วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569
ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี เปิดฉากฤดูกาลแข่งรถระดับโลก จัดงาน Global Season Launch ใจกลางเมืองดีทรอยท์ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา เสียงเครื่องยนต์คำรามดังกึกก้องประกาศการเริ่มต้นฤดูกาลแข่งขัน พร้อมสร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ของมอเตอร์สปอร์ต ด้วยการรีแบรนด์จาก Ford Performance สู่ชื่อที่ชัดเจน ดุดัน และมุ่งมั่นยิ่งกว่าเดิม Ford Racing
.jpg)
โดยมีไฮไลท์สำคัญที่สะกดทุกสายตา คือ การเปิดตัว มัสแตง ดาร์คฮอร์ส เอสซี (Mustang Dark Horse SC) รถรุ่นแรก ที่สะท้อนแนวคิด ฟอร์ด เรซซิ่ง อย่างชัดเจน เพราะนี่คือรถที่หยิบเทคโนโลยีสนามแข่ง มาไว้ในสิ่งที่ลูกค้าขับได้จริง ด้วยการผสาน อากาศพลศาสตร์จากสนามแข่ง เข้ากับ เครื่องยนต์ V8 ซูเปอร์ชาร์จ 5.2 ลิตร และทำให้คำว่า ‘สมรรถนะ’ ไม่ได้อยู่แค่ในพิทเลน แต่มาถึงมือลูกค้าที่สามารถขับได้บนท้องถนน
วิลล์ ฟอร์ด ผู้บริหารระดับสูงและทายาทรุ่นที่ 4 ได้พาย้อนรำลึกถึงจุดเริ่มต้นในปี 1901 ในวันที่ เฮนรี่ ฟอร์ด คว้าชัยชนะด้วยรถที่เขาเรียกว่า ‘สวีปเทค’ (Sweepstakes) ชัยชนะครั้งนั้นไม่ใช่แค่ถ้วยรางวัล แต่คือเหตุผลที่ฟอร์ดถือกำเนิดขึ้น และในวันนี้การกลับมาใช้ชื่อ ฟอร์ด เรซซิ่ง คือ คำมั่นสัญญาที่จะทลายกำแพงระหว่าง ‘วิศวกรรมสนามแข่ง’ และ‘รถยนต์ที่ลูกค้าขับในชีวิตประจำวัน’ เพื่อให้ดีเอ็นเอแห่งชัยชนะเดินทางไปถึงหน้าบ้านลูกค้าได้จริง
.jpg)
ขณะที่สปอร์ตไลท์ ยังส่องอยู่ในดีทรอยท์ อีกซีกโลกหนึ่ง ความร้อนระอุและฝุ่นทะเลทรายกำลังตัดสินศักดิ์ศรีบนสนามแข่ง ที่หลายคนยกให้เป็นสนามที่หฤโหดที่สุดอย่างดาการ์ แรลลี่ (Dakar Rally) ณ ประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยฟอร์ด เรซซิ่ง ส่งทัพรถแข่งฟอร์ด แร็พเตอร์ T1+ ลงสนาม 8 คัน และเมื่อการแข่งขันอันหฤโหดตลอดสองสัปดาห์จบลง แมทเทียส เอ็กสตร็อม นักแข่งรถแรลลี่ระดับโลกจากทีมแข่งฟอร์ด เรซซิ่ง ปิดฉากการแข่งขันด้วยการคว้าชัยชนะในสเตจสุดท้ายได้สำเร็จ ส่งผลให้ฟอร์ดสามารถคว้าสองรางวัล Overall บนโพเดียมรายการแข่งขันดาการ์ ได้แก่ อันดับที่ 2 ขับโดย นานิ โรมา และผู้นำทาง อเล็กซ์ ฮาโร และอันดับที่ 3 ขับโดย แมทเทียส เอ็กสตร็อม และเอมิล เบิร์กควิสต์ ผู้นำทางสัญชาติสวีเดน นี่คือการประกาศศักดาที่ชัดเจนสำหรับฟอร์ด แร็พเตอร์ T1+ และเป็นสัญญาณว่าฟอร์ด เรซซิ่ง ไม่ได้มาเพื่อลงแข่งเท่านั้น แต่เพื่อ ‘ท้าทายทุกขีดจำกัด’ ในทุกสนาม
ฟอร์ด ตอกย้ำความมุ่งมั่นในมอเตอร์สปอร์ต ด้วยแผนลงชิงชัยในสนามแข่ง 34 รายการทั่วโลก สอดรับทิศทางการรีแบรนด์ ใช้สนามแข่งเป็นห้องทดลองจริง เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่ส่งต่อสู่รถสำหรับลูกค้าทั่วโลก
.jpg)
ภายหลังการเปิดตัวความร่วมมือพัฒนาขุมพลัง ‘เรด บูลล์ ฟอร์ด พาวเวอร์เทรนส์’ สำหรับศึก Formula 1 เมื่อปีที่ผ่านมา งานเปิดฤดูกาลแข่งขันครั้งนี้ยิ่งสร้างกระแสความตื่นเต้น เมื่อเผยโฉมลวดลายรถแข่งปี 2026 ของสองทีมดัง ออราเคิล เรด บูลล์ เรซซิ่ง และ วีซ่า แคช แอป เรซซิ่ง บูลส์ พร้อมเจาะลึกเทคโนโลยีขุมพลังที่ฟอร์ดร่วมพัฒนา การกลับคืนสู่สังเวียน Formula 1 ในรอบกว่า 22 ปี สะท้อนจิตวิญญาณความเร็วที่ไม่ได้หยุดแค่ความแรง แต่ขับเคลื่อนด้วย “นวัตกรรม” ที่ท้าทายทุกขีดจำกัด
สำหรับประเทศไทย ดีเอ็นเอของ Ford Racing ถูกถ่ายทอดสู่สนามแข่งในประเทศผ่านกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตของฟอร์ด ประเทศไทย ครอบคลุมทั้งการแข่งขันบนทางเรียบและทางฝุ่น สะท้อนการนำประสบการณ์จากสนามแข่งมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างแรงบันดาลใจให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย
.jpg)
ในประเภททางเรียบ ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดตัวทีม ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ส่งรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ ลงแข่งขันในรายการ ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ ตั้งแต่ปี 2563 ขณะที่การแข่งขันทางฝุ่น ฟอร์ดให้การสนับสนุนทีม ฟีลลิค อินโนเวชั่น มอเตอร์สปอร์ต ส่งรถ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ลงชิงชัยในศึก Asia Cross Country Rally (AXCR) ตั้งแต่ปี 2566 เพื่อพิสูจน์สมรรถนะบนเส้นทางออฟโรดสุดท้าทายในภูมิภาคเอเชีย
.jpg)
ทุกสนามแข่งของฟอร์ด ตั้งแต่เลอมังส์ ดาการ์ จนถึงประเทศไทย ล้วนเป็นห้องทดลองจริง เพื่อพัฒนารถที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า ภายใต้คำมั่นว่า “เราไม่ได้แค่ไปร่วมการแข่งขัน แต่เราไปเพื่อชนะ” สะท้อนจิตวิญญาณนักสู้ของ Ford Racing ที่ถ่ายทอดสู่รถฟอร์ดทุกคันอย่างภาคภูมิใจ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี