วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
นายภูมิจิตต์ พงษ์พันธุ์งาม ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เปิดเผยว่า โครงสร้างอุตสาหกรรมยาสูบที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภาวะตลาดบุหรี่ถูกกฎหมายที่หดตัวต่อเนื่อง และการขยายตัวของบุหรี่ผิดกฎหมายหรือบุหรี่เถื่อนที่ไหลทะลักเข้ามาตีตลาด ส่งผลให้ในปี 2568 ยสท.มีกำไรสุทธิ 504 ล้านบาท ลดลงกว่า 94% และมีรายได้จากการจำหน่ายบุหรี่ลงลงกว่า 43%
อย่างไรก็ตามแม้รายได้จากธุรกิจหลักของ ยสท.จะลดลง จากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก แต่ ยสท.ก็ยังสามารถประคองเสถียรภาพองค์กรและสร้างการเติบโตจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจส่งออกและธุรกิจใหม่ อาทิ บุหรี่ส่งออก 870.73 ล้านบาท ใบยาส่งออก 417.21 ล้านบาท ธุรกิจโรงพยาบาลสวนเบญจกิติฯ 124.04 ล้านบาท รายได้จากผลิตภัณฑ์ยาสูบอื่น 36.95 ล้านบาท ธุรกิจรับจ้างผลิตสิ่งพิมพ์ 21 ล้านบาท ธุรกิจยาเส้น 19.46 ล้านบาท และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 15.45 ล้านบาท
โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นสัญญาณชัดเจนว่า ยสท.พร้อมขยายสู่พื้นที่ธุรกิจใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิม และบ่งชี้ถึงศักยภาพขององค์กรในการต่อยอดรายได้จากฐานทรัพยากร ความเชี่ยวชาญ และโครงสร้างพื้นฐานที่องค์กรของเรามีอยู่ และเพื่อรองรับทิศทางการเติบโตด้านการส่งออกอย่างจริงจัง ล่าสุด ยสท.ได้จัดตั้ง “สำนักส่งออกและตลาดต่างประเทศ” ซึ่งเป็นหน่วยงานใหม่ขององค์กร เพื่อขับเคลื่อนงานด้านการส่งออกอย่างเต็มรูปแบบและครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด การสร้างเครือข่ายคู่ค้าระหว่างประเทศ ไปจนถึงการบริหารจัดการโลจิสติกส์ และการขยายตลาดในต่างประเทศอย่างเป็นระบบ
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ยสท.พึ่งพารายได้จากตลาดในประเทศมากกว่า 95% ปัจจุบันได้ปรับโครงสร้างรายได้ใหม่ ให้สัดส่วนรายได้ในประเทศอยู่ที่ประมาณ 85% และเพิ่มรายได้จากต่างประเทศและธุรกิจอื่นเป็น 15% พร้อมทั้งตั้งเป้าระยะยาวในปี 2575 ให้มีสัดส่วนรายได้จากในประเทศเป็น 60% และจากต่างประเทศ รวมธุรกิจใหม่เป็น 40% ในขณะที่ปี 2569 ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการส่งออกเป็น 20-22% จากเดิม 15% โดยตั้งเป้ารายได้จากการจำหน่ายบุหรี่ซิกาแรต 6,344 ล้านบาท รายได้จากการพัฒนาและต่อยอดธุรกิจ 379 ล้านบาท และตั้งเป้ากำไรสุทธิไว้ที่ 455 ล้านบาท
ทั้งนี้ในปี 2569 ยสท.จึงได้ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ คือ “เป็นองค์กรชั้นนำด้านยาสูบที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและการพัฒนาธุรกิจร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และดำเนินงานตามหลัก ESG เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน”พร้อมประกาศพันธกิจใหม่ 4 ประการ ได้แก่ 1.สร้างรายได้จากธุรกิจยาสูบและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งในและต่างประเทศ 2.ขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรมและการพัฒนาธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 3.สร้างมูลค่าร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่ายาสูบ และ 4.จัดการและดำเนินธุรกิจด้วยธรรมาภิบาล โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคม
โดยปี 2569 นี้จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของ ยสท. และจะเป็นจุดเริ่มต้นของการกำหนดทิศทางอนาคตองค์กรในระยะยาวอย่างแท้จริง ภายใต้วิสัยทัศน์และพันธกิจใหม่ ยสท. จะเร่งปรับโครงสร้างรูปแบบธุรกิจ จากการพึ่งพารายได้จากบุหรี่เพียงอย่างเดียว สู่การเป็นองค์กรที่มีการขยายธุรกิจที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งธุรกิจยาสูบ การส่งออก ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง และธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถด้านนวัตกรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการแข่งขันในเวทีสากล ขณะเดียวกัน ยสท. จะดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบ ESG อย่างจริงจัง ทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล พร้อมยืนยันบทบาทขององค์กรในการดูแลเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า และสร้างความมั่นคงด้านรายได้ของรัฐในระยะยาว
“ยสท.มุ่งมั่นที่จะพลิกเกมธุรกิจ จากองค์กรที่เคยพึ่งพาตลาดบุหรี่เป็นหลัก สู่การเป็นองค์กรธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม การส่งออก และธุรกิจใหม่อย่างเป็นระบบ พร้อมเปลี่ยนปีแห่งความท้าทาย ให้เป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่าน และปีแห่งโอกาสอย่างแท้จริง เพื่อวางรากฐานองค์กรให้พร้อมรับมือกับความผันผวนของอุตสาหกรรมยาสูบโลก และก้าวสู่การเป็นองค์กรชั้นนำด้านยาสูบที่เติบโตบนฐานของความโปร่งใส ความสามารถในการแข่งขัน และความยั่งยืนในทุกมิติ”นายภูมิจิตต์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี