แห่ปรับเพิ่มGDPปี69 แบงก์คาดโตแรง1.8-1.9%

แห่ปรับเพิ่มGDPปี69 แบงก์คาดโตแรง1.8-1.9%

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

วิจัยกรุงศรี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เผยแพร่บทวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจ ระบุว่า ภายหลังจากตัวเลขเศรษฐกิจไทย (GDP) ไตรมาส 4/2568 ออกมาขยายตัวดีเกินคาด โดยสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ฯ (สศช.) รายงานเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ขยายตัว 2.5% เร่งขึ้นจาก 1.2% ในไตรมาส 3 และเติบโตดีกว่าที่วิจัยกรุงศรีและตลาด คาดไว้ที่ 1.2% และ 1.3% ตามลำดับ แรงขับเคลื่อนหลักมาจากการบริโภคและการลงทุนภาครัฐและภาคเอกชนที่เร่งตัวขึ้น ขณะที่การส่งออกสินค้าชะลอตัวลง สำหรับปี 2569 สภาพัฒน์ฯปรับเพิ่ม GDP เติบโต 1.5-2.5% (ค่ากลางที่ 2.0%) จาก 1.2-2.2% (ค่ากลางที่ 1.7%)


ทั้งนี้ ตัวเลข GDP ไตรมาส 4/2568 ที่ดีเกินคาดได้รับแรงหนุนปัจจัยบวกชั่วคราว อาทิ 1.มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ โดยเฉพาะมาตรการคนละครึ่งพลัส 2.การเร่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศก่อนที่มาตรการอุดหนุนจะสิ้นสุดลง 3.การเร่งรัดการเบิกจ่ายภาครัฐ และ 4.การสะสมสินค้าคงคลังสำหรับระยะข้างหน้า คาดว่าแรงส่งการเติบโตจะชะลอลง เพราะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทยอยหมดลง การใช้จ่ายภาครัฐค่อนข้างจำกัดในช่วงรัฐบาลรักษาการ และผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐ โดยวิจัยกรุงศรีกำลังทบทวน GDP ปี 2569 เดิมคาดไว้ 1.8% มีแนวโน้มปรับเพิ่มเนื่องจากฐาน GDP ไตรมาส 4/2568 ที่ดีกว่าคาด ผนวกกับความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจหากการเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้น



ขณะที่ “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ตามที่สภาพัฒน์ฯ ได้ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2568 ขยายตัวเร่งขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ 2.5% และพลิกกลับมาขยายตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ 1.9% ส่งผลให้สามารถหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิคได้และทั้งปี 2568 เศรษฐกิจไทยขยายตัวที่ 2.4% สูงกว่า 2.0% ที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดไว้ก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ GDP ของไทยในไตรมาส 4/2568 ได้รับแรงหนุนจากการเร่งซื้อยานยนต์ก่อนมาตรการ EV 3.0 จะหมดอายุสิ้นปี 2568 และมาตรการภาครัฐที่หนุนการบริโภคภาคเอกชนให้ขยายตัวเร่งขึ้น การลงทุนเอกชนที่เร่งตัว ประกอบกับผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่พลิกกลับมาขยายตัว รวมถึงการส่งออกขยายตัวสูง


“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ทบทวนตัวเลข GDP ปี 2569 โดยปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขึ้นจาก 1.6% มาอยู่ที่ 1.9% จากโมเมนตัมการลงทุนภาคเอกชนที่มีแนวโน้มดีกว่าคาด พร้อมทั้งปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การส่งออกและนำเข้า แต่ภาพรวมดุลการค้าไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการจัดตั้งรัฐบาลมีแนวโน้มเสร็จสิ้นได้ภายในเดือนเมษายน-มิถุนายน 2569 ซึ่งจะช่วยหนุนให้งบประมาณปี 2570 มีแนวโน้มบังคับใช้ได้ทันภายในไตรมาสที่ 4 ตามที่ประเมินไว้ และโครงการหลักอย่างคนละครึ่งพลัส เฟส 2 คาดว่าจะเริ่มได้ทันทีหลังจัดตั้งรัฐบาล โดยใช้แหล่งเงินจากงบกลางปี 2569 ราว 30,000 ล้านบาท 


ด้านนายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า การที่เศรษฐกิจไทยปลายปี 2568 ขยายตัวดีกว่าที่ตลาดคาด ทั้งปี 2568 เติบโต 2.4% สูงกว่ากรอบเดิมที่ 2.0-2.2% และปรับเพิ่มประมาณการปี 2569 เป็น 1.5-2.5% สะท้อนประสิทธิภาพการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ทำงานอย่างมืออาชีพ สอดคล้องแนวทาง Reinvent Thailand ที่เน้นร่วมขับเคลื่อนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยโจทย์สำคัญจากนี้ไม่ใช่เพียงรักษาการเติบโต แต่คือการสร้าง Trust and Confidence ต่อเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง 


“GDP ล่าสุด และผลเลือกตั้งที่ออกมาในเชิง “Vote of Confidence” สะท้อนความคาดหวังต่อความต่อเนื่องของนโยบายรัฐบาล และโมเมนตัมเศรษฐกิจปลายปี 2568 จะทำให้เกิด Positive Surprise ต่อเนื่องมาในปี 2569 ถือเป็นจุดตั้งต้นในการเร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบ และลดช่องโหว่ทุจริต ดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรม New S-Curve และพลิกฟื้นไทยกลับมาโดดเด่นในภูมิภาคอีกครั้ง” นายผยง กล่าว

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top