กรอ.แจงยิบ3ข้อร้องเรียน ลั่นฟันไม่เลี้ยงรง.ผิด‘ขยะพิษ-ฝุ่นแดง’

กรอ.แจงยิบ3ข้อร้องเรียน ลั่นฟันไม่เลี้ยงรง.ผิด‘ขยะพิษ-ฝุ่นแดง’

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมฯได้ประชุมร่วมกับสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อชี้แจงเรื่องร้องเรียนเลขดำ ที่ 2637/2568 กรณีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายกับผู้นำเข้าตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งต้องสงสัยว่าจะมีการผสมขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะพลาสติก และฝุ่นแดง เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่ดำเนินการกับผู้ประกอบการในเขตปลอดอากรที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

นายธีรทัศน์ กล่าวว่า กรมฯได้ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีประชาชนร้องเรียนคดีเลขดำ ที่ 2637/2568 ดังนี้ 1.ประเด็นแรก : ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-waste) และขยะพลาสติก ภายหลังได้รับแจ้งเตือนเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายข้ามแดนหรือการค้าขยะแบบผิดกฎหมายที่มีต้นทางจากสหรัฐอเมริกา และระบุปลายทางเป็นท่าเรือแหลมฉบัง ประเทศไทย ตั้งแต่เดือนเมษายน-พฤศจิกายน 2568 จำนวน 10 ครั้ง รวม 566 ตู้คอนเทนเนอร์นั้น กรมฯได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบูรณาการความร่วมมือเข้าตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง


ผลการตรวจสอบพบว่ามีสินค้าบางส่วนเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่เป็นของเสียเคมีวัตถุ และเป็นของเสียอันตรายตามอนุสัญญาบาเซลว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสียอันตรายและการกำจัด จึงให้ส่งสินค้าดังกล่าวกลับไปยังประเทศต้นทาง เนื่องจากเป็นการนำเข้าและนำผ่านโดยไม่ได้รับอนุญาต และถือเป็นการเคลื่อนย้ายข้ามแดนแบบผิดกฎหมายภายใต้อนุสัญญาบาเซลฯ

ประเด็นที่ 2: ฝุ่นแดง จากการนำเข้าฝุ่นแดงของบริษัทใน จ.ปทุมธานี 36 ตู้คอนเทนเนอร์ ตรวจพบองค์ประกอบของโลหะหนักที่เข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 และเป็นของเสียอันตรายตามอนุสัญญาบาเซลฯ สินค้าดังกล่าวต้องส่งกลับประเทศต้นทาง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินคดีของกรมศุลกากร

ขณะที่กรณีตรวจพบโรงงานผลิตเหล็กเส้นของบริษัทแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง จัดเก็บฝุ่นจากเตาหลอมเหล็กและระบบบำบัดมลพิษทางอากาศในโรงงานปริมาณสูงมาก บริษัทไม่สามารถชี้แจงแหล่งที่มาและปริมาณที่แท้จริงได้ชัดเจน จึงต้องสงสัยว่าอาจเข้าข่ายครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต และแจ้งข้อมูลเท็จ กรมฯได้นำส่งเรื่องให้ DSI สืบสวนเป็นคดีพิเศษ

ประเด็นที่ 3: เขตปลอดอากร (Free Zone) ในการประกอบกิจการที่ตั้งอยู่ในเขตปลอดอากรที่มีลักษณะเข้าข่ายเป็น “โรงงาน” ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน จะต้องอยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยโรงงานโดยไม่มีข้อยกเว้น หากพบการกระทำที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ความเสียหาย จะออกคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมด หรือบางส่วนชั่วคราว เพื่อให้ปรับปรุงแก้ไขภายระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการจะมีคำสั่งปิดโรงงาน ซึ่งในกรณีที่เป็นโรงงานจำพวกที่ 3 คำสั่งปิดโรงงานจะมีผลเป็นการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานด้วย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top