‘MC Group’โตสวนเศรษฐกิจ ทรานส์ฟอร์มธุรกิจ ส่ง AI คุม 100 สาขา ดันยอดขาย

‘MC Group’โตสวนเศรษฐกิจ ทรานส์ฟอร์มธุรกิจ ส่ง AI คุม 100 สาขา ดันยอดขาย

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.23 น.

Mc Group Public Company Limited แบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์อันดับ 1 ของไทย เดินหน้าสู่ปีที่ 51 อย่างมั่นคง ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ พร้อมประกาศกลยุทธ์บูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เข้าสู่การดำเนินธุรกิจอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์ลูกค้าหน้าร้าน การบริหารข้อมูลสมาชิก การยกระดับประสบการณ์ Virtual Try-On ไปจนถึงการเร่งขยายช่องทางออนไลน์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

นายแมทธิว กิจโอธาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ภายใต้แบรนด์ Mc JEANS กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทมีการพัฒนาและปรับตัวอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ ทั้งด้านการออกแบบ กระบวนการผลิต การบริหารสินค้าคงคลัง และช่องทางจัดจำหน่ายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกเจเนอเรชัน โดยในยุคดิจิทัล AI จะเข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางธุรกิจและเสริมความสามารถในการแข่งขัน


“บริษัทได้นำ AI มาใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าภายในร้าน (In-store Customer Analysis) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขาย โดยเริ่มทดลองในร้านแฟล็กชิป 4 สาขา ได้แก่ แฟชั่นไอส์แลนด์ เซ็นทรัลเวสเกต เมกาบางนา และฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ซึ่งระบบดังกล่าวช่วยวิเคราะห์รูปแบบการเข้าชมร้านและพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้า เพื่อนำข้อมูลไปปรับผังร้านและสนับสนุนการทำงานของพนักงานขายด้วยข้อมูลเชิงลึก โดยภายในระยะเวลา 6 เดือนหลังเริ่มใช้งาน จำนวนลูกค้าที่เข้าร้านเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า และเมื่อมีการแนะนำสินค้าได้อย่างเหมาะสมและตรงความต้องการ ส่งผลให้อัตราการปิดการขายปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ปัจจุบันบริษัทมีการใช้งานระบบ AI ดังกล่าวใน 41 สาขาทั่วประเทศ และมีแผนขยายให้ครอบคลุม 100 สาขาภายในปี 2569” นายแมทธิว กล่าว

ขณะที่ ในด้านการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ บริษัทได้นำ AI-Driven Precision CRM มาใช้ในการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลสมาชิกประมาณ 1.8 ล้านราย เพื่อยกระดับการสื่อสารทางการตลาดและการนำเสนอสินค้าในรูปแบบเฉพาะบุคคล (Personalization) โดย ณ ปีงบประมาณ 2569 ยอดขายที่มาจากฐานสมาชิก CRM คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60% ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้นจาก 40% ในปีงบประมาณ 2568 สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า การเพิ่มความถี่ในการซื้อ และการสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว

นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเปิดให้บริการเทคโนโลยี Virtual Try-On สำหรับสมาชิก โดยสามารถใช้คะแนนสะสมเพื่อทดลองสวมใส่สินค้าออนไลน์ผ่านระบบเสมือนจริง ในระยะแรกจะสามารถทดลองสินค้าได้ 2 ชิ้น เช่น เสื้อและกางเกงยีนส์ ก่อนพัฒนาไปสู่การทดลองสินค้าแบบครบชุด (Total Look) ในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะช่วยดึงดูดสมาชิกใหม่ และเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า

นายนพดล ตั้งเด่นชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า Virtual Try-On (VTO) เป็นหนึ่งในเทรนด์สำคัญของธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแฟชั่น เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้ลูกค้าสามารถเห็นภาพการสวมใส่สินค้า โดยเฉพาะเสื้อผ้าและกางเกงยีนส์ บนรูปร่างของตนเองแบบเรียลไทม์ผ่านเว็บแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน เสมือนการลองสินค้าจริงก่อนตัดสินใจซื้อบริษัทคาดว่า VTO จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ ลดอัตราการคืนสินค้า เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตและการกระจายสินค้า บริหารสินค้าคงคลังได้ดีขึ้น และสร้างประสบการณ์การซื้อแบบเฉพาะบุคคลในวงกว้าง โดยในระยะแรกบริการดังกล่าวจะเปิดให้กับสมาชิก MC จำนวน 1.8 ล้านราย และจะขยายขอบเขตการใช้งานเพิ่มเติมในอนาคต

การผสาน AI เข้ากับธุรกิจออนไลน์ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของช่องทาง E-commerce ของบริษัท ผ่านการเชื่อมโยง Virtual Try-On, AI-Driven CRM และระบบวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าออนไลน์ขั้นสูง เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการนำเสนอสินค้า ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และสนับสนุนการตัดสินใจซื้อ

นายปิยะ โอฬารริกสุภัค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบัญชีการเงิน บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในงวดครึ่งแรกของปี 2569 มีรายได้จากการขายรวม 2,393 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 215 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ในไตรมาส 2 เพียงไตรมาสเดียว มีรายได้รวม 1,492 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 156 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 12%

จากผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง นายแมทธิว กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทได้ยกระดับประสิทธิภาพช่องทางออนไลน์และ E-commerce อย่างเป็นระบบ ด้วยการนำ AI มาใช้ในการคัดเลือกและติดตามอินฟลูเอนเซอร์ที่มีศักยภาพและสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย พร้อมวิเคราะห์ผลการดำเนินงานแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบการตลาดและผลตอบแทนจากการลงทุน

ขณะเดียวกัน ระบบ Advanced Analytics และ AI Automation ยังช่วยให้บริษัทสามารถวัดผลด้านยอดขาย ต้นทุนการได้มาซึ่งลูกค้า และอัตราการแปลงเป็นยอดซื้อได้อย่างแม่นยำ รวมถึงบริหารแคมเปญและการสื่อสารทางการตลาดดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้คุณภาพทราฟฟิกดีขึ้น อัตราการแปลงยอดขายเพิ่มขึ้น และรายได้จากช่องทางออนไลน์เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ภาพรวมผลการดำเนินงานสะท้อนถึงการบูรณาการ AI เข้ากับการบริหารร้านค้า การวางแผนสินค้า และการขยายฐานสมาชิกอย่างเป็นระบบ ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้า Mc JEANS ได้สะดวกยิ่งขึ้น เลือกสินค้าที่เหมาะสมกับรูปร่างและไลฟ์สไตล์ พร้อมรับประสบการณ์การซื้อที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top