วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
‘กรมสรรพสามิต’เดินหน้ายกระดับการให้บริการภาครัฐสู่ระบบดิจิทัล เตรียมเปิดใช้‘ระบบแจ้งข้อมูลการนำเข้าสินค้า (Fast Track)’ เพิ่มความสะดวกและรวดเร็วสำหรับผู้โดยสารที่นำ‘ไวน์’ติดตัวเข้ามาจากต่างประเทศครั้งละไม่เกิน 10 ลิตร
13 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและเตรียมความพร้อมการใช้งาน “ระบบแจ้งข้อมูลการนำเข้าสินค้า (Fast Track)” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับการให้บริการของภาครัฐ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ ผู้โดยสารระหว่างประเทศที่ประสงค์นำสุราแช่ชนิดไวน์ติดตัวเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อเป็นตัวอย่างสินค้าหรือมิใช่เพื่อการค้า ในปริมาณไม่เกิน 10 ลิตร การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อตรวจสอบความพร้อมในการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมศุลกากร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และมีแผนขยายการใช้งานระบบดังกล่าวไปยังท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานภูเก็ตและท่าอากาศยานหาดใหญ่ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปในแนวทางเดียวกันทั่วประเทศ
ภายใต้ระบบ Fast Track กรมสรรพสามิตร่วมกับกรมศุลกากรนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการชำระภาษี ลดระยะเวลาการรอชำระภาษีเพิ่มความแม่นยำในการจัดเก็บข้อมูลผ่านระบบดิจิทัลแทนการบันทึกด้วยมือ รวมถึง การตรวจสอบความถูกต้องของการปิดแสตมป์สรรพสามิต สำหรับผู้โดยสารที่นำสุราแช่ชนิดไวน์ติดตัวเข้ามาในราชอาณาจักรในปริมาณไม่เกิน 10 ลิตร จะได้รับการผ่อนผันไม่ต้องจดทะเบียนสรรพสามิต ไม่ต้องแจ้งราคาขายปลีกแนะนำ และไม่ต้องจัดทำบัญชีรับจ่ายสินค้า โดยสามารถเข้าใช้งานระบบ Fast Track เพื่อตรวจสอบข้อมูลมูลค่าเบื้องต้นของไวน์ ภาษีสรรพสามิต ภาษีท้องถิ่น ตลอดจนเงินนำส่งเข้ากองทุนที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งยืนยันรายการสินค้าและจำนวนภาษีที่ต้องชำระผ่านระบบดังกล่าวได้โดยตรง
ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถเข้าใช้งานระบบได้ทั้งทางเว็บไซต์กรมสรรพสามิต (www.excise.go.th) หรือผ่าน Mobile Application จากนั้น จึงดำเนินพิธีการศุลกากร บริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า ณ ช่องมีของต้องสำแดง หรือช่องแดง โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องก่อนจ่ายแสตมป์สรรพสามิต เพื่อนำไปปิดที่ขวดไวน์ อันเป็นหลักฐานแสดงการชำระภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ดร.พรชัย ระบุว่า การพัฒนาระบบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบาย “EXCISE EXerCISE” ที่มุ่งยกระดับการทำงานของกรมสรรพสามิตในทุกมิติ ทั้งด้านการบริหารจัดเก็บภาษี การให้บริการประชาชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล การเสริมสร้างความโปร่งใส และการปรับองค์กรให้มีความคล่องตัว ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งกรมสรรพสามิตจะเดินหน้าพัฒนาระบบบริการดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ ควบคู่กับการบริหารจัดเก็บภาษีอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพสูงสุด
“กรมสรรพสามิตขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้เดินทางจากต่างประเทศทราบว่า หากนำสุราทุกประเภทที่ซื้อจากต่างประเทศติดตัวเข้ามาในราชอาณาจักรในปริมาณไม่เกิน 1 ลิตร จะได้รับการยกเว้นอากร โดยสามารถเดินผ่านช่องไม่มีของต้องสำแดง (Nothing to Declare) หรือช่องเขียวได้ ทั้งนี้ หากผู้เดินทางนำสุราทุกประเภทที่ซื้อจากต่างประเทศ ติดตัวเข้ามาในราชอาณาจักรในปริมาณครั้งละไม่เกิน 10 ลิตร จะต้องติดต่อเจ้าพนักงานศุลกากร ณ ช่องผู้โดยสารขาเข้าที่มีสิ่งของต้องสำแดง (Goods to Declare) หรือช่องแดง เพื่อกรอกรายละเอียดข้อมูลการนำเข้าสินค้า ชำระภาษีตามอัตราที่กฎหมายกำหนด และรับแสตมป์สรรพสามิตเพื่อนำไปปิดบนสินค้าไว้เป็นหลักฐานแสดงการเสียภาษีอย่างถูกต้อง ในระยะต่อไป เมื่อระบบ Fast Track เปิดใช้งาน ผู้เดินทางจากต่างประเทศจะสามารถดำเนินการผ่านระบบดังกล่าวได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และลดขั้นตอนการดำเนินการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” ดร.พรชัย กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี