โคร เอนเนอยี่ กรีน’ ชี้โซลาร์เซลล์ดีมานด์พุ่งหนุนรายได้ปี’69 โต 100%

โคร เอนเนอยี่ กรีน’ ชี้โซลาร์เซลล์ดีมานด์พุ่งหนุนรายได้ปี’69 โต 100%

วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.39 น.

นางสาวรณันธร พลชาติ กรรมการผู้จัดการบริษัท โคร เอนเนอร์ยี่ กรีน คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ Cro Energy Green (CEG)  กล่าวว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ทั่วโลกที่มุ่งสู่พลังงานสะอาด พลังงานแสงอาทิตย์ได้กลายเป็นหนึ่งในโซลูชันหลักของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ประเทศไทยมีการขยายตัวของระบบโซลาร์เซลล์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Solar Rooftop จากปัจจัยด้านต้นทุนที่ลดลง เป้าหมาย Net Zero และนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ ส่งผลให้กำลังการผลิตติดตั้งโซลาร์เซลล์ของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และยังคงมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาวสะท้อนโอกาสการลงทุนด้านพลังงานสะอาดที่ชัดเจนในภาคธุรกิจไทย

สำหรับบริษัท โคร เอนเนอร์ยี่ กรีน คอร์ปอเรชั่น จำกัด "CEG " หรือ  Cro Energy Green เป็นบริษัทสัญชาติไทยที่ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานสะอาดและระบบโซลาร์เซลล์แบบครบวงจร (Solar EPC: Engineering, Procurement and Construction) ให้บริการตั้งแต่การออกแบบ ติดตั้ง วิเคราะห์ความคุ้มค่าการลงทุน ไปจนถึงการลงทุนและซื้อขายไฟฟ้าในรูปแบบ Private Power Purchase Agreement (PPA) ครอบคลุมโรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม โรงพยาบาล อาคารพาณิชย์ ตลอดจนที่อยู่อาศัย และโครงการโซลาร์ฟาร์ม และ โซล่าร์เซลล์บนน้ำ (solar floating) ขนาดหลายเมกะวัตต์


นางสาวรณันธร กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งเน้นการออกแบบระบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าจริงของลูกค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าและผลตอบแทนทางการเงิน โดยนำการเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ อาทิ ระบบกักเก็บพลังงาน Battery Energy Storage System (BESS) และ ตัว Optimizer ที่ติดแผง ช่วยกระจายแสงแม้แสงแดดน้อย รวมถึงการนำซอฟต์แวร์เพื่อบริหารจัดการพลังงานแบบ Real-time เพื่อเสริมเสถียรภาพและความปลอดภัยของระบบในระยะยาว แม้แต่เราใช้เครื่องคล้ายหุ่นยนต์มาช่วยล้างแผงบนหลังคา โดยทางบริษัทมุ่งสนับสนุนภาคธุรกิจไทยในการลดต้นทุนพลังงาน ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการขับเคลื่อนเป้าหมายด้าน Carbon Reduction และ ESG ภายใต้ปรัชญาการดำเนินธุรกิจ “The Choice is Yours – คุณคือผู้เลือก”

นางสาวรณันธร กล่าวว่า โคร เอนเนอร์ยี่ กรีน คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัทในเครือดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์มากว่า 10 ปี มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมประมาณ 50 เมกะวัตต์ และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 20–30% ต่อปีจากการลดลงของต้นทุนการลงทุนโซลาร์เซลล์อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับอดีต ทำให้โซลาร์เซลล์กลายเป็นหนึ่งในทางเลือกหลักของธุรกิจที่มีค่าไฟฟ้าสูง

โดยในปี 2568 รายได้จากธุรกิจโซลาร์เซลล์ของบริษัทและบริษัทในเครือมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 200–300 ล้านบาท และในปี 2569 คาดว่าอัตราการเติบโตน่าจะก้าวกระโดดเพิ่มขึ้นเกือบ 100% จากความต้องการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในภาคอุตสาหกรรม การขยายโครงการในรูปแบบ PPA โดยเบื้องต้นปี 2569 คาดว่าจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 20-30 เมกะวัตต์ รวมถึงการเสริมโครงสร้างหลังคา ( Reinforce )อาคารโรงงานเพื่อรองรับน้ำหนักระบบโซลาร์เซลล์ตามข้อกำหนดด้านกฎหมายและมาตรฐานใหม่   

 “สำหรับแผนระยะยาวของบริษัท ได้มีการวางแผนการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยตั้งเป้าภายในระยะเวลา 5 ปี จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนระยะยาว สร้างความมั่นคง และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัท อย่างไรก็ตามคงต้องติดตามความผันผวนของตลาดและปัจจัยอื่นๆประกอบด้วยอีกครั้ง”นางสาวรณันธรกล่าว

นางสาวรณันธร กล่าวว่า ในส่วนของผลการเลือกตั้งครั้งนี้ การที่พรรคภูมิใจไทยได้รับเสียงสนับสนุนในระดับสูงจะช่วยให้รัฐบาลมีเสถียรภาพทางการเมืองอย่างมาก ทำให้บรรยากาศการลงทุนของภาคเอกชนกลับมาดีอีกครั้ง รวมทั้งมีความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ และสานต่อโครงการ Quick Win ที่เน้นผลลัพธ์ระยะสั้นและเห็นผลจริง โดยเฉพาะโครงการเกี่ยวกับพลังงานเสรีในไทย เพื่อมุ่งเน้นการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานเพื่อเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันเสรี ลดการผูกขาด ลดค่าไฟฟ้าสำหรับประชาชน ส่งเสริมพลังงานสะอาดให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยกระดับประสิทธิภาพการจัดการพลังงานให้มีความมั่นคงในระยะยาว

- 030 

 

 

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top