทุกระดับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้องค์กรมีความพร้อม ที่จะรองรับการเติบโตในระยะยาว ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างภายใน บอร์เนียวยังได้ทำการ ‘Rebranding’ ปรับภาพลักษณ์องค์กรและโลโก้ใหม่ให้มีความทันสมัย สะท้อนความเป็นองค์กรที่พร้อมแข่งขันในเวทีอุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยยังคงยึดมั่นในรากฐานของความน่าเชื่อถือและความเป็นระบบที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน” รัฐากล่าว
ภายใต้วิสัยทัศน์สู่ปี 2569 รัฐากล่าวว่า “บอร์เนียวตั้งเป้าหมายเพิ่มสินค้าใหม่กว่า 5 แบรนด์ ครอบคลุมทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และวัสดุอุตสาหกรรม เพื่อเติมเต็มช่องว่างของตลาดและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ การผสานศักยภาพระหว่างบอร์เนียวและกลุ่มบริษัทมโนยนต์ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง แต่คือการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแรง เชื่อมโยง และพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมในอนาคต”
งาน “Borneo Elevate Together พลังขับเคลื่อน เติบโตยกระดับ” คือภาพสะท้อนของการก้าวสู่ยุคใหม่ของบอร์เนียว ในฐานะองค์กรที่ไม่ได้แข่งขันด้วยสินค้าเพียงอย่างเดียว หากแต่แข่งขันด้วยบทบาท ความเชื่อมโยง และคุณค่าที่สามารถส่งมอบได้ตลอดทั้ง Value Chain อย่างแท้จริง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี