วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569
นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจากนางวิชุดา อัครเมธาทิพย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงพริทอเรีย แอฟริกาใต้
ถึงแนวโน้มด้านอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นที่ต้องการในประเทศแอฟริกาใต้ ปี 2569 และโอกาสในการส่งออกสินค้าอาหารและเครื่องดื่มของไทยเข้าไปจำหน่าย
ทั้งนี้ ทูตพาณิชย์รายงานว่า ปัจจุบันผู้บริโภคประเทศแอฟริกาใต้ได้รับอิทธิพลจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อม สุขภาพกาย สุขภาพจิต และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ความต้องการสินค้าธรรมชาติ ปลอดภัย และดีต่อสุขภาพเพิ่มขึ้น โดยผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสินค้าที่เน้นวัตถุดิบจากธรรมชาติ มีความปลอดภัย โปรตีนสูง และมีการรับรองอินทรีย์ ควบคู่กับปัจจัยด้านรสชาติ ราคา ความคุ้มค่า และความสด
โดยหมวดเครื่องดื่ม พบว่า การบริโภคแอลกอฮอล์ในแอฟริกาใต้สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกโดย 54% ของผู้บริโภคซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ รสชาติ ราคา และแบรนด์ยังเป็นปัจจัยหลัก โดยเฉพาะในหมวดเบียร์ ไซเดอร์ ค็อกเทลพร้อมดื่ม และไวน์ แต่ก็มีความต้องการควบคุมปริมาณแอลกอฮอล์ ได้ส่งผลให้เครื่องดื่มทางเลือกที่ไม่มีแอลกอฮอล์เติบโตขึ้น เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ สมูทตี้ และเครื่องดื่มร้อน ได้รับแรงหนุนจากเทรนด์สุขภาพ โดยเฉพาะการลดน้ำตาล การเสริมวิตามิน และการใช้วัตถุดิบธรรมชาติ
หมวดอาหารประจำวัน ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพและราคา ซึ่งขนมปังยังเป็นอาหารหลัก โดยพิจารณาจากความสด แบรนด์ และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม การบริโภคซีเรียลเป็นอาหารเช้าสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก ผลิตภัณฑ์นมได้รับความนิยม โดยให้ความสำคัญกับรสชาติ ความสด และราคา แม้ว่าการบริโภคชีสลดลง แต่ความต้องการนม นมปรุงแต่ง และโยเกิร์ตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สำหรับปลา อาหารทะเล เนื้อสัตว์ และไก่ ผู้บริโภคเน้นความสด ราคา รสชาติ รวมถึงคุณค่าทางสุขภาพ เช่น โปรตีนและโอเมก้า 3/6 และความปลอดภัยของสินค้า
หมวดการเตรียมอาหาร การให้ความสำคัญกับรสชาติมีส่วนช่วยสนับสนุนการเติบโตของสินค้าซอสและเครื่องปรุง ขณะที่ความกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อมทำให้ความต้องการซุปก้อน น้ำสต็อก และผงปรุงรสเพิ่มขึ้นโดย 1 ใน 3 ของผู้บริโภคให้ความสำคัญกับส่วนผสมแท้ในหลายหมวดสินค้า ส่งผลให้อาหารพร้อมรับประทานเติบโตจากปัจจัยด้านความปลอดภัย รสชาติ ราคา และความสด
หมวดขนมและของหวานผู้บริโภคมากกว่าครึ่งให้ความสำคัญกับรสชาติและราคา ขนมหวาน ช็อกโกแลต และไอศกรีมยังเติบโต เพราะผู้บริโภคต้องการสินค้าที่อร่อยและมีความใหม่ แต่ก็มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำให้หลายคนลดการซื้อคุกกี้ ลูกกวาด และขนมเค็ม ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคบางกลุ่มหันไปเลือกขนมที่มีโปรตีนสูง ผลิตด้วยวิธีดั้งเดิม หรือมีความพรีเมียมมากขึ้น
หมวดอาหารจากพืชและผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง ความตระหนักด้านสุขภาพทำให้ผู้บริโภคให้ความสนใจอาหาร plant-based และสินค้าทางเลือกมากขึ้น โดย 41% ของผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความสด รสชาติ และราคา ความสนใจด้านสุขภาพและการออกกำลังกายที่เพิ่มขึ้นยังช่วยให้ผลิตภัณฑ์โภชนาการกีฬาและสินค้าเสริมคุณประโยชน์เติบโต โดยสินค้าที่มีโปรตีนสูงยังเป็นกลุ่มที่ได้รับความสนใจมากที่สุด รองลงมาคือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ส่วนผสมที่ดีต่อสุขภาพ มีความเป็นธรรมชาติ ลดน้ำตาล และมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รองรับคุณประโยชน์ของสินค้า
“ผู้บริโภคประเทศแอฟริกาใต้ให้ความสำคัญกับสินค้าที่เน้นวัตถุดิบจากธรรมชาติ ปลอดภัย และดีต่อสุขภาพ จึงเป็นโอกาสให้ผู้ผลิต ผู้ส่งออกไทย พัฒนาสินค้าที่ให้ข้อมูลส่วนประกอบชัดเจน แปรรูปน้อย และมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น ความโปร่งใสของข้อมูลจะมีความสำคัญมากขึ้นต่อการสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภค รสชาติยังคงเป็นปัจจัยหลักในการเลือกซื้อสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ส่งผลให้ผู้ผลิตสามารถต่อยอดด้วยการพัฒนารสชาติใหม่ๆ ทั้งรสชาติท้องถิ่น รสชาติตามฤดูกาล และรสชาติที่ได้รับแรงบันดาลใจจากต่างประเทศ โดยบรรจุภัณฑ์ที่สื่อถึงความสดและแหล่งที่มาของวัตถุดิบยังช่วยเพิ่มความน่าสนใจและตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น” นางสาวสุนันทากล่าว
-031
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี