วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
นายสมชาย เลิศลาภวศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภาพรวมธนาคารพาณิชย์ ไตรมาส 4/2568 และปี 2568 ว่า ระบบธนาคารพาณิชย์มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ โดยมีเงินกองทุน เงินสำรอง และสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง โดยสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ (รวมเครือ) ในไตรมาส 4 ปี 2568 หดตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อนอยู่ที่ 1.1% จากระยะเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากสินเชื่อธุรกิจ SMEs และสินเชื่ออุปโภคบริโภคที่หดตัวต่อเนื่อง ตามความเสี่ยงด้านเครดิตที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่หดตัวเล็กน้อย ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากความต้องการสินเชื่อที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ
ในขณะที่คุณภาพสินเชื่อ NPL (Stage 3) ไตรมาส 4 ปี 2568 ปรับลดลงมาอยู่ที่ 5.36 แสนล้านบาท จากการชำระคืนหนี้ และการบริหารจัดการคุณภาพสินเชื่อ ส่งผลให้สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวม ปรับลดลงมาอยู่ที่ 2.84% สำหรับสินเชื่อ Stage 2 ปรับลดลง มาอยู่ที่ 7.07% จากการชำระคืนหนี้ได้ตามเงื่อนไขการปรับโครงสร้างหนี้เป็นสำคัญ นอกจากนี้ธนาคารพาณิชย์ยังให้ความช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 ปรับลดลงจากระยะเดียวกันปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับลดลง ตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้กับลูกหนี้ ซึ่งสอดคล้องกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และการปรับลดตามมาตรการ “คุณสู้ เราช่วย” เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ นอกจากนี้ยังเป็นผลจากการหดตัวของสินเชื่อทั้งจากความต้องการสินเชื่อที่ชะลอลง และความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกหนี้ที่ยังอยู่ในระดับสูงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
อย่างไรก็ตามในระยะต่อไป ยังต้องติดตามภาวะการเงินที่ตึงตัวต่อเนื่อง และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ SMEs และครัวเรือนในช่วงที่เศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพและไม่ทั่วถึง ประกอบกับปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งส่งผลให้รายได้มีแนวโน้มชะลอลง ทั้งนี้มาตรการทางการเงินเฉพาะจุด มีส่วนช่วยบรรเทาภาระหนี้ให้กับภาคธุรกิจ และครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง โดยสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ไตรมาส 3 ปี 2568 อยู่ที่ระดับ 86.8% ต่อ GDP ทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่สินเชื่อภาคครัวเรือนหดตัวใกล้เคียงเดิม
นายสุโชติ เปี่ยมชล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบแบบจำลองและวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ผลประกอบการของระบบธนาคารพาณิชย์ในปี 2568 มีกำไรสุทธิรวมประมาณ 5 แสนล้านบาท ซึ่งปรับลดลงจากปี 2567 และลดลงต่อเนื่องในไตรมาสที่ 4 โดยปัจจัยสำคัญที่ฉุดกำไรคือ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่หายไป เนื่องจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ส่งผ่านไปยังลูกหนี้ และการดำเนินมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของสถาบันการเงิน ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับลดลงจาก 2.66% มาอยู่ที่ 2.54%
ในขณะที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) ในไตรมาส 4 ปรับลดลงต่ำกว่า 1% มาอยู่ที่ 0.94% อย่างไรก็ตามธนาคารยังมีกำไรจากการตีมูลค่าพอร์ตการลงทุน (Mark to Market) ตามทิศทางดอกเบี้ยที่ลดลง และรายได้จากค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตและธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงินมาช่วยพยุงไว้บางส่วน
ในด้านการปล่อยสินเชื่อนั้น ภาพรวมทั้งปี 2568 หดตัวเล็กน้อยที่ 1.1% ซึ่งเป็นการหดตัวต่อเนื่องกัน 6 ไตรมาส โดยเฉพาะสินเชื่อ SME ที่หดตัวติดต่อกันยาวนานถึง 14 ไตรมาส สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของธุรกิจขนาดเล็ก อย่างไรก็ตามเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวในบางพอร์ต เช่น สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่กลับมาเป็นบวก 0.7% และสินเชื่อเช่าซื้อที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นเป็น 0.3%
สำหรับแนวโน้มปี 2569 นั้น ธปท.คาดการณ์ว่าสินเชื่อจะเริ่มกลับมาขยายตัวได้เล็กน้อยประมาณ 1.6-2% ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยคุณภาพสินเชื่อพบว่า หนี้เสีย (NPL หรือ Stage 3) โดยรวมปรับลดลงเล็กน้อย NPL สินเชื่อธุรกิจอยู่ที่ 2.68% และสินเชื่ออุปโภคบริโภคอยู่ที่ 3.18% สัญญาณการไหลลงสู่หนี้ด้อยคุณภาพเริ่มมีความนิ่งมากขึ้นจากการได้รับความช่วยเหลือผ่านมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ อย่างไรก็ตามหนี้ในกลุ่ม Stage 2 (เริ่มผิดนัดชำระ) ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในกลุ่ม SME ที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ในกลุ่มรายย่อย เช่น เช่าซื้อและบัตรเครดิต เริ่มเห็นการปรับตัวดีขึ้น
ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาสินเชื่อ SME ที่หดตัว ธปท.ได้เปิดตัวโครงการ “SME Credit Boost” โดยเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ(เช่น เกษตรแปรรูป, Wellness, ไฮเทค และโลจิสติกส์ ตั้งเป้าเติมวงเงินสินเชื่อใหม่ 1 แสนล้านบาทภายใน 2 ปี นอกจากนี้ยังมีความคืบหน้าการแก้หนี้ผ่านโครงการ Responsible Lending ซึ่งมียอดหนี้สะสมที่ได้รับความช่วยเหลือแล้วเกือบ 2.5 ล้านล้านบาท จาก 4.3 ล้านบัญชี และโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ผ่านบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) ที่เชิญชวนลูกหนี้เสียเข้าตรวจสอบสิทธิ์เพื่อปรับปรุงรหัส NCB ให้ดีขึ้นทันที
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี