วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา เจ้าพนักงานบังคับคดี สาขาพัทยาได้ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์ (ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง) ค้ำประกันหนี้ของ บริษัท สิกขรา อินเตอร์โฮม จำกัด ที่มีอยู่กับบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นโฉนดเลขที่ 19546,100723,และ157927 เนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ ที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยมีบริษัท ไอ.ดี.2023 จำกัด เป็นผู้เข้าซื้อทรัพย์ดังกล่าวไปในราคา 150 ล้านบาท และหลังกระบวนการขายทอดตลาดเสร็จสิ้น บริษัท สิกขรา อินเตอร์โฮม จำกัด ได้ให้ฝ่ายกฎหมายยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อให้ระงับการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงดังกล่าวให้ผู้ซื้อสินทรัพย์ เนื่องจากก่อนหน้านี้บริษัทได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ระงับการขายทอดตลาดทรัพย์ค้ำประกันหนี้ก้อนนี้ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 และศาลได้ส่งหมายงดขายทอดตลาดไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว โดยนัดไต่สวนคดีในวันที่ 9 มีนาคม 2569 อย่างไรก็ตามเจ้าพนักงานบังคับคดี ยังคงเดินหน้าขายทอดตลาดทรัพย์ต่อไป บริษัท สิกขรา อินเตอร์โฮม จำกัด ในฐานะลูกหนี้ที่ได้รับความเสียหาย จึงมีหนังสือร้องไปยังกรมบังคับคดีเพื่อให้ระงับการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ และรอฟังคำสั่งศาลต่อไป
ทั้งนี้จากการตรวจสอบที่มาของทรัพย์ขายทอดตลาดครั้งนี้ พบว่าเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันหนี้ของ 2 บริษัท คือ บริษัท สิกขรา อินเตอร์โฮม จำกัด ที่ขอกู้เงินจากบริษัท ศรีสวัสดิ์พาวเวอร์ 1979 จำกัด (มหาชน) เมื่อปี 2559 จำนวน 310 ล้านบาท และ บริษัท สิกขรา โฮมเอเซีย จำกัด จำนวน 220 ล้านบาท รวม 520 ล้านบาท โดยใช้ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 3 แปลง ที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง เนื้อที่รวม 30 ไร่ ราคาประเมินกว่า 2,257 ล้านบาท เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่ผู้บริหารบริษัทอ้างว่าได้รับเงินกู้จริงมาเพียง 410 ล้านบาท ขาดไป 92 ล้านบาท โดยในส่วนเงินกู้ของบริษัท สิกขรา โฮมเอเซีย จำกัด นั้น ไม่มีปัญหา แต่ในส่วนของ บริษัท สิกขรา อินเตอร์โฮม จำกัด นั้น บริษัทอ้างว่าได้รับเงินกู้จริงมาเพียง 200 ล้านบาท เท่านั้น จากที่ขอไป 310 ล้านบาท ที่เหลือผู้บริหารบริษัท ศรีสวัสดิ์ สวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)ในเวลานั้นอ้างว่าจะให้เพิ่มเติมเมื่อดำเนินการจดจำนองเสร็จสิ้น แต่หลังดำเนินการจดจำนองหลักประกันเสร็จสิ้น ทางบริษัทระบุว่าไม่ได้ให้เงินกู้ส่วนที่เหลือเพิ่มเติม และเมื่อครบกำหนดสัญญาชำระหนี้ 1 ปี บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่เป็นผู้รับจำนอง ได้ใช้สิทธิ์ฟ้องแพ่งเรียกคืนหนี้เงินกู้ทั้งหมด ก่อนจะดำเนินการฟ้องบังคับคดี เพื่อทำการบังคับขายทอดตลาดทรัพย์จำนองของลูกหนี้ดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ผู้บริหารบริษัท สิกขรา อินเตอร์โฮม จำกัด ที่เป็นลูกหนี้ที่เห็นว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมทั้งเงื่อนไขการขายทอดตลาด และกระบวนการขายทอดตลาด รวมทั้งยังพบความไม่ชอบมาพากลของบริษัทที่เสนอเข้าซื้อทรัพย์ที่เป็นบุคคลเดียวกับผู้รับจำนอง ซึ่งน่าจะขัด “พ.ร.บ.กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.)” ด้วย โดยกระบวนการขายทอดตลาดที่ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และเจ้าพนักงานกรมบังคับคดีดำเนินการไป นอกจากจะกำหนดเงื่อนไขการขายทรัพย์แบบติดจำนองด้วยข้ออ้างเป็นสิทธิ์ของเจ้าหนี้จะเลือกใช้วิธีการใดก็ได้ และยังพบด้วยว่า มีการกำหนดราคาขายทรัพย์ไว้ต่ำติดดินเพียง 150 ล้านบาท เท่านั้น ทั้งที่คณะกรรมการกำหนดราคาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประเมินราคาไว้ที่ 1,057 ล้านบาท ขณะลูกหนี้ได้เสนอให้ใช้ผู้ประเมินอิสระชั้นนำที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ กลต.คือ บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟรส์ จำกัด (AREA) ซึ่งได้ประเมินมูลค่าตลาดที่ดินแปลงนี้ไว้สูงถึง 2,257 ล้านบาท แต่ได้รับการปฏิเสธจากเจ้าพนักงานบังคับคดีที่อ้างว่า กรณีนี้ไม่มีผู้เชี่ยวชาญประเมินราคา ก่อนจะเดินหน้ากำหนดราคาเริ่มต้นประมูลไว้เพียง 150 ล้านบาท โดยมีความพยายามขายมาถึง 2 ครั้ง แต่ไม่มีผู้เสนอราคา ก่อนจะถูกขายทอดตลาดออกไปในที่สุดเมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมา
ด้านนายวิรัช ศรีอินทรสุทธิ์ ทนายความของบริษัท สิกขรา อินเตอร์โฮม จำกัด กล่าวว่า แม้ตามกฎหมายเจ้าหนี้ผู้รับจำนองมีสิทธิให้เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนดเงื่อนไขการขายทอดตลาดโดย “ติดจำนอง” หรือ “ปลอดภาระจำนอง” ได้ก็ตาม แต่เมื่อเจ้าหนี้ผู้จำนองกับเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์เป็นบุคคลคนเดียวกัน และมูลหนี้จำนองกับมูลหนี้ตามคำฟ้องเป็นมูลหนี้เดียวกันและถึงกำหนดชำระแล้ว เมื่อจะบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์จำนองเพื่อมาชำระหนี้ ก็ต้องชำระทั้งหนี้สามัญตามคำฟ้องและหนี้จำนองไปด้วย การที่เจ้าหนี้เลือกยืนยันให้ตั้งขายแบบ "ติดจำนอง" เพื่อให้การประมูลไม่มีคู่แข่ง และราคาออกมาต่ำที่สุด การเข้าซื้อทรัพย์เมื่อไม่มีใครกล้าสู้ราคา เจ้าหนี้ให้บริษัทในเครือเข้าประมูลซื้อเองในราคาต่ำติดดิน (150 ล้านบาท) นั้น เจ้าหนี้ได้ทั้งที่ดินของลูกหนี้ไปในราคาต่ำติดดิน 150 ล้านบาท แม้ที่ดินจะติดภาระจำนองไป ก็ไม่ได้ทำให้เจ้าหนี้ต้องมารับภาระจำนอง เพราะเจ้าหนี้เป็นผู้รับจำนอง เจ้าของทรัพย์จำนองเป็นบุคคลเดียวกัน ความเป็นหนี้จำนองย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 353 ขณะที่ลูกหนี้ยังคงต้องแบกหนี้ตามคำพิพากษาจำนวนมหาศาลต่อไป เพราะเงินที่ได้จากการขาย (ที่จงใจให้ต่ำ) ไม่เพียงพอที่จะไปหักลบหนี้ที่มีอยู่
นอกจากนี้ ยังพบด้วยว่า บริษัทที่ประมูลสินทรัพย์ได้ไปคือ บริษัท ไอ.ดี.2023 จำกัด ที่มีนายฉัตรชัย แก้วบุตตา ประธานกรรมการบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และลูก-เมียร่วมกันก่อตั้งขึ้นเมื่อปลายปี 2566 โดยมีที่ตั้งอยู่ภายในอาคารเดียวกับ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้รับจำนอง และเป็นการยื่นซื้อทรัพย์เพียงรายเดียว ไม่มีคู่แข่ง กรณีเช่นนี้จะให้ลูกหนี้เข้าใจว่าอย่างไร ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บมจ.)ที่ประกอบธุรกิจปล่อยเงินกู้โดยตรง แต่กลับไปตั้งบริษัทขึ้นมาซื้อสินทรัพย์ค้ำประกันหนี้เงินกู้ที่ตัวเองเป็นผู้บริหาร และฟ้องบังคับชำระหนี้ ถือเป็นการใช้ข้อมูลภายใน Insider เพื่อประโยชน์ตัวเองหรือไม่ เป็นเรื่องต้องห้ามของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือไม่ เป็นการใช้อำนาจแสวงหาประโยชน์ที่เข้าข่ายขัด พ.ร.บ.กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ห้ามผู้บริหาร บมจ.แสวงหาประโยชน์ที่ไม่ควรได้ ซึ่งเป็นความผิดทางอาญาหรือไม่ สมควรที่สำนักงาน กลต.จะลงมาตรวจสอบหรือไม่ เพราะหากกรณีนี้ถูกปล่อยผ่านก็เชื่อแน่ว่า บรรดาลูกหนี้เงินกู้ราย อื่นๆ คงจะถูกปฏิบัติตามครรลองเดียวกันอีก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี