วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569
ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 นี้เผชิญภาวะถดถอยเชิงเทคนิคในช่วงครึ่งปีแรก เพราะกำลังซื้อ การบริโภค การลงทุนยังไม่เร่งแรง การส่งออกครึ่งปีแรกยังดูไม่ค่อยดี ค่าเงินบาทยังคงแข็งค่า ซึ่งกระทบเศรษฐกิจ ขณะที่การท่องเที่ยวคึกคักแค่ช่วงปีใหม่ พอหมดไฮซีซั่นจะกลับมาซบเซาอีกครั้ง
อย่างไรก็ดีเศรษฐกิจไทยเผชิญมรสุมแค่ครึ่งแรกของปีเท่านั้น เพราะเชื่อมั่นว่าครึ่งหลังของปีจะมีแสงสว่างและเริ่มเห็นสายรุ้งอีกครั้ง หลังการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้คาดหวังให้มีการฟอร์มรัฐบาลใหม่แบบไร้อุปสรรค เร่งจัดทำงบประมาณเพื่ออัดฉีดมาตรการการคลังเข้าสู่ระบบ เรียกความเชื่อมั่น กระตุ้นการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน กระตุ้นกำลังใช้จ่ายภาคประชาชนโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ครึ่งปีหลังคาดว่าเงินลงทุนจะไหลกลับเข้ามา ส่วนค่าเงินบาทอยากให้กลับมาอ่อนค่าเพื่อเพิ่มการแข่งขันของภาคส่งออก ส่วนภาพรวมนโยบายการเงิน คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะคงหรือไม่ก็ปรับลดลง ส่วนภาคการท่องเที่ยวช่วงครึ่งปีหลังน่าจะกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตามคาดว่า GDP ไทยปี 2569 จะอยู่ที่ 1.7%
“มองว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยในปี 2569 จะอยู่ที่ 1.25% ไปจนถึงสิ้นปี เนื่องจากการส่งต่อนโยบายจะใช้เวลาประมาณ 6-12 เดือน ซึ่งในช่วงนั้นเศรษฐกิจน่าจะเริ่มฟื้นตัวแล้ว ดังนั้นหากจะมีการปรับลดดอกเบี้ยก็จะไม่ใช่เรื่องของค่าเงินบาท การกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือแก้หนี้ครัวเรือน แต่เป็นเรื่องของการลดภาระมากกว่า”ดร.อมรเทพ กล่าว
นายภูดินันท์ เศรษฐนันท์ Head Affluent & Wealth Management ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) กล่าวว่า ไม่ว่าเศรษฐกิจไทยจะสดใสหรือเผชิญมรสุม และไม่ว่าสภาวะการลงทุนจะเป็นอย่างไรธนาคารฯยึดแนวคิดว่าด้วยเงินก้อนเดิม มุ่งสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าและสบายใจกว่าให้กับลูกค้า บนพื้นฐานของความมั่นคงและการเติบโตอย่างยั่งยืน ธนาคารฯจึงประกาศจุดยืนของการเป็น“Safer Pocket”หรือที่พักเงินสำหรับส่วนที่ลูกค้าต้องการความมั่นคง ผ่านการจัดพอร์ตโดยผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจความเสี่ยงของตลาด และบริหารพอร์ตอย่างมีวินัย พร้อมกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
โดยมุ่งไปสู่การลงทุนที่ออกแบบมาเพื่อลูกค้าที่ต้องการความมั่นคง ลดความผันผวน แต่ยังมีโอกาสเติบโตในระยะยาว Safer Pocket ไม่ได้หมายถึงการลงทุนที่ปราศจากความเสี่ยง แต่คือการจัดพอร์ตให้สมดุล เหมาะกับระดับความเสี่ยงของลูกค้า และมุ่งลดความผันผวนในระยะยาว ไม่ไล่ผลตอบแทนหวือหวา หรือผลักดันกองเด่นแบบเฉพาะกิจ(Thematic Push) แต่ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืน
นายจิรไพบูลย์ รัตนภาณุรักษ์ ผู้อำนวนการ ที่ปรึกษาทางการลงทุน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) กล่าวว่า กลยุทธ์การลงทุนที่ธนาคารฯแนะนำเป็นการมองตามความเสี่ยงสำหรับพอร์ตความเสี่ยงต่ำ โดยเน้นไปที่ความปลอดภัยของพอร์ต ซึ่งมีสัดส่วนตราสารหนี้ 74% ตราสานทุน 15% และสินทรัพย์ทางเลือก 11% โดยคาดหวังผลตอบแทนประมาณ 2-3% ส่วนพอร์ตความเสี่ยงปานกลาง สำหรับคนที่รับความเสี่ยงได้มากขึ้น จะเป็นพอร์ตแบบสมดุล โดนสัดส่วนตราสารหนี้ 33% ตราสารทุน 52% สินทรัพย์ทางเลือก 15% คาดหวังผลตอบแทนประมาณ 5-7% ขณะที่พอร์ตความเสี่ยงสูง มีสัดส่วนตราสารหนี้ 9% ตราสานทุน 81% สินทรัพย์ทางเลือก 10% คาดหวังผลตอบแทนในกรอบ 8-10%
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี